Further Apart!
posted on 11 Apr 2006 21:50 by aqui94 in Ake"ถ้าให้เลือก ระหว่างความสุขกับความทุกข์
คนเรา จะเลือกอยู่กับความสุข หรืออยู่กับความทุกข์กันแน่"
ผมมั่นใจว่าคงไม่มีใคร ที่จะเลือกอยู่กับความทุกข์หรอก จริงไหมครับ
เพราะตัวผมเอง ก็อยากที่จะอยู่กับความสุขเช่นกัน
แต่มันจะเป็นเช่นนั้นได้เสมอไปหรือ
เพราะสิ่งที่เข้ามาในชีวิต ก็มีทั้งความสุข และความทุกข์ทั้งนั้น
- - - - - - - - - -
ผมกับแฟน เราใช้เวลาที่เรียกได้ว่าไม่นาน ก็ตัดสินใจคบกัน
เพราะตลอดเวลาที่ผมได้อยู่กับเขา และเขาได้อยู่กับผม
เรามีความสุข
ผมยังจำช่วงเวลานั้นได้ดี
เวลาเช้า ที่ผมตื่นมา แล้วพบว่าเขานอนกอดเราอยู่ข้างๆ
เสียงกรนเบาๆ ที่ทำให้ผมอมยิ้ม
ใบหน้าเขาเวลาหลับ ช่างเหมือนเทวดาองค์น้อยๆ จริงๆ เลยครับ
ในอีก 2 เดือนข้างหน้า เขาก็จะสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์
จากสถาบันการศึกษาด้านเทคโนโลยี ที่เป็นอันดับหนึ่งของอเมริกา
และตอนนี้เขาก็ได้งานทำกับบริษัทใหญ่ที่ NYC
ได้ทำงานในเมืองที่เขาหลงรัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาได้ไปอยู่
การได้ทราบข่าวดีนี้ ผมก็ดีใจไปกับเขาครับ
แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเราสองคน เป็นดั่งก้อนเมฆ
ที่ถูกลมพัดให้ลอยเข้ามารวมกัน
และก็กำลังโดนลมโต้ ให้พัดแยกออกจากกัน
ความคิดมากของผม กำลังเอาตัวผม ไปเปรียบเทียบกับเขาอีกแล้วครับ
ความสัมพันธ์ของเรา ในช่วงที่ต้องห่างกัน ห่างกันมาก ห่างกันครึ่งโลก
ก็เรียกได้ว่า "ลุ่มๆ ดอนๆ"
ทั้งความคิดถึง ที่มากเกินขอบเขตของผม ที่เป็นต้นเหตุให้เราทะเลาะกัน
"ต่อให้เราคิดถึงเขามากขนาดไหน เราก็คงไม่สามารถไปกำหนดกะเกณฑ์เขาได้
ว่าเขาจะต้องคิดถึงเรา มากพอๆ กันกับที่เราคิดถึงเขา"
แม้บางครั้ง นั่นจะมีต้นเหตุมาจากเขา ที่งานยุ่ง เรียนหนัก และไม่ค่อยมีเวลาได้พัก
เรื่องแบบนี้ ผมเองก็เคยผ่านมาแล้ว และมีประสบการณ์ตรงเสียด้วย
ที่ผมต้องเลิกกับแฟนเก่า น้องสาวน่ารักและนิสัยดี
เพราะผมเองให้ความสำคัญกับ Final Project มากเกินไป เพราะอยากให้ผลงานออกมาดี
ใส่ใจลงไปมากกว่าความรู้สึกของแฟนตัวเอง
ซึ่งผมเองก็ได้เอาเรื่องราวครั้งนั้นเป็นบทเรียน และทำความเข้าใจเขาครับ
แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะน้อยใจเขาอยู่ดี ว่าแค่เสียเวลาเพียง 5 นาที
เมล์มาบอกว่าสบายดี ทำไมมันยากนักหนา
"การที่เราจะให้ใครไว้ใจ เราก็ควรสร้างความน่าเชื่อใจให้เขา
การที่เราบอกว่าเราคิดถึงใคร แค่คำพูดมันยังไม่พอ
การกระทำต่างหาก ที่สำคัญ และแสดงออกอย่างชัดเจน"
เพื่อนๆ ผมหลายๆ คน ได้รับทราบว่าผมมีแฟนอยู่ที่อเมริกา
แต่น้อยคน ที่จะได้รับรู้ปัญหาต่างๆ ของผม
มีไม่กี่คน ที่ผมอาศัยเป็นที่พึ่ง ขอคำปรึกษา คำปลอบใจ และคำปลอบโยน
หลายๆ คำปรึกษา ก็มาในทำนองเดียวกัน
"เอกแน่ใจกับเขามากแค่ไหน, ไปอยู่อเมริกาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ, แล้วพ่อ แม่ เพื่อนทางนี้หล่ะ"
ผมก็คิดนะครับ ไม่ใช่ไม่คิด
แต่ความรักมันบังตา ความหลงมันบดบังพื้นที่รอยหยักในสมอง
ทำให้ผม จมอยู่กับความเหงา ความเศร้า เมื่อเลิกงาน กลับมาถึงบ้าน
แล้วพบกับบ้านเงียบๆ ที่ไม่มีเขา
เพื่อนผมที่คุยกันผ่าน MSN อย่างเจ้า Frank เพื่อนซี้ไต้หวัน
หรือ Lee เพื่อนซี้ SG ต่างก็บอกออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า
ผมเปลี่ยนไป ตั้งแต่คบกับแฟนคนนี้
ปกติ ผมจะร่าเริง คุยได้เฮฮา มีเรื่องเล่ามากมาย
แต่พักหลังมานี้พอได้คุยกัน
ผมมักจะเงียบ บ่นว่าเหงา บ่นว่าเบื่อ บ่นว่าคิดถึง กลายเป็นคนซึมเศร้าไปซะงั้น
นึกๆ ไปก็คงจะจริงนะครับ เพราะผมเอง ก็ไม่เคยจะติด Blog มากขนาดนี้
ไม่เคยอยู่ติดบ้านมากขนาดนี้
คืนวันศุกร์ คืนวันเสาร์ ปกติต้องสามารถพบผมได้ตามแหล่งอโคจรทั่วไป
ขนาดวันพระ ผมยังไปนั่งดื่มกาแฟ คุยกับเพื่อนยันตี 1 เลยครับ
((อื้ม แปลกไปจริงๆ แหละไอ้เอก))
แถมไอ้เจ้า Frank ยังมาแซวผมอีก
ว่าพักนี้คุยกับผมแล้วเหมือนคุยกับ Lonesome Widow มากกว่า
((จำไว้เลย มาเมืองไทยคราวหน้า ไม่ให้มานอนบ้านแล้วนะเอ็ง))
สำหรับผมแล้ว แฟนผมคือความสุข
ที่ผมอยากจะอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตครับ
แต่ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมกลับกลายเป็นว่า
ผมจมอยู่กับความทุกข์
เพราะหวังกับความสุข ที่ลอยอยู่ตรงหน้า
แต่ไม่อาจเอื้อมได้ถึง
- - - - - - - - - -
อย่างไรก็ตามผมก็ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้หลายเดือนแล้วครับ
ช่วงเวลาแห่งความเหงา เศร้า และคิดถึง
ซึ่งเหลืออีกไม่กี่เดือน
เราก็จะได้พบหน้ากันอีกครั้ง
และเขา ก็จะได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของผมอีกครั้งหนึ่ง
แล้วเรา ก็จะได้มานั่งคุยกันถึงอนาคตข้างหน้า
อนาคตของเขา อนาคตของผม และอนาคตของเรา
เพราะบางที "แค่รักคงยังไม่พอ"







ผมรู้จักหลายคน หลายคู่ ที่มีความรักที่ผมหลงรัก .. คุณคงเป็นอีกคู่หนึ่งที่เข้ามาอยู่ในหัวใจผม ..
ขอบคุณนะครับ ที่ทำให้รู้ว่าโลกของเราแบบนี้ มีความรักแบบที่พิเศษกว่าโลกของอีกหลายคนเลยทีเดียว ..
เป็นกำลังใจให้ครับผม
#1 By * ~ หัวใจเดินทาง ~ * on 2006-04-12 00:05