ด้วยมีเหตุต้องเดินทางไปดูงานที่มิวนิค
เลยได้หนีร้อนไปพึ่งเย็นมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ครับ
จากสามสิบองศาไปเป็นสิบสามองศา
นี่ถ้าไม่รักเมืองไทย ผมไม่กลับมาหรอกนะครับเนี่ย
((ไม่ต้องเล้ยไอ้เอก เอ็งอ่ะ อยากอยู่โน่นเพราะเหตุผลอื่นมากกว่าม้าง))

Photobucket - Video and Image Hosting

หยิบ "ปุชิตา" ติดมือไปด้วย กะว่าเอาไว้อ่านยามว่างแก้เบื่อ
แต่กลายเป็นว่าอ่านจบตั้งแต่นั่งบนเครื่องบินขาไป
หนังสืออ่านสนุกจนวางไม่ลงเลยครับ

Photobucket - Video and Image Hosting
title: Book Cover, available from http://www.chulabook.com/

สำหรับแฟนนิตยสารขวัญเรือนคงได้ผ่านตานวนิยายเรื่องนี้มาบ้างแล้ว
"ปุชิตา" เป็นชื่อของเจดีย์สองแห่งในประเทศคีรีสถาน
ที่หนึ่งถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
อีกที่หนึ่งถูกปล่อยร้างกลางป่า
สาเหตุที่เจดีย์ถูกประเมินค่าไว้ไม่เท่ากัน
นั่นเพราะ "คน" มองเห็นความสำคัญของเจดีย์ที่แตกต่างกัน

ปุชิตาเป็นนวนิยายเรื่องที่ 3 จากปลายปากกาของนักเขียนซีไรท์ 2548
((แต่บอกมาว่าเป็นนวนิยายเรื่องที่ 2 ที่เขียนเสร็จ))
บอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์ปุถุชนผ่านตัวละครหลัก "ปิ๊ปปี่"
หญิงสาวบัณฑิตหมาดๆ ที่ต้องตกกระไดพลอยโจน
ไปติดอยู่ท่ามกลางไฟสงครามกลางเมืองในคีรีสถาน
ระหว่างชาวสิงขรภายใต้การนำของ "หมอภิสัก" และลูกชาย "ภีมะ"
ที่ต้องการแยกตัวสิงขร ออกเป็นประเทศตามเดิม
กับผู้นำคีรีสถาน ที่ยืนยันและดื้อดึงว่าสิงขรเป็นส่วนหนึ่งของคีรีสถาน
ปิ๊ปปี่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของสงคราม
และต้องเผชิญกับความโหดร้ายของ "คน"
ที่ทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่ง "อำนาจ"
คุณบินหลา ได้กล่าวถึงปิ๊ปปี่เอาไว้ว่า

. . . ประเด็น "ปิ๊ปปี่" ก็เหมือนที่ผมบอกว่า "คนอื่นก็เป็นอย่างปิ๊ปปี่ได้"
แต่ใครจะเลือกแบบปิ๊ปปี่สักกี่คน
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมเลือกที่จะอธิบายปิ๊ปปี่ต่อสาธารณชน
เพราะผมคิดว่ามนุษย์คนนี้มีคุณค่าที่ควรค่าจะน่าอธิบาย . . .

นอกจากปิ๊ปปี่แล้ว ผู้ที่ต้องตกกระไดพลอยโจนไปด้วยอีกคนคือ "ต้นกล้า"
นักการทูตหนุ่มอนาคตไกล จากสถานทูตไทย
ผู้ถูกส่งมาดูแลปิ๊ปปี่ ไม่ให้เธอต้องรู้สึกว่าถูกประเทศไทยทอดทิ้ง
แม้ว่าเธอจะถูกทอดทิ้งแล้วจริงๆ ก็ตาม

ต้นกล้าเป็นตัวละครที่ทำให้ผมต้องติดตาม
ว่าทำไม ผู้ชายที่เพียบพร้อม เติบโตมากับสังคมชั้นสูง
มีคุณปู่เป็นถึงอดีตเอกอัคราชทูต ที่เป็นดั่งใบเบิกทางให้กับเขาในทางการงาน
ถึงยังคงติดตามอยู่กับปิ๊ปปี่ ร่วมกู้ชาติไปกับสิงขร
เพราะว่า . . . ความรัก
หรือเพราะว่าเขาไม่เคยรู้จักตัวเอง ไม่เคยรู้จักผู้อื่นกันแน่ . . .

เมื่ออ่านจบแล้ว
ตอนนั้นผมรู้สึกถึงตัวเอง
ว่าขอแค่ได้มีความกล้าเพียงครึ่งหนึ่งของต้นกล้า
กล้าที่จะก้าวเดินไปตามทางความฝันของตัวเอง
ไม่เกรงกลัวกับอนาคตต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นดั่งที่ต้นกล้าเป็น

แต่วันนี้ ตอนนี้
ผมกลับคิดว่า
แล้วถ้าต้นกล้ามาเป็นผมในตอนนี้หล่ะ
เขาจะทำอย่างไร
จะทำดั่งที่ผมคิดอยากจะทำ
หรือทำดั่งที่ผมควรจะทำ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet



อ่านจบแล้ว นึกถึง โสมส่องแสง และ รอยอินทร์
คงต้องไปค้นออกมาอ่านใหม่ครับ

#1 By AkE on 2006-05-20 14:20

ฉันเพิ่งอ่านหนังสือเล่มนี้จบเมื่อไม่นาน
ด้วยส่วนผสมผู้หญิง ฉันโกรธบินหลา เอาดื้อๆ
โกรธเหมือนที่เคยโกรธทมยันตีหลังอ่านคู่กรรมจบ

หากส่วนผสมที่เป็นเหตุเป็นผลบอกฉันว่าบางอย่างสะท้อนภาพการเมืองในตอนนี้ เดี๋ยวนี้
รู้สึกย้อนกลับไปคิดถึง"เวลาในขวดแก้ว"
คิดถึงละครที่มาถ่ายทำที่สงขลาอย่าง"คนของแผ่นดิน"
(ที่จำได้แม่นยำเพราะกองนี้เขาชอบกินลูกชิ้นเจ้าโปรดของฉัน
..ฉันต้องรีบไปซื้อเร็วๆ เพราะไม่อย่างนั้นกองถ่ายจะเหมาไปจนหมด)

ระหว่าง"รอยอินทร์"กับ"โสมส่องแสง"
ฉันเลือกหนังสือจบสุขค่ะ

ล่าสุดเจอคนที่รู้จักกับบินหลาตัวเป็นๆ
เลยฝากไปบอกว่า

"โกรธแล้วค่ะ"

ฉันเคยมาบล็อกคุณครั้งหนึ่ง
ตอนคุณเขียนเรื่องหนังสือภาพของJimmy

ฉันกลับมามีบ้านของตัวเองอีกครั้งค่ะ
หลังจากการหนีออกจากบ้านที่ยาวนานพอประมาณ
อืมมมมมมมมมมม



อา

โอว

เย ..





เราไม่เคยอ่านหนังสือของบินหลาเลยอ่ะดิ แหะแหะ เอิ้กส์

#3 By fuxsuxlux on 2006-05-20 15:28

อยากอยู่โน่นเพราะเหตุผลอื่นมากกว่าม้าง >> พอจะเดาได้

เกิดไม่ทันหนังสือเล่มนี้

#4 By Pop L'Arc on 2006-05-20 22:19

^
^
เกิดไม่ทัน . . . ?
เอ่อ . . . อายุยังไม่ครบปีเลยเหรอครับเนี่ย

#5 By AkE on 2006-05-20 22:49

บางครั้ง ผมก็อยากเป็นต้นกล้า เหมือนกัน
กล้าเผชิญกับความจริง

แต่ความจริง ก็เป็นดั่งต้นกล้า ไม่ได้สักที
เฮ้อ ....

#6 By kunjoja (203.188.56.232) on 2006-05-20 22:59

ไม่ค่อยอ่านนิยายน่ะครับ
แต่เท่าที่เล่ามา น่าจะเป็นโลกที่น่าสนใจทีเดียว

ไม่ลองสวมบทเป็น ปิ๊บปี่ ดูล่ะครับ
อาจจะได้ทางออกของปัญหาง่ายกว่านี้ก็ได้

#7 By โก๋สิจ๊ะ on 2006-05-20 23:52

นั่นไง...หนีไปหลบฝนซะไกลถึงมิวนิคนี่เอง
แวะมาทักทายพี่เอกดึกๆแบบนี้แหละค่ะ
แล้วก้อคงจะเป็นแบบนี้ไปพักใหญ่ๆเลยค่ะ
มาอัพบลอกให้น้องสาวอ่านบ่อยๆนะพี่เอก ...( ง่า...นู๋ขอเป็นน้องสาวคนนึงนะค่ะ )

ฝนตกบ่อยๆแบบนี้ เทคแคร์ด้วยนะค่ะพี่เอก

#8 By --i'm still pain&pain-- on 2006-05-21 02:03

จำไม่ได้ว่าอ่านหนังสือของ บินหลา ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ วันก่อนเห็นวางขาย
อยู่แวบๆ แต่เป็นเรื่องที่เขียนนานแล้ว
ไม่ใช่เล่มนี้ สงสัยว่าคงต้องซื้อมาอ่านซะแล้ว

#9 By *บลาสต์ on 2006-05-21 10:14

ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้ครับ ของบินหลา เคยอ่านแต่ "หลังอาน" ครับ อ่านแล้วอยากไปอยู่เชียงใหม่จัง

#10 By PeeYong \-_-> on 2006-05-21 10:17

หวัดดีค้าบ

ไม่ได้มาเยี่ยมนานเจง ๆ

อ่ะน๊า น่าอิจฉาจังเลย ได้ไปมิวนิคโน่นอ่ะ (ฮือออ พักนี้เพื่อนบ้านเค้าไปต่างประเทศกันบ่อยแฮะ โรคอิจฉาชักจะกำเริบซะแล้ว)

เหอ ๆ บินหลา ชื่อนี้คุ้นมาก ๆ เหมือนกับจะเคยเห็นเพื่อนอ่านหนังสือของเค้าอยู่อ่ะคับ (ไม่รู้ตอนไหนผมจะได้อ่านมั่ง ง่ะ)

#11 By Hope Or Pain on 2006-05-21 12:00

ชื่อหนังสือแปลกจัง
แต่เนื้อเรื่องน่าอ่านนะครับ

#12 By จั่นเจา on 2006-05-21 22:54

คุณบินหลานี่สุดยอดนักเขียนอีกคนนะคะ...ครูเราเคยนำหนังสือของคุณบินหลามาทำเป็นละครเวทีค่ะ แล้วก็ได้มีโอกาสเล่นด้วย สนุกน่ารักดีค่ะ เป็นละครเด็ก ชื่อหนังสือคือ "เจ้าหงิญ" น่ารักดีนะคะ

#13 By ขนมต้ม~** on 2006-05-22 01:40

สิบสามองศา ไม่ไหวหนาวไป มีที่ไหนที 25 องศา ทั้งวัยทั้งคืนเปล่าอะ อยากอยู่

#14 By ลูกชิ้น on 2006-05-22 08:38

หน้าปกเหมือนหนังสือสวดมนต์เลยแฮะ (อาจเป็นเหตุผลที่ผมไม่ได้มองหนังสือเล่มนี้เวลาเข้าร้าน) ศาสนามักสวนทางกับผมเสมอๆ ผมนั่นแหละทำตัวสวนศาสนา

หายป่วยแล้วครับผม ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจ

#15 By ๐๐Latte`๐๐ on 2006-05-22 14:36

อื้ม ไม่เคยอ่านงานของบินหลาจริงๆนะ
นักเขียนบางคนผ่านตามาเป็นหลายๆปีไม่คิดจะหยิบ แต่บางคนเพิ่งเห็นก็เอามาอ่านแล้วก็ชอบ แปลกดีนะ ตอนนี้กำลังบ้าอ่านนิยายมิเกะเนะโกะ แมวสามสียอดนักสืบ เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นเลยค่ะ มีงานของบินหลาแนะนำอีกมั้ยคะ เผื่อจะลองหาอ่านดูบ้าง

#16 By sorbet* on 2006-05-22 23:34

มิ้วอ่านต้องหลับแน่ ๆ อ่า -_-"

ดีครับ สบายดีเปล่าครับ ^^
ไม่ได้เข้าบล๊อกคนอื่นมานานเพิ่งรุ้เรื่อง -_-"

#17 By สตอเบอร์รี่นมเขย่า (124.120.240.82) on 2006-05-23 00:49

ยังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้เลยค่ะ
ความเห็นใดๆจึงไม่มีเลยนะคะ

แต่แอบอิจฉาที่ได้ไปมิวนิคด้วย

#18 By ตินกานต์ on 2006-05-23 09:33

อ้อ คุณเอกหายไปมิวนิคนี่เอง อากาศหนาวแฮะ 13 องศาชวนหนาวใจ.. ...ช่วงนี้อินกะหนังสือรหัสลับดาวินซีค่ะ..มันส์แต๊ๆๆ...
เหวอ เพิ่งเห็น นิยายของ บินหลานะครับเนี่ย
ท่าทางน่าสนุก ไว้ไปหามาอ่านบ้างดีกว่า
ขอบคุณนะครับ ที่เอามาแนะนำ

#20 By หล่อสาดดด on 2006-05-23 19:36

ผมก็รักคำว่าคิดถึง
ในขณะเดียวกันก็คิดถึงคำว่ารัก


#21 By ตัวร้าย on 2006-05-23 23:39

แวะมาบอกว่า สนุกค่ะ สมกับเป็นงานของ บินหลา

#22 By พุดน้ำบุศย์ (58.10.234.244) on 2006-07-26 10:32

ได้อ่านแล้ว สงครามมีแต่ความทุกข์นะอยากให้ทุกคนรักกันนะ อยากให้โลกนี้ไม่มีสงคราม และการแก่งแย่งกัน

#23 By ครูชนบท (203.107.177.18) on 2006-09-26 15:22

อ่านจบสองรอบแล้ว และได้ให้สามีอ่าน(ซึ่งสามีไม่ชอบอ่านหนังสือเอาซะเลย)กลับวางหนังสือเล่มนี้ไม่ลง และแทบไม่น่าเชื่อว่าเค้าอ่านปุชิตาจบภายในวันเดียว ขอบคุณคุณวุฒิชาติ ชุ่มสนิท (บินหลา สันกาลาคีรี) ที่เขียนหนังสือเล่มนี้มาให้อ่าน (อ้อ แล้วก็อีกอย่างคือได้รู้ว่า คุณบินหลา จบ รร.มหาวชิราวุธ เหมือนสามีเลย สามีเค้าก็เลยยิ่งปลื้มคุณไปกันใหญ่ อยากให้คุณเขียนนวนิยายดีๆแบบนี้ออกมาอีก จะติดตามนะคะ

#24 By ben (61.19.222.33 /61.19.222.33) on 2006-10-13 13:15

ชอบมากชอบจริงเลยค่ะตอนอ่านคิดอยู่เสมอว่าตนเองน่ะเป็นปิ๊ปปี่ อยากมีคนรักเหมือนต้นกล้า

#25 By pd_ppk (61.7.175.232 /61.7.231.202) on 2007-09-07 08:33

ชอบมากชอบจริงเลยค่ะตอนอ่านคิดอยู่เสมอว่าตนเองน่ะเป็นปิ๊ปปี่ อยากมีคนรักเหมือนต้นกล้า

#26 By pd_ppk (61.7.175.232 /61.7.231.202) on 2007-09-07 08:36

สนุกมาก ชอบหนังสือแนวนี้อยู่แล้ว อยากให้ออกมาอีกสักเล่ม หากเป็นเล่ม2 ยิ่งดีเลยอยากอ่านต่อมากครับ จิงๆ

#27 By เทวดาผู้ท้าทาย (117.47.51.142) on 2007-12-13 15:46

เพิ่งอ่านจบค่ะ สนุกดีนะค่ะ แต่แนวเรื่องคล้าย เก็บแผ่นดิน กับเรื่องที่ลิขิตเล่นคู่กับนุสบา ที่เล่นทางช่อง 5 แต่นึกชื่อเรื่องไม่ออกค่ะ

แต่น่าจะมีภาค 2 นะค่ะ เป็นแบบที่สหเทพกลับมาที่สิงขร แล้วสงเสป ตายหรืออะไรประมาณนี้ค่ะ

#28 By wirin (124.120.174.29) on 2008-03-15 23:37