พักหลังไม่ค่อยจะได้อ่านหนังสือสักเท่าไหร่ครับ
หนังสือหลายเล่มจากงานหนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน
เพิ่งจะได้หยิบ "เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์" มาอ่านเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง
และก็อ่านจบลงไปด้วยความพิศวงงงงวย
ว่าสุดท้ายแล้ว เด็กกำพร้าทั้ง 5 คน สัมพันธ์กันอย่างไร

Photobucket - Video and Image Hosting
title: Book Cover, available from http://www.nanmeebooks.com/

ภาณุ ตรัยเวช อาจจะไม่ใช่ชื่อที่โด่งดังมากนักสำหรับผม
แต่ผลงานของเขาก็เคยผ่านตาผมมาบ้างครับ
ทั้งรวมเรื่องสั้น "วรรณกรรมตกสระ" และงานแปล "เคหาสก์แมงป่อง"
โดย "วรรณกรรมตกสระ" เองนั้นก็เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล
วรรณกรรมดีเด่น Young Thai Artist Award 2004 เลยทีเดียว
แต่กับ "เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์" นี้ ผมหยิบขึ้นมาอ่าน
ก็เพราะคำโปรยบนปกแหละครับ

"นวนิยายแห่งโชคชะตา วรรณกรรมเพศที่สาม
มุมมืดทางการเมือง เรื่องราวแสนเศร้า
ในโลกที่ผู้คนเว้าแหว่ง แตกสลาย"

Photobucket - Video and Image Hosting

ภาณุวางตัวเองเป็นบุคคลใกล้ชิดของ "ช่วง"
พ่อครัวหนุ่มที่ผมบอกไม่ถูกว่าทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง
หรือทำทุกอย่างเพื่อน้องชาย "โชติ" กันแน่
ในขณะที่โชติเอง ก็กำลังก้าวเดินในฐานะนักการเมืองหนุ่ม
ที่มุ่งหวังกับอนาคต จนยอมปิดตัวเอง
ปล่อยให้แฟนหนุ่ม "ยอด" ต้องสับสนว่า เขาเป็นใครของโชติกันแน่
"ส้มหวาน" ยอมเป็นภรรยา ((แต่ในนาม)) ของโชติ เพื่อตัวเอง
ตอบไม่ได้ว่าเธอรักใครมากที่สุด โชติ ช่วง หรือตัวเธอเอง
แต่เธอก็พยายามแยกช่วงออกจาก "พลอย" แฟนสาวของช่วง
ที่เธอให้ความสำคัญกับการทำงาน ประหนึ่งว่าถ้าไร้งาน เธอก็จะไม่มีที่ยืน

Photobucket - Video and Image Hosting

ภาณุ เขียนนวนิยายเล่มนี้ขึ้นมาจากความสงสัยใน "มนุษย์"
เพราะมนุษย์ทุกคน ต่างก็ปราถนาความสุขในชีวิต
แล้วทำไมโลกถึงเต็มไปด้วยความทุกข์
หรือเพราะคนเราไม่อาจที่จะร่วมค้นหาความสุขไปด้วยกันได้
และความสุขของคนหนึ่ง จะต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาของอีกคนเสมอ

สำหรับผม หนังสือเล่มนี้อยู่ในโซนเทาหม่นครับ
ที่เมื่ออ่านแล้ว ก็ต้องพักหาอากาศหายใจเป็นระยะ
ไม่ใช่ว่าผมรับไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เพราะผมเองก็อาศัยอยู่บนโลกที่เป็นสีเทาหม่นๆ มานานแล้ว
แต่ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าอ่านอะไรอยู่
ผมจับประเด็นไม่ค่อยได้
และไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวละครหลักทั้ง 5 สักเท่าไหร่นัก
ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ
อะไรที่ส่งผลก่อให้เกิดการกระทำนั้นๆ
และคำถามที่เกิดขึ้นในหัวใจก็คือ
"ทำไมกัน จะหันหน้าเข้าหากันไม่ได้เลยหรือ"

ยอมรับครับ
ว่าเป็นหนังสือที่ต้องใช้จินตนาการในการอ่านมากๆ
เพราะภาณุเลือกที่จะใช้ภาษาที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์
เขาเปรียบเทียบอารมณ์และจิตใจของตัวละคร
เข้ากับธาตุทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นโลก
"ดิน" "น้ำ" "ลม" "ไฟ" และ "ทอง"

Photobucket - Video and Image Hosting

ผมเองคงต้องรอให้มีเวลาว่างๆ
ไม่มีงานอยู่ในหัว
ไม่มีเรื่องกวนใจ
แล้วนั่งอ่านใหม่อีกสักรอบ
ผมก็อาจจะให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า
ทำไมหนังสือที่อ่านไม่รู้เรื่องเล่มนี้
ควรค่ากับการเป็นหนังสือที่ได้รับคัดเลือก
ให้ส่งเข้าประกวดชิงรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี ๒๕๔๙

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สำหรับปีนี้ที่เข้าชิงอ่านแล้วสองเล่ม

ลูกสาวฤษี กับ ความสุขของกะทิ

เล่มนี้ต้องไปหามาลองเสียหน่อยแล้วค่ะ
เป็นคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกันครับ
แต่หลายครั้งก็เลือกไม่ถูกว่าจะอ่านเล่มไหนดี

วันนี้ก็มีตัวเลือกให้อ่านแล้ว (แต่จะอ่านรู้เรื่องมั้ยน้อ? )

#2 By Pop L'Arc on 2006-07-08 13:40

ทำไมลิอ่านแล้วมึนๆ... ช่วงนี้ขอไม่แตะหนังสืออะไรทั้งสิ้นเคอะ ไม่งั้นได้อ้วกแน่ๆ
ปกติแล้วเวลาลิเลือกอ่านหนังสือสักเล่มจะเลือกหนังสือจากหน้าปกมาก่อนเสมอ ฮะๆ... แล้วค่อยดูเนื้อหาด้านใน

#3 By หนูพุก on 2006-07-08 14:00

น่าอ่านนะครับ

ชอบภาพหน้าปกจัง

#4 By PeeYong \-_-> on 2006-07-08 17:58

อ่านที่คุณเอกเขียนไว้ก็ยังงง งง เลยครับ ...

อย่างงี้ยิ่งเพิ่มความอยากอ่านมากเข้าไปอีกนะเนี้ย ...

ช่วงนี้อ่านแต่หนังสือ Knowledge management ฮะ ต้องเอาไปพัฒนางาน

#6 By ๐๐Latte`๐๐ on 2006-07-08 22:08

เป็นหนังสือที่คงต้องใช้เวลานานในการบดย่อยนะครับ ขอบคุณที่แนะนำนะครับ

#7 By นายเบียร์ (58.136.98.85) on 2006-07-09 04:31

แค่อ่านเรื่องย่อก็งงแล้วอ่ะพี่เอก
ละปอยคงอ่านให้เรื่องเรื่องได้ไม่ค่อยง่ายเท่าไหร่
เพราะเรื่องกวนใจมันเย้ออออ
55

ปล. จะลากเค้าไปเลี้ยงข้าวถึงลำปางเลยเหรอ นั่งช้างมารับหน่อยดิ่ถ้างั้น

#8 By ปาดับปาปอย (61.19.165.29) on 2006-07-09 10:21

น่าสนใจ ขอบคุณนะฮับ

#9 By zui ai yanchengxu on 2006-07-09 10:54

จริงด้วย มนุษย์ทุกคนล้วยไขว่คว้าหาความสุขความสบายใส่ตัว จนเห็นแก่ตัวไปโดยไม่รู้ตัว แก่งแย่ง ชิงความได้เปรียบ อิจฉา ริษยา

บางคนไขว่คว้าหาเงินได้มาเป็นหมื่นๆ ล้าน กลับแบกความเดือดร้อนไว้มากมาย หามีความสุขไม่

#10 By จั่นเจา on 2006-07-09 14:16

อ่านๆที่คุณเอกเขียนนี่ ออกจะแนวดราม่าหน่อยๆนะคะนี่.. เป็นความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อน..และตีแผ่ของคำว่ามนุษย์ได้ดีทีเดียว..ต้องหามาอ่านบ้างแล้วค่ะ.. บางทีเบียร์ก็คล้ายๆคุณเอกตรงที่บางทีอ่านรอบแรกอาจไม่ค่อยเก๊ทกะสิ่งที่นักเขียนจะสื่อ ต้องลองอ่านอีกหลายๆรอบน่ะค่ะ..
เคยอ่าน "การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา" ของ อรุณวดี อรุณมาศ หรือเปล่า
อยากรู้ว่าจะอยู่โซนเทาหม่นมั้ย เรื่องนี้รู้สึกว่าอยู่ในโซนดำที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลยล่ะ

#12 By sorbet* on 2006-07-10 02:32

เมื่อวานไปซีเอ็ดบุ๊คยังไม่มีอ่ะคุณเอก เดี๋ยววันนี้จะลองไปร้านนายอินทร์ดู...
ปล..โหยยคุณเอกว่ารูปเบียร์..ใจร้ายๆๆๆๆ แป่วว
บางทีการที่คนจะหันหน้าเข้าหากัน

มันอยู่ที่ว่า ทุกๆคนนั้นพร้อมที่จะเข้ามา ด้วยใจที่ยินดี พอใจ และรับรู้ใ นความรัก ที่แต่ละคน มีให้หรือเปล่า


อย่ากลัวเลย กับความรักที่มีคนมอบให้
เพราะความรัก เป็นสิ่งที่สวยงาม

ถ้าเราเข้าใจมัน

#14 By แฟนคลับ (203.121.143.186) on 2006-07-17 16:32

ขอบคุณทุกคนที่สนใจหนังสือเล่มนี้ครับ โดยเฉพาะเจ้าของบลอคที่อุตส่าห์เขียนแนะนำให้ ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจยังไง ที่หน้าคำนำมีอีเมลคนเขียนนะครับ เขียนมาคุยกันได้

#15 By ภาณุ ตรัยเวช (202.28.23.198 /192.168.99.203) on 2006-07-19 19:25

หนังสือน่าสนใจ ทึ่งมากค่ะ

#16 By นัน (192.55.18.36) on 2006-08-02 10:43

นั่นสิทำไมหนังสือที่อ่านไม่รู้เรื่องเล่มนี้ ควรค่ากับการเป็นหนังสือี่ไดรับเลือกให้เข้าส่งประกวด.......
แนวคิดเรื่องดีอยู่หรอกนะ แต่ติงที่ว่าเป็นวรรณกรรมเพศที่สาม...สังคมบ้านเรา (ที่นี่...เมืองไทย ) น้อยคนเหลือเกินที่จะชื่นชมกับเรื่องเพศที่สามนี้....คนแต่ง..เขา....กล้าดีเนอะ....
....ชอบอะไรที่อ่านแล้ว....จรรโลงใจ...มากกว่า อ่านแล้วยิ้ม...ทำนองนั้น
เรื่องนี้อ่านแล้ว ก็...แค่..ขำขำ..

#17 By คนเขียนบท (จำเป็น ) (202.57.189.4 /192.168.1.196) on 2006-08-16 11:20

อ่านจบแล้วค่ะ ชอบตัวละครชื่อช่วงมาก
เค้าเหมือน"น้ำ"ดี ตรงที่ว่าภายนอดเขาจะมาดนิ่ง ๆ แต่ในใจเขาคิดอะไรอยู่เรามิอาจทราบได้ เหมือนน้ำที่เวลาปกติจะอยู่อย่างสงบ และอาจมีคลื่นลมบ้างพอขำขำ แต่เมื่อน้ำไม่สบอารมณ์ถึงขีดสุดน้ำก็สามารถพัดพาผู้คนให้จมหายไปในห้วงของกระแสน้ำอันเชี่ยวกราด

#18 By H2O_นู๋น้ำ (58.10.158.170) on 2006-08-18 18:28

หนังสือเล่มนี้มีสาระดีนะคะ หนูซื้อมาอ่านแล้ว ดีมากๆได้รู้ถึงความต้องการของคนเหล่านี้ ก้อเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของการใช้ชีวิตของพวกเขา

#19 By (61.7.164.193 /61.7.164.193, 61.7.164.193) on 2007-02-04 13:38

ดีค่ะ นิยายเรื่องนี้อ่านแล้วเจ็บปวดดีแท้ ....ไปหามาอ่านนะค้า...surprised smile

#20 By Rivulet (117.47.73.75) on 2008-07-14 18:45