เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์ - ภาณุ ตรัยเวช
posted on 08 Jul 2006 12:26 by aqui94 in Bookพักหลังไม่ค่อยจะได้อ่านหนังสือสักเท่าไหร่ครับ
หนังสือหลายเล่มจากงานหนังสือก็ยังไม่ได้อ่าน
เพิ่งจะได้หยิบ "เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์" มาอ่านเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง
และก็อ่านจบลงไปด้วยความพิศวงงงงวย
ว่าสุดท้ายแล้ว เด็กกำพร้าทั้ง 5 คน สัมพันธ์กันอย่างไร

title: Book Cover, available from http://www.nanmeebooks.com/
ภาณุ ตรัยเวช อาจจะไม่ใช่ชื่อที่โด่งดังมากนักสำหรับผม
แต่ผลงานของเขาก็เคยผ่านตาผมมาบ้างครับ
ทั้งรวมเรื่องสั้น "วรรณกรรมตกสระ" และงานแปล "เคหาสก์แมงป่อง"
โดย "วรรณกรรมตกสระ" เองนั้นก็เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล
วรรณกรรมดีเด่น Young Thai Artist Award 2004 เลยทีเดียว
แต่กับ "เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์" นี้ ผมหยิบขึ้นมาอ่าน
ก็เพราะคำโปรยบนปกแหละครับ
"นวนิยายแห่งโชคชะตา วรรณกรรมเพศที่สาม
มุมมืดทางการเมือง เรื่องราวแสนเศร้า
ในโลกที่ผู้คนเว้าแหว่ง แตกสลาย"

ภาณุวางตัวเองเป็นบุคคลใกล้ชิดของ "ช่วง"
พ่อครัวหนุ่มที่ผมบอกไม่ถูกว่าทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง
หรือทำทุกอย่างเพื่อน้องชาย "โชติ" กันแน่
ในขณะที่โชติเอง ก็กำลังก้าวเดินในฐานะนักการเมืองหนุ่ม
ที่มุ่งหวังกับอนาคต จนยอมปิดตัวเอง
ปล่อยให้แฟนหนุ่ม "ยอด" ต้องสับสนว่า เขาเป็นใครของโชติกันแน่
"ส้มหวาน" ยอมเป็นภรรยา ((แต่ในนาม)) ของโชติ เพื่อตัวเอง
ตอบไม่ได้ว่าเธอรักใครมากที่สุด โชติ ช่วง หรือตัวเธอเอง
แต่เธอก็พยายามแยกช่วงออกจาก "พลอย" แฟนสาวของช่วง
ที่เธอให้ความสำคัญกับการทำงาน ประหนึ่งว่าถ้าไร้งาน เธอก็จะไม่มีที่ยืน

ภาณุ เขียนนวนิยายเล่มนี้ขึ้นมาจากความสงสัยใน "มนุษย์"
เพราะมนุษย์ทุกคน ต่างก็ปราถนาความสุขในชีวิต
แล้วทำไมโลกถึงเต็มไปด้วยความทุกข์
หรือเพราะคนเราไม่อาจที่จะร่วมค้นหาความสุขไปด้วยกันได้
และความสุขของคนหนึ่ง จะต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตาของอีกคนเสมอ
สำหรับผม หนังสือเล่มนี้อยู่ในโซนเทาหม่นครับ
ที่เมื่ออ่านแล้ว ก็ต้องพักหาอากาศหายใจเป็นระยะ
ไม่ใช่ว่าผมรับไม่ได้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เพราะผมเองก็อาศัยอยู่บนโลกที่เป็นสีเทาหม่นๆ มานานแล้ว
แต่ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าอ่านอะไรอยู่
ผมจับประเด็นไม่ค่อยได้
และไม่เข้าใจอารมณ์ของตัวละครหลักทั้ง 5 สักเท่าไหร่นัก
ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ
อะไรที่ส่งผลก่อให้เกิดการกระทำนั้นๆ
และคำถามที่เกิดขึ้นในหัวใจก็คือ
"ทำไมกัน จะหันหน้าเข้าหากันไม่ได้เลยหรือ"
ยอมรับครับ
ว่าเป็นหนังสือที่ต้องใช้จินตนาการในการอ่านมากๆ
เพราะภาณุเลือกที่จะใช้ภาษาที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์
เขาเปรียบเทียบอารมณ์และจิตใจของตัวละคร
เข้ากับธาตุทั้ง 5 ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นโลก
"ดิน" "น้ำ" "ลม" "ไฟ" และ "ทอง"

ผมเองคงต้องรอให้มีเวลาว่างๆ
ไม่มีงานอยู่ในหัว
ไม่มีเรื่องกวนใจ
แล้วนั่งอ่านใหม่อีกสักรอบ
ผมก็อาจจะให้คำตอบกับตัวเองได้ว่า
ทำไมหนังสือที่อ่านไม่รู้เรื่องเล่มนี้
ควรค่ากับการเป็นหนังสือที่ได้รับคัดเลือก
ให้ส่งเข้าประกวดชิงรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี ๒๕๔๙








)

....ไปหามาอ่านนะค้า...

ลูกสาวฤษี กับ ความสุขของกะทิ
เล่มนี้ต้องไปหามาลองเสียหน่อยแล้วค่ะ
#1 By จดหมายถึงหนูนุ่น on 2006-07-08 12:34