บ้านปู่ เข้าวัด ทำบุญ
posted on 11 Jul 2006 09:50 by aqui94 in Akeวันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญทางศาสนาที่เราพุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์
โดยเป็นวันแรกที่มี พระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงเทศนาเป็นกัณฑ์แรก จึงเรียกเทศฯ กัณฑ์นี้ว่า "ปฐมเทศนา"
หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่านับเป็นวันแรก ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาก็ได้
วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญเดือน๘ ก่อนวันเข้าพรรษา๑ วัน
ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองครั้ง ก็จะ เลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ หลัง
ส่วนเข้าพรรษา นั้นแปลว่า "พักฝน"
หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน
โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์
และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ
ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน
ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย
พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด๓ เดือน ในฤดูฝน
คือ เริ่มตั้งแต่วันแรม๑ ค่ำ เดือน๘ ของทุกปี ถ้าปีใดมีเดือน๘ สองครั้ง
ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม๑ ค่ำ เดือน ๘ หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น๑๕ ค่ำ เดือน๑๑

เป็นธรรมเนียมของทางบ้านผมครับ ที่ญาติๆ จะมารวมตัวกันที่บ้านปู่ในช่วงนี้ของทุกปี
ปีนี้ยิ่งพิเศษใหญ่ เพราะแม้ว่าจะเป็นช่วงหยุดยาว แต่หลานปู่หลานตาก็มากันครบ
ไม่มีใครหนีหายไปเที่ยวไหน พาหลานสะใภ้ พาแฟนมากันครบ
จนเรียกได้ว่าเป็นการชุมนุมใหญ่ที่นานๆ จะเป็นไปได้ครับ

บ้านปู่ผมอยู่ริมคลองครับ คลองแสนแสบทางฝั่งฉะเชิงเทราครับ
ดูแล้ว ไม่ใช่คลองเดียวกันกับคลองแสนแสบในเมืองกรุงเลยนะครับ
เพราะน้ำแม้อาจจะไม่ใสเหมือนเมื่อก่อน
แต่ก็ไม่ได้ดำคล้ำเหมือนในเมืองกรุงครับ
เมื่อก่อนฝั่งตรงข้ามบ้านก็ยังมีคนอาศัยอยู่นะครับ
แต่พอรุ่นเก่าๆ ล้มหายตายจากกันไป ลูกๆ หลานๆ ก็ย้ายเข้ากรุงกันหมด
ที่ก็ปล่อยให้คนอื่นๆ เช่าทำนากันไป

และแน่นอนครับ วันอาสาฬหบูชา ผมก็ต้องตื่นแต่เช้า
ตื่นโดยอัตโนมัติเสียด้วย เข้าครัวช่วยป้ากับอาทำกับข้าว ทำของใส่บาตรครับ
ไม่ได้ช่วยทำนะครับ ช่วยยกของหนักๆ กับช่วยชิมมากกว่า
ความสามารถด้านทำกับข้าวของผมยังเข้าขั้นพอกินคนเดียวได้อยู่เลยครับ
แต่ก็เหมือนกับว่าขอให้ได้นั่งอยู่ด้วยนะครับ สนุกดี
ฟังป้ากับอาคุยกัน แล้วก็ช่วยคิดเมนูว่าจะทำอะไรกินกันดีวันนี้
วันรวมญาติบ้านผม ไม่มีอะไรมากไปกว่ากินกับนอนครับ

ที่วัด เหล่าพุทธศาสนิกชนก็มารวมตัวกันครับ
ทำกับข้าวใส่บาตร มาพร้อมใจที่อยากจะทำบุญ
ผมก็เข้าไปช่วยจัดกับข้าว ตักข้าวใส่บาตร แล้วก็เผ่นครับ
ไม่ใช่ว่าร้อนที่ต้องอยู่ในวัดนะครับ แต่อาการแพ้คลื่นมหาชนกำเริบ
เลยขอมาเดินเล่นรอบวัด นั่งริมน้ำให้ลมพัดเย็นๆ
แล้วก็ซื้อไก่ย่าง หมูย่าง ข้าวเหนียว กินประทังหิวไปพลางๆ
ก่อนกลับไปฟาดมื้อใหญ่ที่บ้านครับ


ซึ่งนอกจากการทำบุญเลี้ยงพระแล้ว
ก็จะมีประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน และจตุปัจจัยเป็นพิเศษ เนื่องในวันเข้าพรรษาครับ
เพราะโดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระ ตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น
มีเพียง "อัฏฐบริขาร" อันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน
และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา
นับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมาครับ



และสิ่งที่สนุกสำหรับผมมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก็คือการทำบุญหล่อเทียนพรรษา
ที่เราจะเอาก้อนเทียนแข็งๆ มาใส่ไว้ในกะทะตั้งไฟให้เทียนละลาย
แล้วตักใส่แม่พิมพ์ครับ
โดยพุทธศาสนิกชนจะยึดถือเป็นประเพณีนำเทียนไปถวายพระภิกษุ ในเทศกาลเข้าพรรษา
เพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นผู้เฉลียวฉลาด มีไหวพริบ ประดุจ แสงสว่างของดวงเทียนครับ




ผมอยู่ทำบุญแค่เมื่อวาน วันอาสาฬหบูชาครับ
เพราะว่าอยากกลับบ้านมานั่งทำงานที่คั่งค้างไว้ด้วย
หอบเอาไปนั่งทำที่บ้านปู่ ก็ไม่ค่อยจะได้ทำเท่าไหร่
มัวแต่นั่งคุย แล้วก็กินกัน อิ่มมากๆ ก็นอนอืด
ผมก็กลัวงานจะไม่เสร็จครับ

ป้าก็บ่นนะครับ ที่ผมรีบกลับ
เพราะนานๆ จะได้ไปเยี่ยมเยียนกันสักที
ก็บ่นตามประสาญาติผู้ใหญ่แหละครับ
"ถ้าเอกรีบกลับ แล้วโกวจะทำกับข้าวให้ใครกินหล่ะเนี่ย"
นั่นไง ป้าผม เห็นผมเป็นมิสเตอร์สวาปามซะงั้น











เป็นการทำบุญอุทิศให้ญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว
ที่บ้านจะไปทำบุญที่พัทลุง ตื่นแต่เช้ามาทำกับข้าวไปวัด
ตกบ่ายเราก็นอนพึ่งพุงกันในสวน อะไรแบบนั้น
ลูกหลานบ้านฉัน ไม่ว่าร่ำเรียนมาสูงแค่ไหน
ก็ต้องมาช่วยกันทำงาน เก็บกวาด จึงจะตามไปนอนผึ่งพุงได้
ช่วงนี้มีญาติๆรุ่นน้องแล้ว เราขยับตัวมาเป็นรุ่นใหญ่
โฮะๆ แก่ขึ้นนี่ก็สบายไปอย่าง
#1 By จดหมายถึงหนูนุ่น on 2006-07-11 11:21