โลกนี้มันช่างยีสต์ - แทนไท ประเสริฐกุล
posted on 27 Aug 2006 20:35 by aqui94 in Bookเพื่อนผมคนนึงเคยส่งลิงค์นี้มาให้ครับ บอกว่า "อ่านเด่ะ ฮาดี"
ซึ่งผมก็ได้เข้าไปอ่าน เอ้อ ก็ฮาดีตามที่มันว่า
แต่ตอนนั้น ผมรู้สึกว่าอ่านไปแล้วรำคาญภาษาที่ใช้ เลยขี้เกียจอ่านซะงั้นครับ

มาอีกคราว สำนักพิมพ์ระหว่างบรรทัด ได้รวมเล่มทำเป็น Pocket Book ขึ้นมา
ออกแบบหน้าปกและรูปเล่มได้ "ยีสต์" สมชื่อหนังสือครับ

Title: แทนไท ประเสริฐกุล และปกหนังสือ, available from "http://webboard.mthai.com/"
ผมได้ไปเปิดๆ อ่านผ่านๆ ตอนงานสัปดาห์หนังสือครับ
แต่ด้วยความคิดเดิมของผมก็ยังคงอยู่
เลยไม่ได้ควักกระเป๋าสอยหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน
((แถมตอนนั้นไม่ได้นึกออกด้วยซ้ำครับ ว่าเจ้าของหนังสือเป็นใคร มาจากไหน))
จนเมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ขอยืมหนังสือมาจาก พี่สาวไกด์@Bloggang
เอามาอ่านได้ไม่กี่วันเองครับ ผมก็อ่านจบไปด้วยความเพลิดเพลิน
เพราะถ้าให้มองเข้าไปในเนื้อแท้ของหนังสือ
คุณแทนไทก็ได้เขียนสิ่งที่น่าสนใจมากทีเดียวครับ
((แอบรำคาญภาษาที่ใช้เป็นระยะๆ ครับ))

"ป.ล. ตกลงความยีสต์คืออะไร ตั้งแต่หยิบหน้าปกขึ้นมาดู ก็คงสงสัยกันแล้วสินะครับ ผมจะบอกให้ก็ได้ว่า จริงๆ แล้ว คำตอบนั้น ได้รับการซุกซ่อนเอาไว้อย่างแยบยลในบรรดาหนังสือที่พิมพ์ออกมาทั้งหมด จะมีอยู่เพียงเล่มเดียวที่ผมแอบเขียนนิยามของคำว่ายีสต์เอาไว้ตรงมุมล่างของหน้า 69 โดยหมึกที่ใช้เขียน เป็นหมึกล่องหนชนิดพิเศษ ต้องใช้น้ำนมพะยูนลูบ แล้วค่อยเอาไปลนไฟ จึงจะปรากฏอักษรออกมาให้อ่านเห็นได้ หากผู้ใดค้นหาอักษรลับ นี้พบ โปรดติดต่อมาหาผมนะครับ เพราะจะมีรางวัลเป็นตุ๊กตารูปชาวประมงเปรูมอบให้พร้อมกับเงินสดอีกเก้าแสนล้านล้านบาท โอวว ไม่แน่คุณอาจเป็นผู้โชคดี กำลังถือหนังสือเล่มนั้นอยู่ในมือก็ได้นิTitle: คำนำหนังสือโลกนี้มันช่างยีสต์ โดยแทนไท ประเสริฐกุลแด่นักเรียนสาวที่น่ารักของผมทุกคน......"
ผมตัดตอนมาจากคำนำของคุณแทนไทครับ
ภาษาในหนังสือ ก็เป็นประมาณนั้น ยียวนกวนประสาท
แต่นั่นก็แค่ภาษาที่ใช้เขียน เป็นดั่งเปลือกหนาๆ ที่ห่อหุ้มส้มโอ
ดังนั้นเมื่อผมแกะเปลือกภาษาที่ห่อหุ้มอยู่ออก
ผมก็ได้เจอกับเนื้อในที่สุกใส มีคุณค่า และน่าสนใจครับ
อย่าง [นี่คือสิ่งสำคัญ - 01/09/04]
ผมก็ถูกใจกับ ข้อคิดที่คุณแทนไทเขียนไว้มากๆ
((ลองอ่านดูสิครับ)) อ่านแล้วได้ อ่านแล้วโดน
จนอยากจะส่ง Link ไปให้เพื่อนร่วมงานบางคนอ่าน
เผื่อว่าจะทำงานกันได้ดีขึ้นกว่าที่เป็น
แต่ก็กลัวโดนลอบยิง ก็เลยขอเก็บเป็นความคิดไว้เท่านั้นครับ
ถ้าบอกชื่อ "แทนไท ประเสริฐกุล" หลายๆ คนก็คงเดาได้
ว่าคุณแทนไทเป็นลูกชายคนโตของคุณเสกสรรค์ ประเสริฐกุล และคุณจีระนันท์ พิตรปรีชา
เป็นผมก็คงเครียดหน่อยๆ แหละครับ กับการเกิดเป็นลูกชายคนดัง
แต่คุณแทนไทไม่ได้มองแค่เครียด
เขาตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น และมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"พอเห็นจากนามสกุล บางคนก็มาปลื้มผมเพราะเป็นลูกพ่อกับแม่ บางคนก็บอกว่าเราเป็นคนหนุ่มที่มีอุดมการณ์สูงส่ง สมเป็นลูกเสกสรรค์-จีระนันท์ ซึ่งผมว่ามันเว่อร์ไป อย่างบางคนถึงขนาดตั้งสมมติฐานว่า ที่ผมชอบชีววิทยา เพราะผมเกิดในป่า ผมก็ตอบกลับไปว่าแล้วทำไมคุณเกิดที่โรงพยาบาลไม่เป็นหมอล่ะ"Title: บทสำภาษณ์แทนไท ประเสริฐกุล, available from "http://webboard.mthai.com/"และการเป็นลูกคนดัง นี้เองที่เขาบอกว่า ค่อนข้างกดดัน แต่ก็เรียนรู้จะยอมรับมัน
"ผมรู้สึกว่าทำไมเราต้องมารับภาระอธิบายตนเอง มันเป็นความยวนอย่างหนึ่ง แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เป็นวิถีธรรมชาติที่เราเป็นลูกคนดัง แล้วต้องมีภาระติดตัวมาแต่เกิด" แทนไท ว่า
และบอกความรู้สึกที่เป็นผลพวงก่อเกิดขึ้นมาจากสิ่งเหล่านี้ด้วยว่า มันทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจเขาว่า ทำไมสังคมนี้ ถึงมองอะไรแค่ผิวเผิน
"บางคนมาสัมภาษณ์ว่าผมเป็นเด็กเรียนเก่ง ทั้งที่จริงๆ แล้วในห้องเรียนผมมีคนเรียนเก่งกว่าผม ทำไมเขาไม่สัมภาษณ์ เพราะไม่ใช่ลูกคนดัง ขายไม่ได้ แล้วอีกอย่างจริงๆ แล้วผมมีความสนใจลึกๆ ที่เป็นตัวตนจริงๆ ของผมอยู่ ทำไมพอเอาเข้าจริงคนที่มาถามผมกลับไม่สนใจตรงนั้น" แทนไท เล่าอย่างออกรส...
อีกอย่างที่ผมชอบก็คือการกล่าวถึงบทบาทความเป็นครูของคุณแทนไทครับ
เขาเขียนไว้ว่า "จริงอยู่ ผมย้อมสีผม และสูบบุหรี่
แต่ผมไม่ได้เป็นอาจารย์ด้วยปอดหรือสีผม
ผมเป็นอาจารย์ด้วยสมองและหัวใจ"
ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้นะครับ
((ประโยคนี้ผมอ่านแล้วนึกถึงหนัง Legally Blonde เลยครับ))
เพราะน้อยคนนักที่จะสามารถเป็นครูได้ทั้งสมองและหัวใจ
แต่ท้ายสุดแล้ว ถ้าเป็นครูด้วยสมองและหัวใจ แล้วยังมีภาพลักษณ์ที่ดีกว่านี้
ผมคิดว่า ก็น่าจะดียิ่งขึ้นไปอีกเนอะครับ
ด้วยภาษาของหนังสือ
น่าจะทำให้หนังสือเล่มนี้ และ Online Diary
เข้าถึงเด็กวัยรุ่นได้ไม่ยากครับ
ซึ่งผมก็จะยินดีอย่างมาก ถ้าเด็กๆ ได้มีโอกาสอ่าน
และคิดตามสิ่งที่คุณแทนไทได้เขียนไว้
เพราะหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่าง
ก็มีคุณค่า เหมาะแก่การเติบโตไปเป็นอนาคตของชาติ
และน่าจะสร้างอนาคตได้ดีกว่าที่ผมกำลังพยายามอยู่นี้ครับ











ชอบอ่ะค่ะพี่เอก..
แง่มุมในการคิด การดำเนินชีวิต..ถูกใจวัยโจ๋อ่ะค่ะ เหอๆๆ
#1 By 【all about PⓤY】 on 2006-08-27 20:44