Me and You and Everyone We Know
posted on 19 Sep 2006 08:21 by aqui94 in Film
Title: Movie Poster, available from www.pantip.com
ในหน้าแนะนำหนังใหม่ของห้องเฉลิมไทย pantip.com
ได้เขียนบรรยายหนังเรื่องนี้เอาไว้ว่า
"ในโลกที่เหงาอย่างวายร้าย เราต่างต้องการใครสักคนด้วยกันทั้งนั้น…"
ผมชอบใจประโยคนี้ครับ ((เพราะผมก็ต้องการใครสักคนเช่นกัน ฮา.....))
ถึงได้ตัดสินใจไปดูหนังเรื่องนี้ครับ แม้ว่าข่าวสารที่ได้รับมาจากเพื่อนๆ แต่ละคน
นั้นจะบอกผมมาว่าหนังเรื่องนี้เซอร์สุดๆ ก็ตาม
ทำให้ผมเองก็กลัวว่าจะดูหนังเรื่องนี้ไม่รู้เรื่องเหมือนกันแหละครับ
แต่ก็นะ ไอ้เรื่องเหงาๆ เนี่ย มันโดนใจผมนักแล

Me and You and Everyone We Know เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์
ของกลุ่มคนใน Community เล็กๆ
ที่ Miranda July ต้องการสื่อออกมาถึงวิธีการสร้างความสัมพันธ์
ของผู้คนบนโลกที่โดดเดี่ยวใบนี้
โดยที่เธอเองก็เล่นเป็น Christine Jesperson
อาร์ติสต์สาวโสดที่อาศัยความสามารถทางศิลปะร่วมสมัยของเธอ
เป็นบันไดก้าวไปสู่สิ่งที่เธอต้องการ
ที่บังเอิญมาตกหลุมรักพนักงานขายรองเท้าที่เพิ่งจะตกพุ่มม่าย Richard Swersey
ผู้กล่าวประโยคกินใจให้เธอได้ฟัง และเธอก็ได้รู้สึกขึ้นมาว่า เขาคือคนที่น่าสนใจ
เพียงแค่เขากลับรู้สึกว่า ความ 'ติสต์ ของเธอนั้น ช่างน่าสนใจและน่าตกใจไปพร้อมๆ กัน

Title: Movie Still, available from www.indiewire.com
ความสัมพันธ์ของบุคคลต่างๆ ในหนัง ทำออกมาได้น่าสนใจครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Peter Swersey ลูกชายคนโตของ Richard
กับการเป็นลูกไล่ของเพื่อนบ้าน 2 สาว
ที่ต้องการให้เขาเป็นกรรมการในการแข่งขัน "ชิวหาพาเพลิน"
หรือการสร้างความสัมพันธ์รักผ่าน Internet ของ Robby Swersey
ลูกชายคนเล็กวัย . . . เอ่อ . . . 7 ขวบ ของ Richard ครับ

Title: Movie Still, available from www.pantip.com
จะบอกถึงตัวหนังอย่างไรดีหล่ะครับ
ที่จะไม่ทำให้ Spoil ไปมากกว่านี้
เพราะหนังเองก็ "เซอร์" ได้ใจอย่างมาก
แม้ว่าหนังจะได้รับรางวัลมาจากเวทีหนังมากมาย
หนังก็ไม่ได้ออก "แนว" มาซะจนจับต้นชนปลายไม่ถูกครับ
และ "สาร" ที่ผมได้มาจากหนัง นั้นเป็นความจริงบนโลกใบนี้เลยทีเดียวว่า
"Everybody need someone in someway"
เรื่องราวในหนังก็คงจะไม่ต่างไปจากชีวิตจริงของทุกๆ คนแหละครับ
เราก็อาจจะอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่เราทุกคนก็ยังต้องการใครสักคนในชีวิต
อาจจะเป็นเพียงเพื่อนร่วมป้ายรถเมล์ ที่นั่งรอรถอยู่ด้วยกันทุกเช้า
หรืออาจจะเป็นความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งถึงขั้นคู่ชีวิต
ที่แค่เพียงมองตา ก็รู้ไปถึงลิ้นปี่ ว่าเราต้องการอะไร
และเรารู้สึกอย่างไร เพราะอย่างไรก็ตาม
การที่มีใครสักคนมาคอยดูแลเรามันก็อุ่นใจเสมอนิครับ
เหมือนอย่างที่ Richard บอกกับ Christine ว่า
"People think that foot pain is a fact of life, but life is actually better than that."

Title: Movie Still, available from www.pantip.com
สำหรับผม การที่ Miranda July เธอเป็นนักเขียนมาก่อน
ทำให้การเขียนบทหนังของเธอทำออกมาได้ดี
และภาษาที่ใช้ในหนังมีความเป็น "กวี" อยู่มากๆ ครับ
โดยเฉพาะกับประโยคนี้ ที่เป็นประโยคที่ผมชอบมากที่สุดในหนัง
และคิดว่าคงมีสาวๆ หลายๆ คน เคยบ่นกับโทรศัพท์แบบนี้บ้างแน่ๆ ครับ
"We have a whole life to live together you fucker, but it can't start until you call."

Title: Movie Still, available from www.pantip.com
ถ้าใครได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว
ก็ช่วยบอกผมหน่อยเหอะครับ
ว่ารู้สึกอย่างไรกับรูปนี้
)) <> ((

Edit ข้อมูลเพิ่มเติม
หนังเรื่องนี้อยู่ในโครงการ
Little Big Film Project X: Oh, What A Love!
มีหนังดีๆ ที่น่านใจอีก 4 เรื่องด้วยกันครับ
งวดนี้ผมกะว่าจะเก็บให้ได้ทุกเรื่องเลย
ดูข้อมูลได้จาก Popcorn Magazine ครับ
edit @ 2006/09/19 10:47:25







#1 By ลูกชิ้น on 2006-09-19 08:38