จะโสดหรือไม่โสดก็ช่างเต๊อะ
posted on 22 Sep 2006 10:56 by aqui94 in Akeเดือนที่หนึ่ง
จำนวนวันก่อนถึงวันเกิดครบสามสิบ: 87 วัน
สภาพจิตใจ: ก็ไม่เลวนัก
ผมกำลังนับถอยหลังเข้า่สู่วันที่เลขอายุกำลังจะเปลี่ยนแปลงครับ
จากวัยที่ใช้เลข 2 นำหน้า ก็จะข้ามไปสู่วัยที่ใช้เลข 3 นำหน้า
ทั้งๆ ที่ก็แค่เพิ่มจำนวนนับขึ้นไปอีก 1 แค่นั้นเอง
แต่ทำไมให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันได้มากขนาดนั้นนะครับ
ทั้งๆ ที่ทุกๆ คนก็มีเวลาเท่ากันทุกคน วันละ 24 ชั่วโมง
แต่ทุกคนกลับมีช่วงที่รู้สึกว่าเวลาเดินช้าเร็วแตกต่างกันไป
ในช่วงที่มีความสุข เวลาช่างสั้นนัก ในขณะที่ช่วงเวลาแห่งความทุกข์
เวลาแต่ละวินาทีที่เดินผ่านไปช่างช้าเสียจริง
ถ้าอย่างนั้นแล้ว การที่เรารู้สึกว่า "อายุ" มันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนี่ย
เป็นเพราะว่าเรามีความทุกข์กับการใช้ชีวิตเหรอครับ

ช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตจากเด็กสู่ผู้ใหญ่คือช่วงไหนครับ
ไม่ใช่สิ ต้องถามใหม่
วันที่เราทุกๆ คนรู้สึกขึ้นมาว่า "เฮ้ย นี่เราเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ" คือวันไหนเหรอครับ
ผมเองก็เคยคิดว่าวันที่เราทุกคนต้องยอมรับกับตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่แล้วนั้น
คงเป็นเมื่อตอน ม.6 กันสินะครับ วันที่เราเป็นพี่ใหญ่ของโรงเรียน
ที่หลายคนมุ่งมั่นกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในขณะที่อีกหลายคนก็เลือกเดินไปตามทางมหาวิทยาลัยชีวิต
ทั้งที่เลือกเอง และไม่มีสิทธิเลือก
ผมเองในตอนมัธยมปลายก็มีความฝันกับแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางอ่าวไทย
แต่ก็เลือกที่จะเดินออกจากเส้นทางชั่วคราว
ไปเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ในชีวิตกับการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน
และเหมือนจะผ่านการก้าวกระโดดจากเด็กวัยรุ่นไปเป็ู้นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน
เหมือนว่าวันที่เราก้าวเท้าออกจากประเทศ และวันที่เราเดินทางกลับมาเหยียบแผ่นดินเกิด
ช่วงเวลาไม่นาน แต่ก็ทำให้เราเ้ป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากโดยไม่รู้ตัว

แล้วช่วงเวลานี้
ผมกลับรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่า "เฮ้ย นี่เ็อ็งโตขึ้นเยอะมากเลยนะ"
จากที่เคยมองอะไรในมุมมองหนึ่ง
ก็เปลี่ยนไปมองในมุมมองอื่นๆ เพิ่มได้
โดยไม่ได้ทิ้งมุมมองเดิมๆ ไปไหน
ผมเคยเขียนถึงตัวเองในวันเกิดครบ 29 เมื่อปีที่แล้วเอาไว้ว่า
สิ่งที่ฉันอยากให้แกเป็นMe@bloggang.com
อยากให้แกทำได้
ก็คือการที่แกจะเป็นผู้ใหญ่เสียที
บางคนเขาก็มองว่าแกเป็นผู้ใหญ่แหละ ฉันรู้
แต่แกก็ยังคิดอะไรเป็นเด็กๆ เอาแต่ใจบ่อยไป
จะทำอะไร ก็คิดหน้าคิดหลังเสียบ้างสิฟะ
((แต่ก็อย่าทิ้งความเป็นเด็กไปนะ
ไม่งั้นแกจะกลายเป็นคนน่าเบื่อ))

ในวันนั้น ผมก็ยังกังวลกับอายุที่เพิ่มขึ้น แต่สภาพจิตใจไม่พัฒนาตาม
แต่พอมาถึงวันนี้เข้าแล้วจริงๆ ผมก็กลับรู้สึกว่า
ทำไมตอนนั้นถึงได้เขียนออกไปอย่างนั้นฟะ
เพราะเมื่อมองดูไปถึงช่วงเวลาครึ่งปี 49 ที่ผ่านมา
ที่ผมจมอยู่กับตัวเอง มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เหมือน Sine Graph
เพราะความเหงาและความผิดหวังมันรุมเร้า
ซึ่งพอผ่านมาจากตรงนั้นไปได้จริงๆ
ผมกลับรู้สึกว่า "เฮ้ย ทำไมเราเป็นไปได้ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย"
ความรู้สึกนึกคิดของผมตอนนี้ ก็คงไม่ต่างไปจากที่ Mike Gayle
ได้เขียนเอาไ้ว้ใน Turning Thirty ((ผมช่วยขายหนังสือแล้วนะคร้าบคุณบิค))
ว่านี่คงเป็นพลังของวัยสามสิบ วัยที่สามารถเชิดหน้ายอมรับกับการจบความสัมพันธ์ได้อย่างลูกผู้ชาย
วัยที่เราจะมองไปข้างหน้าได้อย่างองอาจ กับสิ่งที่คิดวาดฝันเอาไว้
และเป็นวัยที่เมื่อมองย้อนกลับไปในวันวาร
แล้วเราก็จะกลับรู้สึกเหมือนกับว่า "เฮ้อ ทำไปได้ไงฟะตรู"

แต่จะว่าไป "เขา" ก็กลับมารบกวนจิตใจผมอีกครั้งหนึ่ง
ไม่ได้รบกวนตลอดเวลาเช่นก่อน แต่ก็ไปกวนตะกอนให้ขุ่นขึ้นอีกครั้ง
เพราะ เขาโทรมาหาผมเมื่อเดือนที่แล้วครับ
โทรมาขอโทษกับสิ่งที่เขาได้ทำ เขารู้ดีว่าทำผิดต่อผมแบบที่ไม่น่าจะให้อภัย
มันเหมือนกับว่าสิ่งที่อุดตันอยู่ลึกๆ ในใจได้รับการชำระล้าง
และคำขอโทษของเขา
ก็ทำให้อะไรๆ ในชีวิตผมมันรู้สึกรื่นรมณ์มากขึ้น
เพียงแต่ถ้าเขา จะเข้าใจความรู้สึกของผมบ้าง ก็คงจะดีกว่านี้
และผมก็จะได้มีความสุขกับชีวิตได้อย่างที่ใจต้องการ
การที่ผมให้อภัยเขาได้ง่ายๆ
เ็ป็นเพราะ "พลังแห่งวัยสามสิบ" หรือเปล่านะครับ

ในวันนี้ ผมเองก็ไม่ได้มองออกสักเท่าไหร่
ว่าในวันที่ตัวเองอายุ 40 จะเ้ป็นเช่นไร
อาจจะยังนั่งเล่นเน็ทอยู่ในบ้านเช่นเคย
หรือออกไปผจญภัยในโลกกว้างอย่างที่ตั้งใจ
คงไม่มีใครตอบได้หรอกครับ ว่าชีวิตเราจะหลุดนอกแผนไปได้สักขนาดไหน
แต่เมื่อเวลามาถึงจริงๆ ผมก็คงรู้ได้เองแหละครับ
ว่า อะไรเป็นอะไร







)
..เคยได้ยินมาว่า...
ชีวิตผู้ชาย
เริ่มต้น ตอนอายุ 30 นี่ค่ะ
แสดงว่า จริงๆ เพิ่งจะเริ่มต่างหาก...
#1 By tea time ♂♀♪♫ on 2006-09-22 11:04