ปลายหนาว ที่ภูเรือ ภูหลวง
posted on 13 Feb 2007 14:13 by aqui94 in Voyage
ปีนี้ตั้งใจว่าต้องหาโอกาสไปเที่ยว ไปพักผ่อนให้ได้อย่างน้อยเดือนละครั้งครับ
เดือนที่แล้วไปแบบสบายๆ กับไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยา ตามประสาเดือนแรกของปี
เดือนกุมภาพันธ์ปลายหนาว ก็เลยวางแผนกันไว้ว่าจะไปตามล่าหาความหนาว
เก็บอากาศเย็นๆ ช่วงสุดท้ายของปี ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

21.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550
พวกเราออกเดินทางจาก กทม ไปทางสระบุรี เพชรบูรณ์
ก็นอนไปบนรถตู้ครับ หลับๆ ตื่นๆ เพราะนอนไม่สบายนัก
แต่มารู้ตัวอีกทีก็เข้าเขตจังหวัดเลยแล้ว
แค่ 04.00 น. เราก็มาถึงตลาดภูเรือครับ
นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแ_ก กันจริงๆ
ลงรถกันมาก็วิ่งหาร้านน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋กันก่อนเลย
อิ่มหมีพีมันก็ออกเดินทางขึ้นสู่ยอดภูเรือครับ
ทางขึ้นภูเปิดตอน 05.00 น.
นั่งรอกันแป๊บเราก็เผ่นแผลวไปจองที่ชมพระอาทิตย์กันที่ยอดภูเรือ
ผมมารู้ตัวก็ตอนลงจากรถที่ยอดภูนี่แหละครับ
ว่าลืมหยิบขาตั้งกล้องมาจากบ้าน
เฮ้อ ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้ไม่สวยเลย
ต้องพยายามทรงตัวนิ่งๆ แล้วก็เอาแขนซ้ายมารองกล้องแทน

เรานั่งรอพระอาทิตย์กันไปเรื่อยๆ
สักพักก็เห็นสีแดงส้มเรื่อๆ ตรงเส้นขอบฟ้าครับ
พร้อมกันกับที่เริ่มจะได้ยินเสียงเอะอะมาไกลๆ
เพราะประชาชนเริ่มเดินทางมาถึงกัน
แปีบเดียวก็แน่นยอดภูเลยครับ
คุยกันโหวกเหวกโวยวาย เป็นที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง
พวกผมก็เลยหนีลงไปตรงศาลาที่นั่งด้านล่างลงไปแทน คนน้อยกว่ากันเยอะ

ทั้งเอามือรอง เอาแขบแนบลำตัว
เอาแขนแซ้ายมารองแนบลำตัว ภาพก็ยังสั่น
ผมเลยหมดความอดทน ถ่ายไปทั้งอย่างนี้แหละ สั่นนิดหน่อยช่างมันครับ
หันมาพอดีเห็นน้องที่ไปด้วยกันยืนทำท่าซึ้งอยู่
เลยแอบเก็บภาพไว้ กับบุคคลที่กลัวหนาวที่สุดในทริป
ขนาดตอนนอนยังใส่ถุงมือ ถุงเท้า ลองจอห์น และเอียร์มัฟครบครัน

ดอกไม้บนยอดภูเรือเหี่ยวเกือบหมดแล้วครับ
แสงก็น้อย ถ่ายยาก ผมเลยไม่ได้ถ่ายมาด้วย

พวกเรารำคาญเสียงคนคุยกัน
ถ้าต่อคิวรอถ่ายรูปกับป้ายยอดภูเรือคงรอกันเป็นชาติ
ก็เลยหนีไปรอดูพระอาทิตย์กันที่ผาโหล่นน้อย
ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง
จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด และทะเลภูเขาด้วยครับ
เราเดินเลาะเรียบไปทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
คอยมองว่าพระอาทิตย์โผล่ออกมาจากเมฆหรือยัง
แล้วก็ถ่ายรูปไปตามเรื่องตามราวครับ


ที่ผาโหล่นน้อยไม่มีคนเลยครับ
เขาไปดูกันที่ยอดภูกันหมด
พวกเราก็เลยนั่งคุย นั่งเล่นกันสบายๆ
ไม่ต้องเบียดคน ไม่ต้องหนวกหู
และแล้วเราก็ได้ภาพพระอาทิตย์สมใจครับ
ผมถ่ายมาประมาณ 10 ภาพ แต่เอามาอวดได้ภาพเดียว
ที่เหลือภาพสั่นหมดเลย เฮ้อ

หลังจากถ่ายรูปกันหนำใจ
พวกเราก็ลงจากยอดภูมายังที่ทำการอุทยานฯ ครับ
เพื่อเข้าห้องน้ำ และทานข้าวเช้ากัน
แต่ปรากฎว่าร้านอาหารปิดหมดทุกร้านเลย
พวกผมก็เลยลงมาฝากท้องกันที่ตลาดอีกรอบ
ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ที่พักค้างคืนของเราครับ

ข้อมูลการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูเรือ
สามารถค้นหาได้ทั่วไปตาม Website ต่างๆ ครับ
ผมลองค้นหามาเป็นข้อมูลอ้างอิง ก็ได้เยอะแยะทีเดียว
แต่พอเปิดอ่านไปอ่านมา ก็เป็นการ Copy ข้อความมาซะงั้น
เดาว่าต้นฉบับน่าจะเป็น Web ของ ททท. เสียมากกว่าครับ
แต่ก็มีอยู่หนึ่ง Web ที่น่าสนใจครับ ข้อมูลการท่องเที่ยวเลยแบบครบครันเลยทีเดียว
http://www.gotoloei.com/
ผมค้างเอาไว้แค่ที่ภูเรือนะครับ
หาเรื่องยืด ผมจะได้มีอะไรไว้เขียนอีกอย่างน้อยก็ 2 Entry
เดือนที่แล้วไปแบบสบายๆ กับไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยา ตามประสาเดือนแรกของปี
เดือนกุมภาพันธ์ปลายหนาว ก็เลยวางแผนกันไว้ว่าจะไปตามล่าหาความหนาว
เก็บอากาศเย็นๆ ช่วงสุดท้ายของปี ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง

21.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550
พวกเราออกเดินทางจาก กทม ไปทางสระบุรี เพชรบูรณ์
ก็นอนไปบนรถตู้ครับ หลับๆ ตื่นๆ เพราะนอนไม่สบายนัก
แต่มารู้ตัวอีกทีก็เข้าเขตจังหวัดเลยแล้ว
แค่ 04.00 น. เราก็มาถึงตลาดภูเรือครับ
นิ่งเป็นหลับ ขยับเป็นแ_ก กันจริงๆ
ลงรถกันมาก็วิ่งหาร้านน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋กันก่อนเลย
อิ่มหมีพีมันก็ออกเดินทางขึ้นสู่ยอดภูเรือครับ
ทางขึ้นภูเปิดตอน 05.00 น.
นั่งรอกันแป๊บเราก็เผ่นแผลวไปจองที่ชมพระอาทิตย์กันที่ยอดภูเรือ
ผมมารู้ตัวก็ตอนลงจากรถที่ยอดภูนี่แหละครับ
ว่าลืมหยิบขาตั้งกล้องมาจากบ้าน
เฮ้อ ถ่ายพระอาทิตย์ขึ้นได้ไม่สวยเลย
ต้องพยายามทรงตัวนิ่งๆ แล้วก็เอาแขนซ้ายมารองกล้องแทน

เรานั่งรอพระอาทิตย์กันไปเรื่อยๆ
สักพักก็เห็นสีแดงส้มเรื่อๆ ตรงเส้นขอบฟ้าครับ
พร้อมกันกับที่เริ่มจะได้ยินเสียงเอะอะมาไกลๆ
เพราะประชาชนเริ่มเดินทางมาถึงกัน
แปีบเดียวก็แน่นยอดภูเลยครับ
คุยกันโหวกเหวกโวยวาย เป็นที่น่ารำคาญอย่างยิ่ง
พวกผมก็เลยหนีลงไปตรงศาลาที่นั่งด้านล่างลงไปแทน คนน้อยกว่ากันเยอะ

ทั้งเอามือรอง เอาแขบแนบลำตัว
เอาแขนแซ้ายมารองแนบลำตัว ภาพก็ยังสั่น
ผมเลยหมดความอดทน ถ่ายไปทั้งอย่างนี้แหละ สั่นนิดหน่อยช่างมันครับ
หันมาพอดีเห็นน้องที่ไปด้วยกันยืนทำท่าซึ้งอยู่
เลยแอบเก็บภาพไว้ กับบุคคลที่กลัวหนาวที่สุดในทริป
ขนาดตอนนอนยังใส่ถุงมือ ถุงเท้า ลองจอห์น และเอียร์มัฟครบครัน

ดอกไม้บนยอดภูเรือเหี่ยวเกือบหมดแล้วครับ
แสงก็น้อย ถ่ายยาก ผมเลยไม่ได้ถ่ายมาด้วย

พวกเรารำคาญเสียงคนคุยกัน
ถ้าต่อคิวรอถ่ายรูปกับป้ายยอดภูเรือคงรอกันเป็นชาติ
ก็เลยหนีไปรอดูพระอาทิตย์กันที่ผาโหล่นน้อย
ซึ่งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากอีกจุดหนึ่ง
จากจุดนี้จะมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด และทะเลภูเขาด้วยครับ
เราเดินเลาะเรียบไปทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
คอยมองว่าพระอาทิตย์โผล่ออกมาจากเมฆหรือยัง
แล้วก็ถ่ายรูปไปตามเรื่องตามราวครับ


ที่ผาโหล่นน้อยไม่มีคนเลยครับ
เขาไปดูกันที่ยอดภูกันหมด
พวกเราก็เลยนั่งคุย นั่งเล่นกันสบายๆ
ไม่ต้องเบียดคน ไม่ต้องหนวกหู
และแล้วเราก็ได้ภาพพระอาทิตย์สมใจครับ
ผมถ่ายมาประมาณ 10 ภาพ แต่เอามาอวดได้ภาพเดียว
ที่เหลือภาพสั่นหมดเลย เฮ้อ

หลังจากถ่ายรูปกันหนำใจ
พวกเราก็ลงจากยอดภูมายังที่ทำการอุทยานฯ ครับ
เพื่อเข้าห้องน้ำ และทานข้าวเช้ากัน
แต่ปรากฎว่าร้านอาหารปิดหมดทุกร้านเลย
พวกผมก็เลยลงมาฝากท้องกันที่ตลาดอีกรอบ
ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง
ที่พักค้างคืนของเราครับ

ข้อมูลการเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติภูเรือ
สามารถค้นหาได้ทั่วไปตาม Website ต่างๆ ครับ
ผมลองค้นหามาเป็นข้อมูลอ้างอิง ก็ได้เยอะแยะทีเดียว
แต่พอเปิดอ่านไปอ่านมา ก็เป็นการ Copy ข้อความมาซะงั้น
เดาว่าต้นฉบับน่าจะเป็น Web ของ ททท. เสียมากกว่าครับ
แต่ก็มีอยู่หนึ่ง Web ที่น่าสนใจครับ ข้อมูลการท่องเที่ยวเลยแบบครบครันเลยทีเดียว
http://www.gotoloei.com/
ผมค้างเอาไว้แค่ที่ภูเรือนะครับ
หาเรื่องยืด ผมจะได้มีอะไรไว้เขียนอีกอย่างน้อยก็ 2 Entry








กลายเป็นว่ารูปใหญ่กว่าหน้า Blog
ขออภัยด้วยครับผม
เอาไว้ผมจะแก้ไข css ใหม่นะครับ
#1 By AkE on 2007-02-13 14:15