ปลายหนาว ที่ภูเรือ ภูหลวง [ภาคเดิน Trail เล็ก ลานสุริยันต์]
posted on 21 Feb 2007 20:47 by aqui94 in Voyage
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
Part II ปลายหนาว ที่ภูเรือ ภูหลวง [ภาคเดิน Trail ใหญ่ ที่ภูหลวง]
Part I ปลายหนาว ที่ภูเรือ ภูหลวง

ยังครับ มันยังไม่จบ ผมยังดองไว้อีก 1 Entry
ด้วยความที่ถูกใจกับการเดินถ่ายรูปกล้วยไม้มากๆ
และภูหลวงก็เป็นแหล่งพันธุ์กล้วยไม้ป่าที่สวยงามมากมาย
ดังนั้นพอหลังจากกลับมานอนพักผ่อนได้สักพัก
ผมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีก 2 คน ก็ออกเดินทาง
ไปเดิน Trail เล็ก บริเวณหน่วยโคกนกกระบา
ที่เรียกว่าลานสุริยันต์ครับ


ผมลองจัดฉาก วางรองเท้าบนบันได ถ่ายรูปมาให้ดูเหมือนเหนื่อยล้า
ก็น่าจะเหนื่อยอยู่หรอกครับ เดินกันมาประมาณ 5 ชั่วโมง
พักกลิ้งเกลือกได้เล็กน้อย ก็หอบสังขารเดินกันต่อ
แต่งวดนี้เดินสบายครับ ลานสุริยันต์ ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง
แดดร่มลมตก ชมกล้วยไม้ไปเรื่อยๆ ครับ


พบ สิงโตใบพาย ก่อนเพื่อนอีกแล้วครับ
งวดนี้ตั้งใจถ่ายรูปมากๆ เพราะมีเวลามากกว่าเมื่อเช้า
ที่ผมต้องรีบเดินตามเจ้าหน้าที่ ก้ผมไม่อยากหลงป่านี่ครับ

เงยหน้ามาจากสิงโตใบพาย ก็เห็นท้องฟ้ายามเย็นสีสวย
เลยกดชัตเตอร์เอายอดดอกกุหลาบขาวมาฝากครับ
เห็นแต่ยอดดอกตูมๆ ไม่มีใบเลยแฮะคับ

มองแล้วคล้ายๆ กับ Pin Bowling เนอะครับ
ได้ยินเจ้าหน้าที่นำกลุ่มเรียกว่าประทัดจีน
แต่พอมาลองค้นหาใน Google กลับไม่ใช่ต้นนี้อ่ะครับ
ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าชื่ออะไรกันแน่ แต่ดอกมันก็แปลกตาดีเนอะครับ

มองก้มๆ ลงไปบนก้อนหิน ก็พบกับกล้วยไม้เล็กๆ แปลกๆ ดอกนี้ครับ
สิงโตรวงข้าว หรือ Bulbophyllum Morphologorum
เป็นรวงยาวสีน้ำตาล มองดูก็เหมือนรวงข้าวจริงๆ ครับ


เอื้องสำเภางามปากลายอีกแล้วครับ
เอื้องสำเภางามเป็นกล้วยไม้ดินครับ
ก้านดอกยาวมาก ยื่นขึ้นมาเกือบเมตรเลยทีเดียว
ช่อนี้ดอกเพิ่งเริ่มบาน สีม่วงสวยดีเนอะครับ

ด้วยความไม่ยอมน้อยหน้า เอื้องสำเภางาม ((ปากไม่ลาย))
ก็มีให้ยลโฉมใกล้ๆ กันครับ
ผมชอบปากลายมากกว่าอ่ะครับ
เพราะดอกนี้ดูมันจืดๆ ไปหน่อย

เอื้องตาเหิน หรือ Dendrobium infundibulum Lindl.
นางเอกของป่าภูหลวงในครั้งนี้ครับ
เราจะพบกับเธอบานแข่งกันกับดอกกุหลาบแดง
ออกดอกเป็นช่อ ปากดอกมีลายแต้มสีเหลืองๆ ครับ

ผมพบเจ้าต้นเอนอ้านี้ทั่วไปครับ เป็นต้นไม้พุ่มใบยาวรี
ตัวใบมีลักษณะเป็นขนๆ ครับ
แต่ก็เพิ่งจะได้มาเห็นดอกบานสีม่วงสวยที่นี่แหละครับ
คิดว่าถ้าบานทั่วต้น ก็คงสวยน่าดู

เดินไปอีกสักพัก ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาเตะจมูก
ก้มลองไปมองที่พื้น ก็พบกับเจ้าต้นนี้ครับ
เอื้องเทียนน้อย หรือ Coelogyne lactea Rchb. f.
เป็นกล้วยไม้พุ่ม พบได้ตามโคนไม้หรือลานหิน
ออกดอกเป็นช่อ 6 - 10 ดอก และมีกลิ่นหอมครับ

ดอกอะไรก็ไม่แน่ใจครับ จำชื่อไม่ได้
ยอดดอกสวยดี ผมก็เลยถ่ายรูปมา
บริเวณนี้เป็นจุดหมายปลายทางของการเดิน Trail ครับ
เพราะเราจะพบกับก้อนหินอันเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่
หินนกกระบา หรือที่บางคนรู้จักกันในนามนกตบยุง




เริ่มรู้สึกว่า Blog Entry นี้น่าจะโหลดกันนานแน่ๆ
แต่ผมก็ไม่อยากดองไว้แล้วอ่ะครับ
อยากเอาธรรมชาติสวยๆ มาให้ได้ดูกัน
เผื่อว่าจะสร้างแรงบันดาลใจ ให้ใครๆ แถวนี้ไปเที่ยวบ้าง
ออกไปพบกับโลกกว้าง ดีกว่านั่งอุดอู้อยู่หน้าจอคอมนะครับ
ขากลับผมเดินวนเพื่อออกไปทางป่าดิบชื้น
ซึ่งจะออกไปทางด้านผาเยือง
ด้านหลังของพระตำหนักครับ


เจ้าช่อยาวขาวสวยนี้ เจ้าหน้าที่เรียกว่าสร้อยระย้าครับ
แต่ก็เป็นอีกดอกหนึ่งที่พอมาค้นตาม google แล้วไม่พบ
ไปพบกับดอกอื่นๆ แทน
ก็เลยไม่มั่นใจในชื่ออีกเช่นกันครับ ดอกหอมๆ ครับผม
ผมจะสังเกตเห็นว่าดอกที่มีสีขาว มักจะมีกลิ่นหอมมากกว่าดอกอื่นๆ ครับ
เอื้องแปรงสีฟันพระอินทร์ (ตะขาบขาว) หรือ Eria Siamensis.
ขึ้นกันอยู่เป็นพุ่มสวยงามครับ
ชื่อดอกออกจะน่ากลัวไปหน่อยเนอะครับ
จากนั้นเราเดินวนออกมา ก็จะมาถึงส่วนป่าดิบชื้น
ที่บริเวณนี้จะพบกับดงเมเปิล ((ที่ใบแดงๆ ร่วงหมดแล้ว))

ซึ่งจากตรงนั้นจะมาถึงเป็นด้านหลังของพระตำหนักครับ
เป็นหน้าผา เรียกชื่อว่าผาเยือง ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกของภูหลวง
มีโปรมาตั้งกล้องรอถ่ายรูปกันหลายคน
ไม่โปรอย่างผมก็เลยกดกันมา 2 - 3 รูป แล้วก็เผ่นครับ
มารอกาินข้าวดีกว่า หิวแล้ว


ตรงบริเวณนี้คือลานหน้าพระตำหนักครับ
แสงอาทิตย์อัสดงตกกระทบต้นสนสามใบสูงใหญ่ สีสวยงามนัก
ก็เลยได้ภาพความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติมาฝากกัน
ที่เห็นในรูปนั่นหมีแพนด้านะครับ มองหายอดไผ่กิน
เราทานข้าวเย็นแล้วก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัยครับ
ไฟปิดตอน 3 ทุ่ม แต่ผมหลับไปก่อน
เพราะเหนื่อยและก็เพลียครับ ขอนอนเก็บแรงลุยกันต่อในวันรุ่งขึ้น
ซึ่งเราจะเดินทางไปเที่ยวที่ศูนย์เกษตรที่สูงภูเรือ
แวะซื้อของฝาก ไปทานข้าวที่ห้วยน้ำหมาน
ก่อนที่จะเดินทางกลับ กทม กันครับ

หมีน้อยที่น่าสงสาร เป็นของเพื่อนผมเองครับ คุณแฟนให้มา
มันอัดเสียงได้ด้วยนะครับ พวกผมหมันไส้กัน เลยแกล้งกันซะสนุก
มาทำเป็นสวีทเรอะ ฝันไปเหอะ

ดอกกุหลาบแดง หรือ Rhododendron simsii Planch บริเวณที่ทำการ
แดดยามเช้าตกกระทบ สีสวยสดใช่ย่อยเนอะครับ

ที่น่าแค้นใจคงเป็นเจ้านี่ครับ รองเท้านารีอินทนนท์
มาพบดอกอยู่ที่หน้าบ้านพักเจ้าหน้าที่ซะงั้น
แล้วพี่พาผมเดินลุยป่าไปทำไมเนี่ยพี่คร้าบ

ดอกนี้ก็พบที่หน้าบ้านเจ้าหน้าที่เช่นกันครับ
สิงโตสยาม เราจะพบได้ตามต้นไม้ครับ ขึ้นกันเป็นพุ่ม
แต่ออกดอกต้นละดอกเท่านั้นเอง
ส่วนด้านล่างนี่ผมไม่ทราบชื่อครับ
ดอกสีเหลืองๆ สวยดี


หมดแล้วครับกับทริปปลายหนาว
เอาไว้ได้โอกาสทริปหน้า จะเอามาฝากใหม่นะครับ
Part II ปลายหนาว ที่ภูเรือ ภูหลวง [ภาคเดิน Trail ใหญ่ ที่ภูหลวง]
Part I ปลายหนาว ที่ภูเรือ ภูหลวง

ยังครับ มันยังไม่จบ ผมยังดองไว้อีก 1 Entry
ด้วยความที่ถูกใจกับการเดินถ่ายรูปกล้วยไม้มากๆ
และภูหลวงก็เป็นแหล่งพันธุ์กล้วยไม้ป่าที่สวยงามมากมาย
ดังนั้นพอหลังจากกลับมานอนพักผ่อนได้สักพัก
ผมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีก 2 คน ก็ออกเดินทาง
ไปเดิน Trail เล็ก บริเวณหน่วยโคกนกกระบา
ที่เรียกว่าลานสุริยันต์ครับ


ผมลองจัดฉาก วางรองเท้าบนบันได ถ่ายรูปมาให้ดูเหมือนเหนื่อยล้า
ก็น่าจะเหนื่อยอยู่หรอกครับ เดินกันมาประมาณ 5 ชั่วโมง
พักกลิ้งเกลือกได้เล็กน้อย ก็หอบสังขารเดินกันต่อ
แต่งวดนี้เดินสบายครับ ลานสุริยันต์ ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง
แดดร่มลมตก ชมกล้วยไม้ไปเรื่อยๆ ครับ


พบ สิงโตใบพาย ก่อนเพื่อนอีกแล้วครับ
งวดนี้ตั้งใจถ่ายรูปมากๆ เพราะมีเวลามากกว่าเมื่อเช้า
ที่ผมต้องรีบเดินตามเจ้าหน้าที่ ก้ผมไม่อยากหลงป่านี่ครับ

เงยหน้ามาจากสิงโตใบพาย ก็เห็นท้องฟ้ายามเย็นสีสวย
เลยกดชัตเตอร์เอายอดดอกกุหลาบขาวมาฝากครับ
เห็นแต่ยอดดอกตูมๆ ไม่มีใบเลยแฮะคับ

มองแล้วคล้ายๆ กับ Pin Bowling เนอะครับ
ได้ยินเจ้าหน้าที่นำกลุ่มเรียกว่าประทัดจีน
แต่พอมาลองค้นหาใน Google กลับไม่ใช่ต้นนี้อ่ะครับ
ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าชื่ออะไรกันแน่ แต่ดอกมันก็แปลกตาดีเนอะครับ

มองก้มๆ ลงไปบนก้อนหิน ก็พบกับกล้วยไม้เล็กๆ แปลกๆ ดอกนี้ครับ
สิงโตรวงข้าว หรือ Bulbophyllum Morphologorum
เป็นรวงยาวสีน้ำตาล มองดูก็เหมือนรวงข้าวจริงๆ ครับ


เอื้องสำเภางามปากลายอีกแล้วครับ
เอื้องสำเภางามเป็นกล้วยไม้ดินครับ
ก้านดอกยาวมาก ยื่นขึ้นมาเกือบเมตรเลยทีเดียว
ช่อนี้ดอกเพิ่งเริ่มบาน สีม่วงสวยดีเนอะครับ

ด้วยความไม่ยอมน้อยหน้า เอื้องสำเภางาม ((ปากไม่ลาย))
ก็มีให้ยลโฉมใกล้ๆ กันครับ
ผมชอบปากลายมากกว่าอ่ะครับ
เพราะดอกนี้ดูมันจืดๆ ไปหน่อย

เอื้องตาเหิน หรือ Dendrobium infundibulum Lindl.
นางเอกของป่าภูหลวงในครั้งนี้ครับ
เราจะพบกับเธอบานแข่งกันกับดอกกุหลาบแดง
ออกดอกเป็นช่อ ปากดอกมีลายแต้มสีเหลืองๆ ครับ

ผมพบเจ้าต้นเอนอ้านี้ทั่วไปครับ เป็นต้นไม้พุ่มใบยาวรี
ตัวใบมีลักษณะเป็นขนๆ ครับ
แต่ก็เพิ่งจะได้มาเห็นดอกบานสีม่วงสวยที่นี่แหละครับ
คิดว่าถ้าบานทั่วต้น ก็คงสวยน่าดู

เดินไปอีกสักพัก ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาเตะจมูก
ก้มลองไปมองที่พื้น ก็พบกับเจ้าต้นนี้ครับ
เอื้องเทียนน้อย หรือ Coelogyne lactea Rchb. f.
เป็นกล้วยไม้พุ่ม พบได้ตามโคนไม้หรือลานหิน
ออกดอกเป็นช่อ 6 - 10 ดอก และมีกลิ่นหอมครับ

ดอกอะไรก็ไม่แน่ใจครับ จำชื่อไม่ได้
ยอดดอกสวยดี ผมก็เลยถ่ายรูปมา
บริเวณนี้เป็นจุดหมายปลายทางของการเดิน Trail ครับ
เพราะเราจะพบกับก้อนหินอันเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่
หินนกกระบา หรือที่บางคนรู้จักกันในนามนกตบยุง




เริ่มรู้สึกว่า Blog Entry นี้น่าจะโหลดกันนานแน่ๆ
แต่ผมก็ไม่อยากดองไว้แล้วอ่ะครับ
อยากเอาธรรมชาติสวยๆ มาให้ได้ดูกัน
เผื่อว่าจะสร้างแรงบันดาลใจ ให้ใครๆ แถวนี้ไปเที่ยวบ้าง
ออกไปพบกับโลกกว้าง ดีกว่านั่งอุดอู้อยู่หน้าจอคอมนะครับ
ขากลับผมเดินวนเพื่อออกไปทางป่าดิบชื้น
ซึ่งจะออกไปทางด้านผาเยือง
ด้านหลังของพระตำหนักครับ


เจ้าช่อยาวขาวสวยนี้ เจ้าหน้าที่เรียกว่าสร้อยระย้าครับ
แต่ก็เป็นอีกดอกหนึ่งที่พอมาค้นตาม google แล้วไม่พบ
ไปพบกับดอกอื่นๆ แทน
ก็เลยไม่มั่นใจในชื่ออีกเช่นกันครับ ดอกหอมๆ ครับผม
ผมจะสังเกตเห็นว่าดอกที่มีสีขาว มักจะมีกลิ่นหอมมากกว่าดอกอื่นๆ ครับ
เอื้องแปรงสีฟันพระอินทร์ (ตะขาบขาว) หรือ Eria Siamensis.
ขึ้นกันอยู่เป็นพุ่มสวยงามครับ
ชื่อดอกออกจะน่ากลัวไปหน่อยเนอะครับ
จากนั้นเราเดินวนออกมา ก็จะมาถึงส่วนป่าดิบชื้น
ที่บริเวณนี้จะพบกับดงเมเปิล ((ที่ใบแดงๆ ร่วงหมดแล้ว))

ซึ่งจากตรงนั้นจะมาถึงเป็นด้านหลังของพระตำหนักครับ
เป็นหน้าผา เรียกชื่อว่าผาเยือง ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกของภูหลวง
มีโปรมาตั้งกล้องรอถ่ายรูปกันหลายคน
ไม่โปรอย่างผมก็เลยกดกันมา 2 - 3 รูป แล้วก็เผ่นครับ
มารอกาินข้าวดีกว่า หิวแล้ว


ตรงบริเวณนี้คือลานหน้าพระตำหนักครับ
แสงอาทิตย์อัสดงตกกระทบต้นสนสามใบสูงใหญ่ สีสวยงามนัก
ก็เลยได้ภาพความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติมาฝากกัน
ที่เห็นในรูปนั่นหมีแพนด้านะครับ มองหายอดไผ่กิน
เราทานข้าวเย็นแล้วก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัยครับ
ไฟปิดตอน 3 ทุ่ม แต่ผมหลับไปก่อน
เพราะเหนื่อยและก็เพลียครับ ขอนอนเก็บแรงลุยกันต่อในวันรุ่งขึ้น
ซึ่งเราจะเดินทางไปเที่ยวที่ศูนย์เกษตรที่สูงภูเรือ
แวะซื้อของฝาก ไปทานข้าวที่ห้วยน้ำหมาน
ก่อนที่จะเดินทางกลับ กทม กันครับ

หมีน้อยที่น่าสงสาร เป็นของเพื่อนผมเองครับ คุณแฟนให้มา
มันอัดเสียงได้ด้วยนะครับ พวกผมหมันไส้กัน เลยแกล้งกันซะสนุก
มาทำเป็นสวีทเรอะ ฝันไปเหอะ

ดอกกุหลาบแดง หรือ Rhododendron simsii Planch บริเวณที่ทำการ
แดดยามเช้าตกกระทบ สีสวยสดใช่ย่อยเนอะครับ

ที่น่าแค้นใจคงเป็นเจ้านี่ครับ รองเท้านารีอินทนนท์
มาพบดอกอยู่ที่หน้าบ้านพักเจ้าหน้าที่ซะงั้น
แล้วพี่พาผมเดินลุยป่าไปทำไมเนี่ยพี่คร้าบ

ดอกนี้ก็พบที่หน้าบ้านเจ้าหน้าที่เช่นกันครับ
สิงโตสยาม เราจะพบได้ตามต้นไม้ครับ ขึ้นกันเป็นพุ่ม
แต่ออกดอกต้นละดอกเท่านั้นเอง
ส่วนด้านล่างนี่ผมไม่ทราบชื่อครับ
ดอกสีเหลืองๆ สวยดี


หมดแล้วครับกับทริปปลายหนาว
เอาไว้ได้โอกาสทริปหน้า จะเอามาฝากใหม่นะครับ








อยากไปแบบนี้บ้าง แต่ปีนไม่ไหว (ฮา)
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2007-02-21 20:56