ฤดูดาว - พงศกร
posted on 10 May 2007 10:53 by aqui94 in Book
ตีเหล็ก เขาว่าให้ตีตอนร้อนใช่ไหมครับ
ดังนั้นเลยขอเขียนถึงนวนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปสดๆ ร้อนๆ ก่อนละกันครับ
เขียน Entry หนังสืออีกอัน แล้วสัญญาครับ ว่าจะเขียน Entry ญี่ปุ่นแน่ๆ
เพราะคุณนายแม่ส่งรูปมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะถึงที่ทำงานแล้วด้วย
แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดของผม
((ผมทำงานเป็นวัวเป็นควายครับ เลยได้หยุดวันพืชมงคล))
ผมเลยยังไม่สามารถนำรูปมาจัดการได้ครับ แฮะๆ


ฤดูดาว - พงศกร
นวนิยายรางวัลชมเชยในการประกวดหนังสือดีเด่น
ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๙
เอื้องแสนเพ็ง กำลังคลี่กลีบบานทีละน้อย
กลีบดอกสีทองเปล่งประกายระยิบ และส่งกลิ่นหอมหวาน
เป็นกลุ่นหอมที่ไม่เหมือนดอกไม้ใดในโลกหล้า...
เป็นกรุ่นหอมแนบสนิทติดปลายนาสา...
เป็นกรุ่นหอมเหนือกลุ่มหอมของเหล่ามวลมาลา...
เป็นกรุ่นหอมของหัวใจรักที่ร้างรามาชั่วกัลป์...
ดรสา เดินทางกลับไปยัง ผาช้างร้อง เพื่อสานต่อความตั้งใจของแม่ในการดูแลป่าต้นน้ำ
เธอได้พบกับ ด็อกเตอร์สินธพ ชายหนุ่มเจ้าของไร่ส้มข้างเคียงไร่สมุนไพรของเธอ
ความสัมพันธ์ต่อกันที่เริ่มต้นขึ้น โดยต่างฝ่ายต่างไม่ทราบเลยว่า แต่ละคนเป็นใครนั้น
ท่าทางจะก่อเรื่องวุ่นวายมากกว่าที่คิด เมื่อฝ่ายหนึ่งคือนักอนุรักษ์
และอีกฝ่ายคือเจ้าของไร่ส้ม สิ่งแปลกปลอมของธรรมชาติ
ไหนจะ ฤดูดาว ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้า
วันที่ดวงดาราพากันส่องแสง จนขับแสงจันทร์วันเพ็ญให้มัวหมอง
วันที่ เอื้องแสนเพ็ง กล้วยไม้งามที่รอคอยการบานมาถึงหนึ่งพันพระจันทร์เพ็ญ
จะได้คลี่กลีบเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมกำจาย
วันที่คำสาปจะได้รับการชำระล้าง และคู่รักจะได้อยู่เคียงกันตลอดไป

นวนิยายเลมนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในสกุลไทยตั้งแต่ 47 ถึง 48 ครับ
และได้รับการพิมพ์รวมเล่มในกลางปี 48 นั้นเอง
ส่วนผมเองเพิ่งจะได้หยิบมาอ่าน ด้วยเพราะเพิ่งจะได้รู้จักกับ "พงศกร" ครับ
ยอมรับว่าเป็นคนที่อ่านนวนิยายได้ดักดานมากๆ นั่นคือจะอ่านเฉพาะนักเขียนที่ตนเองโปรดปราน
จนเมื่อได้มีใครสักคนที่น่าเชื่อถือได้ว่ารสนิยมการอ่านใกล้เคียงกัน แนะนำหนังสือสักเล่มมา
นั่นแหละ ผมถึงได้มีโอกาสได้อ่านผลงานนักเขียนใหม่ๆ ครับ
ฤดูดาว เป็นผลงานที่ถูกใจผมมากกว่า สาวหลงยุค ซึ่งเป็นผลงานก่อนหน้า
ด้วยที่มาที่ไปของความรัก และการดำเนินเนื้อเรื่องที่ฉับไวกว่ากันเยอะ
((ไม่ได้หมายความว่า สาวหลงยุค ไม่สนุกนะครับ))
ที่มาที่ไปของตัวละครชัดเจน เรื่องราวลึกลับที่ผู้อ่านต้องคาดเดาล่วงหน้า
และคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
ดังนั้นผมจึงขอแนะนำให้คอนวนิยายแนวลึกลับ อ่านผลงานของพงศกรเล่มนี้ครับ
((ผมจะมาแนะนำอะไรเอาตอนนี้เนอะครับ คุณหมอโอ็ตเขาออกจะดัง แฮะๆ))

ตามที่ ดรสา ได้รับการกำหนดมาให้เป็นผู้แก้ไขคำสาปที่ปกคลุมเวียงแสนเพ็ง
เพื่อให้ "อั้วแสนเพ็ง" และ "แถนเมืองแมน" ได้กลับมาครองคู่กันดังที่ควรจะเป็นนั้น
ทำให้เธอต้องค้นหาว่า เวียงแสนเพ็ง นั้นมีจริงหรือไม่ จนได้พบกับ "รัมภา"
การมาของ รัมภา ทำให้ผมประหลาดใจครับ
((ถ้าไม่รู้จัก รัมภา ผมก็ขอแนะนำให้หา "พิมมาลา - แก้วเก้า" มาอ่านนะครับ))
เพราะไม่คาดคิดว่าคุณหมอจะเขียนให้เธอเป็นผู้ชี้ทางให้ดรสาทราบที่มาที่ไปของเวียงแสนเพ็ง
แต่ช่วงนี้เองที่ผมรู้สึกขัดใจเล็กน้อย
ที่คุณหมอไม่ได้บอกกล่าวว่า รัมภา กับ พ่อครูพรหมินทร์ สัมพันธ์กันเช่นไร
อาจจะเป็นจุดเล็กๆ ที่ไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องแต่อย่างใดหรอกครับ
แต่ถ้าได้รับการเฉลยถึงที่มาบ้าง ก็น่าจะทำให้เนื้อเรื่องราบรื่นมากขึ้น ไม่ติดขัด
และเข้าใจได้ว่าทำไมภรรยาของพ่อครูจึงให้บันทึกพงศาวดารเมืองน่านแก่ ดรสา ได้โดยง่ายครับ
Subpolt เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติที่คุณหมอสอดแทรกเข้ามา
ยิ่งทำให้หนังสือน่าสนใจมากขึ้นจริงๆ ครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชุมชนกับป่า และการทดลองพืช GMOs
ผมเชื่อว่า GMOs นั้นมีประโยชน์ครับ ผมไม่เถียง
แต่ผลที่ตามมาอันประเมินค่าไม่ได้นั้น คุ้มค่าแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องขบคิด
เพราะการที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ในวันนี้
นั่นคือเรากำลังหยิบยืมทรัพยากรธรรมชาติมาจากมือของลูกหลานเราในอนาคตนะครับ
ดังนั้นเมื่อ ดรสา เอ่ยประโยค "You think you own whatever land you land on" ขึ้นมา
ตาผมก็รู้สึกรื้นๆ ด้วยความปราบปลื้ม ต่อความรักที่มีให้กับธรรมชาติของเธอ
ขอเพียงเราเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ
โลกของเราก็จะได้รับการฟื้นฟู และน่าอยู่ขึ้นเป็นกองครับ
เมื่ออ่านได้ครึ่งเล่ม ผมก็เข้าใจได้แล้วครับว่าทำไมลายเซ็นต์ของคุณหมอบนปกใน
จึงเขียนให้ผมช่วยปลูกต้นไม้
เพราะการปลูกต้นไม้ นั้นไม่ได้เป็นการทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นการทำดีเพื่อเพื่อนร่วมโลก และเพื่อลูกหลานของเราในวันข้างหน้าครับ
ผมขอแนะนำหนังสือ ความจริงที่หายไป ให้ได้ลองอ่านกันดูครับ
หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดหนังสือดีเด่น ด้านสารคดี
ในปีเดียวกันกับที่ ฤดูดาว ได้รับรางวัลด้วยเช่นกันนะครับ
นอกจากหนังสือเล่มนี้แล้ว
ผมก็ขอแนะนำ Blog เกษตรผสมผสาน ที่น่าสนใจให้ได้ลองอ่านกันครับ
Golb เป็น Blog เกษตรพอเพียง ที่ผมติดตามอ่านบ้าง เท่าที่เวลาอำนวยครับ
มาช่วยกันดูแลรักษาโลกใบนี้กันเถิดครับ

Please push to play
Song: Colors Of The Wind
Singer: Vanessa Williams
Album: Pocahontas Original Soundtrack
ดังนั้นเลยขอเขียนถึงนวนิยายที่เพิ่งอ่านจบไปสดๆ ร้อนๆ ก่อนละกันครับ
เขียน Entry หนังสืออีกอัน แล้วสัญญาครับ ว่าจะเขียน Entry ญี่ปุ่นแน่ๆ
เพราะคุณนายแม่ส่งรูปมาให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะถึงที่ทำงานแล้วด้วย
แต่เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดของผม
((ผมทำงานเป็นวัวเป็นควายครับ เลยได้หยุดวันพืชมงคล))
ผมเลยยังไม่สามารถนำรูปมาจัดการได้ครับ แฮะๆ


ฤดูดาว - พงศกร
นวนิยายรางวัลชมเชยในการประกวดหนังสือดีเด่น
ประจำปี พ.ศ.๒๕๔๙
เอื้องแสนเพ็ง กำลังคลี่กลีบบานทีละน้อย
กลีบดอกสีทองเปล่งประกายระยิบ และส่งกลิ่นหอมหวาน
เป็นกลุ่นหอมที่ไม่เหมือนดอกไม้ใดในโลกหล้า...
เป็นกรุ่นหอมแนบสนิทติดปลายนาสา...
เป็นกรุ่นหอมเหนือกลุ่มหอมของเหล่ามวลมาลา...
เป็นกรุ่นหอมของหัวใจรักที่ร้างรามาชั่วกัลป์...
ดรสา เดินทางกลับไปยัง ผาช้างร้อง เพื่อสานต่อความตั้งใจของแม่ในการดูแลป่าต้นน้ำ
เธอได้พบกับ ด็อกเตอร์สินธพ ชายหนุ่มเจ้าของไร่ส้มข้างเคียงไร่สมุนไพรของเธอ
ความสัมพันธ์ต่อกันที่เริ่มต้นขึ้น โดยต่างฝ่ายต่างไม่ทราบเลยว่า แต่ละคนเป็นใครนั้น
ท่าทางจะก่อเรื่องวุ่นวายมากกว่าที่คิด เมื่อฝ่ายหนึ่งคือนักอนุรักษ์
และอีกฝ่ายคือเจ้าของไร่ส้ม สิ่งแปลกปลอมของธรรมชาติ
ไหนจะ ฤดูดาว ที่กำลังจะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้า
วันที่ดวงดาราพากันส่องแสง จนขับแสงจันทร์วันเพ็ญให้มัวหมอง
วันที่ เอื้องแสนเพ็ง กล้วยไม้งามที่รอคอยการบานมาถึงหนึ่งพันพระจันทร์เพ็ญ
จะได้คลี่กลีบเบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมกำจาย
วันที่คำสาปจะได้รับการชำระล้าง และคู่รักจะได้อยู่เคียงกันตลอดไป

นวนิยายเลมนี้ได้รับการตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในสกุลไทยตั้งแต่ 47 ถึง 48 ครับ
และได้รับการพิมพ์รวมเล่มในกลางปี 48 นั้นเอง
ส่วนผมเองเพิ่งจะได้หยิบมาอ่าน ด้วยเพราะเพิ่งจะได้รู้จักกับ "พงศกร" ครับ
ยอมรับว่าเป็นคนที่อ่านนวนิยายได้ดักดานมากๆ นั่นคือจะอ่านเฉพาะนักเขียนที่ตนเองโปรดปราน
จนเมื่อได้มีใครสักคนที่น่าเชื่อถือได้ว่ารสนิยมการอ่านใกล้เคียงกัน แนะนำหนังสือสักเล่มมา
นั่นแหละ ผมถึงได้มีโอกาสได้อ่านผลงานนักเขียนใหม่ๆ ครับ
ฤดูดาว เป็นผลงานที่ถูกใจผมมากกว่า สาวหลงยุค ซึ่งเป็นผลงานก่อนหน้า
ด้วยที่มาที่ไปของความรัก และการดำเนินเนื้อเรื่องที่ฉับไวกว่ากันเยอะ
((ไม่ได้หมายความว่า สาวหลงยุค ไม่สนุกนะครับ))
ที่มาที่ไปของตัวละครชัดเจน เรื่องราวลึกลับที่ผู้อ่านต้องคาดเดาล่วงหน้า
และคลี่คลายลงได้อย่างรวดเร็ว กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ
ดังนั้นผมจึงขอแนะนำให้คอนวนิยายแนวลึกลับ อ่านผลงานของพงศกรเล่มนี้ครับ
((ผมจะมาแนะนำอะไรเอาตอนนี้เนอะครับ คุณหมอโอ็ตเขาออกจะดัง แฮะๆ))

Spoiler Warning: จากนี้ไปเปิดเผยบางส่วนของเนื้อหา
ที่จะทำให้สูญเสียอรรถรสการอ่านนวนิยายเล่มนี้ได้ครับ
ที่จะทำให้สูญเสียอรรถรสการอ่านนวนิยายเล่มนี้ได้ครับ
ตามที่ ดรสา ได้รับการกำหนดมาให้เป็นผู้แก้ไขคำสาปที่ปกคลุมเวียงแสนเพ็ง
เพื่อให้ "อั้วแสนเพ็ง" และ "แถนเมืองแมน" ได้กลับมาครองคู่กันดังที่ควรจะเป็นนั้น
ทำให้เธอต้องค้นหาว่า เวียงแสนเพ็ง นั้นมีจริงหรือไม่ จนได้พบกับ "รัมภา"
การมาของ รัมภา ทำให้ผมประหลาดใจครับ
((ถ้าไม่รู้จัก รัมภา ผมก็ขอแนะนำให้หา "พิมมาลา - แก้วเก้า" มาอ่านนะครับ))
เพราะไม่คาดคิดว่าคุณหมอจะเขียนให้เธอเป็นผู้ชี้ทางให้ดรสาทราบที่มาที่ไปของเวียงแสนเพ็ง
แต่ช่วงนี้เองที่ผมรู้สึกขัดใจเล็กน้อย
ที่คุณหมอไม่ได้บอกกล่าวว่า รัมภา กับ พ่อครูพรหมินทร์ สัมพันธ์กันเช่นไร
อาจจะเป็นจุดเล็กๆ ที่ไม่มีผลต่อเนื้อเรื่องแต่อย่างใดหรอกครับ
แต่ถ้าได้รับการเฉลยถึงที่มาบ้าง ก็น่าจะทำให้เนื้อเรื่องราบรื่นมากขึ้น ไม่ติดขัด
และเข้าใจได้ว่าทำไมภรรยาของพ่อครูจึงให้บันทึกพงศาวดารเมืองน่านแก่ ดรสา ได้โดยง่ายครับ
Subpolt เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติที่คุณหมอสอดแทรกเข้ามา
ยิ่งทำให้หนังสือน่าสนใจมากขึ้นจริงๆ ครับ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชุมชนกับป่า และการทดลองพืช GMOs
ผมเชื่อว่า GMOs นั้นมีประโยชน์ครับ ผมไม่เถียง
แต่ผลที่ตามมาอันประเมินค่าไม่ได้นั้น คุ้มค่าแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องขบคิด
เพราะการที่เรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ในวันนี้
นั่นคือเรากำลังหยิบยืมทรัพยากรธรรมชาติมาจากมือของลูกหลานเราในอนาคตนะครับ
ดังนั้นเมื่อ ดรสา เอ่ยประโยค "You think you own whatever land you land on" ขึ้นมา
ตาผมก็รู้สึกรื้นๆ ด้วยความปราบปลื้ม ต่อความรักที่มีให้กับธรรมชาติของเธอ
ขอเพียงเราเข้าใจและเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ
โลกของเราก็จะได้รับการฟื้นฟู และน่าอยู่ขึ้นเป็นกองครับ
Spoiler End
เมื่ออ่านได้ครึ่งเล่ม ผมก็เข้าใจได้แล้วครับว่าทำไมลายเซ็นต์ของคุณหมอบนปกใน
จึงเขียนให้ผมช่วยปลูกต้นไม้
เพราะการปลูกต้นไม้ นั้นไม่ได้เป็นการทำเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นการทำดีเพื่อเพื่อนร่วมโลก และเพื่อลูกหลานของเราในวันข้างหน้าครับ
ผมขอแนะนำหนังสือ ความจริงที่หายไป ให้ได้ลองอ่านกันดูครับ
หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลชมเชยในการประกวดหนังสือดีเด่น ด้านสารคดี
ในปีเดียวกันกับที่ ฤดูดาว ได้รับรางวัลด้วยเช่นกันนะครับ
นอกจากหนังสือเล่มนี้แล้ว
ผมก็ขอแนะนำ Blog เกษตรผสมผสาน ที่น่าสนใจให้ได้ลองอ่านกันครับ
Golb เป็น Blog เกษตรพอเพียง ที่ผมติดตามอ่านบ้าง เท่าที่เวลาอำนวยครับ
มาช่วยกันดูแลรักษาโลกใบนี้กันเถิดครับ

Please push to play
Song: Colors Of The Wind
Singer: Vanessa Williams
Album: Pocahontas Original Soundtrack
Tags: book, novel, review10 Comments







)
#1 By ~ * ~ Sun Sun ~ * ~ on 2007-05-10 11:23