Japan Journey Part II - Asakusa Kannon Temple
posted on 15 May 2007 14:31 by aqui94 in Voyage
เย้ๆๆ วันนี้ท่านหัวหน้า ไม่อยู่ ต้องไปประชุมที่ขอนแก่น
ดังนั้นผมก็ขอขี้เกียจด้วยการทำงานไป Up Blog ไป ละกันนะครับ

จาก Edo-Tokyo Museum พวกเราก็พากันวิ่งตึกตักๆ ออกมาข้างนอก
เพื่อขึ้นรถไฟดินไปย่าน Asakusa ครับ โดยอาศัยรถใต้ดินสาย Oedo จากสถานี Ryokogu
มาเปลี่ยนสายเป็นสาย Asakusa ที่ Kuramae เพื่อไปลงที่สถานี Asakusa ครับ
โผล่ขึ้นมาบนดิน เดินเลี้ยวไปหัวมุมตึก เราก็จะพบกับสิ่งก่อสร้างสะดุดตา
เรามาถึงแล้วครับ Asakusa Kannon Temple จุดหมายที่สองของเราใน Tokyo

Asakusa Kannon Temple หรือ Sensoji Temple เป็นวัดพุทธ
ที่มีพื้นที่กว้างขวาง และใหญ่ที่สุดใน Tokyo ครับ
เมื่อเดินมาถึงด้านหน้า เราก็จะพบกับ Kaminarimon หรือ ประตูสายฟ้า
เป็นประตูด้านหน้าทางเข้า ที่แขวนไว้ด้วยโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์
((ไม่ใช่สำนักโคมแดงขนาดยักษ์นะครับ อย่าเข้าใจผิด))
และมีเทพเจ้าพิทักษ์ด้านซ้ายขวาของประตูครับ ชื่อของเทพเจ้า คือ
Raijin เทพสายฟ้า และ Fujin เทพสายลม ครับ
((เทพสายฟ้าและเทพสายลม ทำให้ผมนึกถึง Yaiba แฮะครับ))

เป็นไปตามประเพณีของญี่ปุ่นครับ ที่เมื่อเราก้าวเท้าเข้าวัดแล้ว
เราก็ควรจะชำระล้างร่างกาย และจิตใจให้บริสุทธิ์
ดังนั้นบริเวณด้านหน้าของวัดและวิหารในญี่ปุ่น จะพบกับน้ำพุเล็กๆ อยู่
วิธีการก็คือเราจะหยิบกระบวยรองน้ำที่ไหลออกมาทางท่อครับ
((บางที่ก็เป็นท่อไม้ไผ่ บางที่ก็เป็นรูปปั้นมังกรอย่างในภาพครับ))
จากนั้น ก็ล้างมือทั้งสองข้าง และบ้วนปากครับ
การบ้วนปากนั้นต้องเทน้ำลงในมือก่อนนะครับ แล้วดื่มน้ำจากมือ
ไม่ให้ดื่มน้ำโดยตรงจากกระบวยครับ ที่ผมเห็น บางคนก็จะวักน้ำมาล้างกระบวย
หลังจากที่เราใช้งานเสร็จแล้วด้วยเช่นกันครับ
นอกจากการล้างมือ ล้างจิตใจให้สะอาดแล้ว ด้านหน้าของวัดหรือวิหาร
เราก็จะพบเห็นกระถางกำยานขนาดใหญ่ ((เหมือนในหนังจีนกำลังภายในแหละครับ))
ความเชื่อก็คือควันจากธูปกำยานนั้นช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยครับ
ให้เราวักมือพาควันเข้าหาตัว เจ็บไหล่เจ็บแขนก็วักเข้าไหล่เข้าแขน
เจ็บเข่าเจ็บขาก็วักเข้าเข่าเข้าขา แต่ไม่ให้ยกแขนยกขาไปอังควันนะครับ ผิดครับ

เมื่อเราผ่านขั้นตอนทั้ง 2 อย่างมาแล้ว ก็จะมาถึงส่วนของการไหว้พระครับ
ถ้าเป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คงจะทราบกันดีว่ามีวิธีการเช่นไร
แต่ก็ยังมีเกร็ดความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ที่เราควรจะปฏิบัติตามครับ
ขั้นตอนก็คือโยนเหรียญทำบุญใส่กล่องด้านหน้า แล้วก็อธิษฐานครับ
จากนั้นก็ให้ปรบมือดังๆ 2 ครั้ง แล้วก็อธิษฐานอีกครั้งครับ
((ถ้ามีฆ้อง หรือกระพรวนให้ดึง ก็ให้ทำก่อนการอธิษฐานนะครับ))
ที่เราต้องปรบมือ หรือดึงกระพรวน นั่นก็เพื่อให้ Kami ได้หันมาสนใจเรา
และรับฟังคำอธิษฐานนั้นๆ ครับ พี่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาบอกผมว่า
การโยนเหรียญทำบุญ จะนิยมใช้เหรียญ 5 Yen ครับ
เพราะเป็นการพ้องเสียงในภาษาญี่ปุ่นครับ เป็นคำดีทีเดียว
((แต่ผมลืมไปแล้วว่าเป็นคำว่าอะไร และความหมายยังไง))


วัด Shinto จะมีการตกแต่งประดับประดาสวยงามครับ
เห็นได้จากสีสันและภาพวาดลวดลายต่างๆ
พระโพธิสัตว์ Kannon ของวัดนี้เป็นพระพุทธรูปแบบ Shinto
ที่กล่าวว่ามีชาวประมงพบพระโพธิสัตว์ในแม่น้ำ Sumida ครับ


ประตูใหญ่ๆ ดังในภาพที่เห็น ไม่ใช่ประตู Kaminarimon นะครับ
แต่เป็นประตูด้านหน้าวัด ที่เราจะเดินมาถึง เมื่อผ่าน Kaminarimon และร้านค้าครับ
ประตูนี้ เป็นประตูหลัก ก่อนเข้าวัด เรียกว่า Hozomon ครับ
และมองไปด้านข้าง ก็จะพบกับเจดีย์ 5 ชั้น Gojuto
ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุครับ


ของคู่วัดนะครับ เซียมซี จะมีความแตกต่างกับของไทยอยู่บ้างครับ
นั่นคือเขาจะเป็นกระบอกเหล็กครับ มีรูอยู่ด้านบน
ไม่ต้องมานั่งเขย่าให้เมื่อย แค่จับเทออกมาก็ได้ไม้เซียมซีแล้วครับ
ผมไม่ได้ลองครับ อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แฮะๆ
ลักษณะความเชื่อก็จะคล้ายๆ กับของไทยครับ ที่ถ้าใบเซียมซีไม่ดี
เขาก็จะเอามาผูกไว้กับต้นไม้บริเวณวัด เพื่อให้พระช่วยคุ้มครองครับ
((เรื่องดวง ยังไงก็น่าจะเป็นที่ตัวบุคคลมากกว่าเนอะครับ))
นอกจากเซียมซีแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือเครื่องรางวัด Shinto ครับ
มีรูปแบบมากมายหลายหลากให้เลือกสรร แต่ละอันก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป
ผมจำได้ก็เฉพาะสามอันทางมุมขวาล่างครับ เพราะซื้ออันนี้มา ((อันละ 1000 Yen ครับ))
สีขาว หมายถึง เดินทางปลอดภัย
สีแดง หมายถึง สุขภาพแข็งแรง
สีเหลือง หมายถึง สิ่งที่หวัง สิ่งที่ตั้งใจ จะเป็นจริงครับ


ไหว้พระเสร็จ ก็ได้เวลา Shopping ครับ บริเวณทางเดินหน้าวัด
คือย่าน Shopping ของที่ระลึกอย่างดีครับ มีมากมายให้เลือกสรร
สีสันบาดตาบาดใจจริงๆ ครับ นอกจากของที่ระลึก ก็จะมีของกินมากมายด้วยนะครับ
ที่ขึ้นชื่อย่านนี้ ก็คือ ขนม Senbei ครับ แป้งทอดห่อด้วยแผ่นสาหร่าย
((ผมไม่ชอบครับ ไม่อร่อย)) แล้วก็มีขนม Dango ด้วยครับ ((ไม่อร่อยเช่นกัน))


ของที่ผมเห็นแล้วแทบละลายอยู่หน้าร้าน ก็คือภาพบนกับล่างนี้มากกว่าครับ
ภาพบนคือ ตุ๊กตา Kabuki แบบ SD ที่น่ารักมากๆ ครับ ตัวละ 950 Yen
6 ตัว ก็ 5700 Yen ซื้อไปแล้วผมจะเอาเงินที่ไหน ซื้อของที่ต้องการเนอะครับ
ส่วนด้านล่าง ก็เป็นตุ๊กตาซามูไร และนินจา มีดาบซามูไรจำลองด้วยครับ
อ๊าง..............................อยากได้



พอเดินออกมาด้านหน้า
ผมก็ต้องขอชักภาพกับโคมแดงประตู Kaminarimon เป็นที่ระลึก
เหมือนกับว่าใครมา Tokyo แล้วไม่มีภาพนี้
ก็เหมือนดังว่าไม่ได้มาถึง Tokyo ครับ

2 Entry ที่ผ่านมาคือวันแรกใน Tokyo ครับ
จากวัด Asakusa เราก็ตรงดิ่งกลับโรงแรมด้วยความอ่อนเพลีย
กินข้าว และนัดเวลาของวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยแล้ว
ผมก็อาบน้ำแล้วก็นอนหลับเป็นตายครับ
เหนื่อยมาก เมื่อยขาสุดๆ
ตอนนั้นยังคิดเลยนะครับเนี่ย
ถ้าเดินแบบนี้ทั้งหมด แล้วจะเที่ยวได้ครับ 8 วันไหมฟะ

ดังนั้นผมก็ขอขี้เกียจด้วยการทำงานไป Up Blog ไป ละกันนะครับ

จาก Edo-Tokyo Museum พวกเราก็พากันวิ่งตึกตักๆ ออกมาข้างนอก
เพื่อขึ้นรถไฟดินไปย่าน Asakusa ครับ โดยอาศัยรถใต้ดินสาย Oedo จากสถานี Ryokogu
มาเปลี่ยนสายเป็นสาย Asakusa ที่ Kuramae เพื่อไปลงที่สถานี Asakusa ครับ
โผล่ขึ้นมาบนดิน เดินเลี้ยวไปหัวมุมตึก เราก็จะพบกับสิ่งก่อสร้างสะดุดตา
เรามาถึงแล้วครับ Asakusa Kannon Temple จุดหมายที่สองของเราใน Tokyo

Asakusa Kannon Temple หรือ Sensoji Temple เป็นวัดพุทธ
ที่มีพื้นที่กว้างขวาง และใหญ่ที่สุดใน Tokyo ครับ
เมื่อเดินมาถึงด้านหน้า เราก็จะพบกับ Kaminarimon หรือ ประตูสายฟ้า
เป็นประตูด้านหน้าทางเข้า ที่แขวนไว้ด้วยโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์
((ไม่ใช่สำนักโคมแดงขนาดยักษ์นะครับ อย่าเข้าใจผิด))
และมีเทพเจ้าพิทักษ์ด้านซ้ายขวาของประตูครับ ชื่อของเทพเจ้า คือ
Raijin เทพสายฟ้า และ Fujin เทพสายลม ครับ
((เทพสายฟ้าและเทพสายลม ทำให้ผมนึกถึง Yaiba แฮะครับ))

เป็นไปตามประเพณีของญี่ปุ่นครับ ที่เมื่อเราก้าวเท้าเข้าวัดแล้ว
เราก็ควรจะชำระล้างร่างกาย และจิตใจให้บริสุทธิ์
ดังนั้นบริเวณด้านหน้าของวัดและวิหารในญี่ปุ่น จะพบกับน้ำพุเล็กๆ อยู่
วิธีการก็คือเราจะหยิบกระบวยรองน้ำที่ไหลออกมาทางท่อครับ
((บางที่ก็เป็นท่อไม้ไผ่ บางที่ก็เป็นรูปปั้นมังกรอย่างในภาพครับ))
จากนั้น ก็ล้างมือทั้งสองข้าง และบ้วนปากครับ
การบ้วนปากนั้นต้องเทน้ำลงในมือก่อนนะครับ แล้วดื่มน้ำจากมือ
ไม่ให้ดื่มน้ำโดยตรงจากกระบวยครับ ที่ผมเห็น บางคนก็จะวักน้ำมาล้างกระบวย
หลังจากที่เราใช้งานเสร็จแล้วด้วยเช่นกันครับ
นอกจากการล้างมือ ล้างจิตใจให้สะอาดแล้ว ด้านหน้าของวัดหรือวิหาร
เราก็จะพบเห็นกระถางกำยานขนาดใหญ่ ((เหมือนในหนังจีนกำลังภายในแหละครับ))
ความเชื่อก็คือควันจากธูปกำยานนั้นช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยครับ
ให้เราวักมือพาควันเข้าหาตัว เจ็บไหล่เจ็บแขนก็วักเข้าไหล่เข้าแขน
เจ็บเข่าเจ็บขาก็วักเข้าเข่าเข้าขา แต่ไม่ให้ยกแขนยกขาไปอังควันนะครับ ผิดครับ

เมื่อเราผ่านขั้นตอนทั้ง 2 อย่างมาแล้ว ก็จะมาถึงส่วนของการไหว้พระครับ
ถ้าเป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น ก็คงจะทราบกันดีว่ามีวิธีการเช่นไร
แต่ก็ยังมีเกร็ดความเชื่อเล็กๆ น้อยๆ ที่เราควรจะปฏิบัติตามครับ
ขั้นตอนก็คือโยนเหรียญทำบุญใส่กล่องด้านหน้า แล้วก็อธิษฐานครับ
จากนั้นก็ให้ปรบมือดังๆ 2 ครั้ง แล้วก็อธิษฐานอีกครั้งครับ
((ถ้ามีฆ้อง หรือกระพรวนให้ดึง ก็ให้ทำก่อนการอธิษฐานนะครับ))
ที่เราต้องปรบมือ หรือดึงกระพรวน นั่นก็เพื่อให้ Kami ได้หันมาสนใจเรา
และรับฟังคำอธิษฐานนั้นๆ ครับ พี่ที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม เขาบอกผมว่า
การโยนเหรียญทำบุญ จะนิยมใช้เหรียญ 5 Yen ครับ
เพราะเป็นการพ้องเสียงในภาษาญี่ปุ่นครับ เป็นคำดีทีเดียว
((แต่ผมลืมไปแล้วว่าเป็นคำว่าอะไร และความหมายยังไง))


วัด Shinto จะมีการตกแต่งประดับประดาสวยงามครับ
เห็นได้จากสีสันและภาพวาดลวดลายต่างๆ
พระโพธิสัตว์ Kannon ของวัดนี้เป็นพระพุทธรูปแบบ Shinto
ที่กล่าวว่ามีชาวประมงพบพระโพธิสัตว์ในแม่น้ำ Sumida ครับ


ประตูใหญ่ๆ ดังในภาพที่เห็น ไม่ใช่ประตู Kaminarimon นะครับ
แต่เป็นประตูด้านหน้าวัด ที่เราจะเดินมาถึง เมื่อผ่าน Kaminarimon และร้านค้าครับ
ประตูนี้ เป็นประตูหลัก ก่อนเข้าวัด เรียกว่า Hozomon ครับ
และมองไปด้านข้าง ก็จะพบกับเจดีย์ 5 ชั้น Gojuto
ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุครับ


ของคู่วัดนะครับ เซียมซี จะมีความแตกต่างกับของไทยอยู่บ้างครับ
นั่นคือเขาจะเป็นกระบอกเหล็กครับ มีรูอยู่ด้านบน
ไม่ต้องมานั่งเขย่าให้เมื่อย แค่จับเทออกมาก็ได้ไม้เซียมซีแล้วครับ
ผมไม่ได้ลองครับ อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แฮะๆ
ลักษณะความเชื่อก็จะคล้ายๆ กับของไทยครับ ที่ถ้าใบเซียมซีไม่ดี
เขาก็จะเอามาผูกไว้กับต้นไม้บริเวณวัด เพื่อให้พระช่วยคุ้มครองครับ
((เรื่องดวง ยังไงก็น่าจะเป็นที่ตัวบุคคลมากกว่าเนอะครับ))
นอกจากเซียมซีแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือเครื่องรางวัด Shinto ครับ
มีรูปแบบมากมายหลายหลากให้เลือกสรร แต่ละอันก็จะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป
ผมจำได้ก็เฉพาะสามอันทางมุมขวาล่างครับ เพราะซื้ออันนี้มา ((อันละ 1000 Yen ครับ))
สีขาว หมายถึง เดินทางปลอดภัย
สีแดง หมายถึง สุขภาพแข็งแรง
สีเหลือง หมายถึง สิ่งที่หวัง สิ่งที่ตั้งใจ จะเป็นจริงครับ


ไหว้พระเสร็จ ก็ได้เวลา Shopping ครับ บริเวณทางเดินหน้าวัด
คือย่าน Shopping ของที่ระลึกอย่างดีครับ มีมากมายให้เลือกสรร
สีสันบาดตาบาดใจจริงๆ ครับ นอกจากของที่ระลึก ก็จะมีของกินมากมายด้วยนะครับ
ที่ขึ้นชื่อย่านนี้ ก็คือ ขนม Senbei ครับ แป้งทอดห่อด้วยแผ่นสาหร่าย
((ผมไม่ชอบครับ ไม่อร่อย)) แล้วก็มีขนม Dango ด้วยครับ ((ไม่อร่อยเช่นกัน))


ของที่ผมเห็นแล้วแทบละลายอยู่หน้าร้าน ก็คือภาพบนกับล่างนี้มากกว่าครับ
ภาพบนคือ ตุ๊กตา Kabuki แบบ SD ที่น่ารักมากๆ ครับ ตัวละ 950 Yen
6 ตัว ก็ 5700 Yen ซื้อไปแล้วผมจะเอาเงินที่ไหน ซื้อของที่ต้องการเนอะครับ
ส่วนด้านล่าง ก็เป็นตุ๊กตาซามูไร และนินจา มีดาบซามูไรจำลองด้วยครับ
อ๊าง..............................อยากได้



พอเดินออกมาด้านหน้า
ผมก็ต้องขอชักภาพกับโคมแดงประตู Kaminarimon เป็นที่ระลึก
เหมือนกับว่าใครมา Tokyo แล้วไม่มีภาพนี้
ก็เหมือนดังว่าไม่ได้มาถึง Tokyo ครับ

2 Entry ที่ผ่านมาคือวันแรกใน Tokyo ครับ
จากวัด Asakusa เราก็ตรงดิ่งกลับโรงแรมด้วยความอ่อนเพลีย
กินข้าว และนัดเวลาของวันรุ่งขึ้นเรียบร้อยแล้ว
ผมก็อาบน้ำแล้วก็นอนหลับเป็นตายครับ
เหนื่อยมาก เมื่อยขาสุดๆ
ตอนนั้นยังคิดเลยนะครับเนี่ย
ถ้าเดินแบบนี้ทั้งหมด แล้วจะเที่ยวได้ครับ 8 วันไหมฟะ

Tags: asakusa kannon shrine, japan, tokyo, travel, trip14 Comments










จากที่บล๊อกที่ Bloggang รอยเท้าเล็ก ๆ ของเราเอง เป็นผลงานรวมเรื่องสั้น แนวให้กำลังใจน่ะครับ มองดลกในแง่บวกประมาณนั้น~
ผมชอบนะ - -"
เพราะผมต๊อแต๊บ่อยมั้ง
#1 By :: หมูบ้า :: on 2007-05-15 16:43