Japan Journey Part IV - Kiyomizu-dera
posted on 22 May 2007 23:02 by aqui94 in Voyage
เราออกเดินทางจาก Tokyo ด้วยขบวนรถไฟด่วนพิเศษ Shinkansen Hikari ครับ
ขบวนรถไฟหัวกระสุนที่มีความเร็วเป็นอันดับ 2
((บอกว่าอันดับ 2 ความเร็วก็สุดยอดแล้วครับ เพราะเร็วกว่า 200 กม. ต่อ ชั่วโมง))
ซึ่งผมก็หมายมั่นปั้นมือไว้อีกครั้งกับภาพของภูเขาไฟ Fuji ในระหว่างทาง
แต่อากาศที่ขมุกขมัวด้วยเมฆฝนก็บดบังทัศนียภาพไปจนหมด
ผมไม่ทราบด้วยซ้ำว่าผ่าน Fuji ไปหรือยัง เฮ้อ....เป็นอีกเรื่องที่เสียดายครับ
เราใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 45 นาที กับระยะทาง 370 กม. ก็ถึง Kyoto ครับ
ตามแผนการก็คือทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ไว้ที่สถานีรถไฟในตู้ Coin Locker
แล้วก็หอบหิ้วกระเป๋าใบเล็กออกเที่ยวเลย
เพราะเราก็ต้องกลับมาที่สถานีรถไฟในวันรุ่งขึ้น
เพื่อขึ้นรถไฟ JR เดินทางไป Nara ครับ
เดินออกมาก็เจอกับป้าย Information กับตัวการ์ตูนคุ้นเคยครับ Atom

เราซื้อตั๋วรถเมล์แบบ One Day Pass ครับ
เพื่อเดินทางไปยัง วัด Kiyomizu
ที่ถือได้เป็น Highlight หนึ่งในหลายจุดน่าสนใจของ Kyoto ครับ
ตัววัดประกอบขึ้นด้วยหมู่อาคารต่างๆ ที่น่าสนใจ ในเรื่องราวของวัฒนธรรม
แค่ตำแหน่งที่ตั้งของวัดก็น่าสนใจแล้วครับ เพราะตั้งอยู่บนเขาทางด้านตะวันออกของเมือง
ที่เมื่อเราเข้าเยี่ยมชมภายในวัดแล้ว ก็จะมองลงมาเห็นตัวเมือง Kyoto ยามเย็นที่สวยงามครับ
จากสถานีรถไฟ Kyoto เรานั่งรถเมล์ไปไม่เกิน 15 นาที
ก็ถึงทางถนนเดินขึ้นวัดที่ผู้คนพลุกพล่านครับ

และเมื่อเดินขึ้นไปตามถนนเรื่อยๆ ผ่านร้านค้าขายของที่ระลึกต่างๆ ก็จะถึงทางเข้าวัด
ซึ่งจะพบกับประตูวัดใหญ่โตสีแดงตั้งตระหง่านเป็นการต้อนรับผู้มาเยือนครับ
((แต่เราเดินขึ้นบันไดด้านข้างๆ วัดกันซะงั้นครับ))
จากขั้นบันได เราก็จะผ่านกับหมู่ตึกมากมายครับ
ผมหล่ะชอบสีแดงๆ ของอาคารจริงๆ เชียว
ด้านข้างจะเป็นหอระฆังครับ ผมรู้สึกว่าเหมือนจะปรับ iso กล้องผิดไปหน่อย
ทำให้ภาพที่ออกมาได้ท้องฟ้าเป็นสีขาวซะงั้น

เมื่อเดินขึ้นบันไดไปจนถึงหอระฆัง แล้วหันหลังกลับ
วิวของเมือง Kyoto ก็จะปรากฎต่อสายตาครับ
Kyoto เป็นเมืองหลวงเก่าที่รายล้อมไปด้วยภูเขา
ประวัติศาสตร์ของเมืองเริ่มต้นในปี 794 และดำเนินเรื่อยมา
จนย้ายเมืองหลวงไปยัง Edo ในยุค Meiji ปี 1868 ครับ
วัด Kiyomizu นี้ตั้งชื่อตามน้ำตกในบริเวณเดียวกันกับวัดครับ
ซึ่งชื่อมีความหมายว่า "น้ำบริสุทธิ์"


อาคารด้านข้างถัดมาคือเจดีย์ไม้แบบญี่ปุ่นสูง 5 ชั้น
กับดอกไม้สีชมพูแสนสวย ที่ผมไม่แน่ใจว่ามันคือบ๊วยหรือเปล่าอ่ะครับ
การมาญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ยังพอมีหวังกับดอกซากุระบ้างครับ
แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของอากาศ ก็ทำให้ดอกไม้บานเร็วไปกว่ากำหนด
การบานของดอกซากุระนั้นจะบานไล่ไปจากท้ายเกาะ จนถึงเหนือสุด
แต่การเดินทางของเราเป็นการเดินทางในทางด้านภาคตะวันตกของญี่ปุ่นลงใต้
ซึ่งสวนทางกับการบานของดอกไม้ครับ และที่สำคัญเมื่อวันที่เราไปถึง Tokyo นั้น
ดอกซากุระใน Tokyo ก็ร่วงโรยหมดแล้ว

เมื่อเราเดินผ่านเจดีย์มา ก็จะถึงด้านหน้าทางเข้าวัด ที่จะมีน้ำพุอยู่ครับ
วิธีการก็เช่นเดิมตามที่เคยบอกไว้ครับ ชำระล้างแล้วก็จ่ายเงินค่าเข้าชมวัดได้ 300 Yen
ด้านข้างๆ ทางเข้าจะพบกับอาคารไม้หลังนี้ของวัดครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นอาคารอะไร
เพียงแค่ด้านข้างมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่ กับรอยเท้าขนาดยักษ์
สงสัยว่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทครับ


เข้ามาภายในอาคารไม้หลังใหญ่ของวัดครับ ไหว้พระกันก่อนตามธรรมเนียม
ด้านในอาคารจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป Kannon ครับ
ที่แตกต่างไปจากที่อื่นหน่อยก็คือ ที่นี่เมื่อเราไหว้พระอธิษฐานแล้ว
ด้านข้าง จะมีบาตรขนาดยักษ์พร้อมไม้ ให้เราใช้เคาะ เพื่อส่งคำอธิษฐานครับ
น่าเสียดายว่าภาพด้านในอาคารที่ไม่ให้ใช้แฟลช ถ่ายออกมาไม่สวยเลย
พี่ที่ถือกล้อง DSLR ก็ไม่ได้ถ่ายอะไรมาด้วย เลยไม่มีภาพตรงนี้มาอวดครับ

ที่น่าสนใจของอาคารไม้หลังนี้ก็คือระเบียงขนาดกว้างขวางมโหฬาร
สร้างยื่นออกไปจากหน้าผาของภูเขาที่ตั้งวัดครับ
ระเบียงนี้สร้างขึ้นมาด้วยท่อนไม้หลายร้อยท่อน
ซึ่งมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครกระโดดลงไปจากระเบียงนี้ แล้วยังมีชีวิตอยู่
คำอธิษฐานที่ขอไว้ จะเป็นจริง ((ความสูงถึงพื้นก็ 13 เมตรครับ))
ผมไม่กล้าโดดลงไปหรอกครับ ไม่ได้อธิษฐานอะไรไว้
วิวที่มองออกไปจากระเบียงนี้สวยงามมากๆ ครับ


เดินถัดมาจากระเบียง ก็จะพบกับร้านขายเครื่องรางอีกเช่นกัน
ที่นี่มีเครื่องรางขนาดเล็กๆ ด้วยครับ เหมาะซื้อไปให้กับเด็กๆ
เป็นเครื่องรางที่สร้างความสุขครับ
ที่นี่มีป้ายคำอธิษฐานขายด้วยนะครับ เขียนแล้วก็แขวนไว้ที่ราวครับ


จากอาคารหลังใหญ่ ก็จะพบกับบันไดเล็กๆ ที่ทอดตัวขึ้นไป
มีประตู Torii หินตั้งตระหง่าน ตรงนั้นคือทางขึ้น Jishu-jinja
หรือ Love-themed Shrine ครับ
ที่นี่จะมี "หินแห่งความรัก" ตั้งอยู่ 2 ก้อน ห่างกันประมาณ 18 เมตร
ก็จะเป็นการอธิษฐานที่เดินหลับตาจากหินก้อนหนึ่ง ไปยังหินอีกก้อนหนึ่ง
เพื่อพิสูจน์รัก และอธิษฐานรักครับ ที่นี่เด็กนักเรียนเยอะมาก ผมเลยไม่ได้ขึ้นไป
เพราะใจอยากเดินลงไปด้านล่างมากกว่าครับ



พอลงมาด้านล่าง เราจะเห็นลักษณะการสร้างระเบียงกว้างด้วยท่อนไม้อย่างชัดเจนครับ
ทึ่งในความสามารถของช่างโบราณ ที่สร้างได้อย่างแข็งแรง และใช้เพียงลิ่ม เท่านั้นครับ

ด้านล่างคือที่ตั้งของ Otowa-no-taki ครับ ((ศาลน้ำตกครับ))
ที่นี่ก็จะมีคิวเข้าไปรองน้ำตกดื่มกัน ตามความเชื่อที่ว่านี่คือน้ำบริสุทธิ์
เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ครับ เขาจะมีกระบวยขนาดยาวให้ใช้รองน้ำ
เวลาใช้เสร็จก็วางไว้ในกล่อง ที่มีการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ด้วยนะครับ ไฮเทคซะ
นอกจากนั้นก็จะมีเป็นแก้วของวัดขายด้วยเช่นกัน เพื่อเอากลับไปเป็นที่ระลึกครับ



จากน้ำตก เดินย้อนมาทางออก ก็จะเจอกับร้านขนมญี่ปุ่นที่น่ารักครับ
เก้าอี้นั่งเหมือนที่เคยเห็นในการ์ตูนมากมาย
แต่ผมตั้งใจไว้กับซูชิหมุนวนที่จะไปกิน ก็เลยเดินผ่าน ไม่ได้นั่งลองชิมครับ
ออกมานั่งรอคนอื่นๆ ด้านหน้า เพื่อที่จะไปเดินชมย่านร้านขายของฝากครับ


((Entry นี้รูปตัวเองเยอะจัง 555))

ร้านค้าแถวนั้นเริ่มจะปิดแล้วครับ เพราะเย็นมากแล้ว
ของฝากจาก Kiyomizu คือขนมแป้งไส้ถั่วแดง
ผมชอบนะครับ อร่อยดี แต่ก็ได้แค่ซื้อมากินเอง ไม่ได้ซื้อมาฝาก
เพราะมีแต่หมดอายุก่อนวันกลับทั้งนั้นเลย น่าเสียดายมากๆ


เราเดินทะลุลงมายังย่าน Gion ครับ เป็นย่านเก่าของเมือง อยู่ใกล้ๆ กับวัด Kiyomizu
เห็นบอกว่าอาจจะได้เห็น Geisha ในย่านนี้ แต่ผมมองแล้ว ไม่เจอสักคนเลยครับ
ถนนแถวนี้เป็นหินครับ ว่ากันว่า ถ้าลื่นล้มแถวนี้ ก็จะนำพาโชคร้ายมาให้
แหม่ อะไรจะมีแต่เรื่องโชคลางเนอะครับ
ผมชอบบ้านหลังที่เห็นในรูปอ่ะครับ เขาเอาไม้ไผ่มาหุ่มท่อระบายน้ำฝนไว้
เป็นการประยุกต์ใช้ ที่ทำให้บ้านคงรูปแบบญี่ปุ่นที่น่าสนใจครับ




ป้ายแหล่งท่องเที่ยว ที่เราไปพบบริเวณ Gion ทำออกมาได้ดีมากครับ
บอกเส้นทางเดิน และวัดรายล้อม เสียอย่างเดียวคือมีแต่ภาษาญี่ปุ่น
ทำให้คนที่ไม่รู้ภาษาอย่างผม ก็คงจะลำบากที่จะระบุว่านั่นคืออะไรครับ
ถึงตรงนี้ ฟ้าก็แทบมืดมิดแล้วครับ ท้องก็ร้องแล้วด้วย
พวกเราก็เลยตรงไปที่ย่าน Sanjo/Kawaramachi เพื่อซูชิหมุนวนครับ
จานละ 120 Yen กินได้ กินไป หึหึหึ ซัดไปหลายอยู่ครับ อร่อยดี

จากร้านซูชิ สิ่งที่ทำต่อมาคือเดินย่าน Shopping และไปโรงแรมเพื่อพักผ่อนครับ
เตรียมพร้อมร่างกายเพื่อไปเที่ยว Nijo Castle และตรงไปยัง Nara ครับ
Tags: japan, kiyomizu, kyoto, trip9 Comments







#1 By *บลาสต์ on 2007-05-22 23:10