Japan Journey Part V - Nijo Castle and Heian Jingu
posted on 27 May 2007 21:47 by aqui94 in Voyage
มาถึงเช้าวันที่ 3 ในญี่ปุ่นแล้วครับ และเราก็ยังอยู่กันที่ Kyoto เช่นเดิม
วันนี้เราจะเข้าไปเยี่ยมชม Nijo Castle กันครับ
เราออกจากโรงแรม ที่ย่าน Omiya ก็นั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆ
ไปไม่ไกลครับ เพียง 2 Block ก็ถึงแล้ว
แต่เราไปถึงเร็วเกินไป ทางพระราชวังยังไม่เปิดให้เข้าชม
เราเลยฝากกระเป๋าเข้าตู้ไว้ก่อน แล้วก็เดินไปเดินมา ถ่ายรูปเล่น รอเวลาครับ
สักพักก็มีคณะเด็กๆ ที่จะมาทัศนศึกษา มาเข้าคิวรอเช่นกัน
แต่งชุดนักเรียนกันมาเรียบร้อยเลยครับ เด็กๆ เขาเป็นระเบียบกันดีจัง
จากการเดินสำรวจฆ่าเวลา กำแพงของพระราชวังเป็นหินก้อนขนาดมหึมา
วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ดูแข็งแรงมากทีเดียวครับ
ภายใน Nijo Castle แบ่งออกเป็น 2 ชั้นครับ
ชั้นนอกจะเป็นส่วนของ Ninomaru Palace
ในขณะที่ชั้นในจะเป็นส่วนของ Honmaru Palace และสวนแบบญี่ปุ่นครับ
จากส่วนด้านหน้า ที่เป็นส่วนยามรักษาการณ์
เราจะต้องเดินผ่านประตูเข้าไปสู่ส่วนพระราชวัง
ประตูทางเข้า มีลักษณะลวดลายที่สวยงามมากๆ ครับ



สงสัยเราจะมาเช้าไปจริงๆ แหละครับ
เพราะ Ninomaru Palace นั้นยังไม่เปิดให้เข้าชม
เราก็เลยเดินวนชมส่วนบริเวณสวนของพระราชวังก่อนครับ
มองขึ้นไปด้านบนหน้าจั่วของพระราชวัง เราก็จะเห็นสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศ
สัญลักษณ์ประจำตระกูล ของ Ieyasu ครับ


การเข้าชม Ninomaru Palace ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้านในได้ครับ
และการตกแต่งภายในนั้นก็น่าทึ่งทีเดียว ทั้งภาพเขียนบนบานประตูที่เก่าแก่
เครื่องตกแต่งบริเวณเสา และระเบียง รวมไปถึงรูปแกะสลักครับ
การออกแบบของพระราชวังแห่งนี้ก็น่าทึ่งเช่นกัน
มีการจัดแบ่งโซนไว้อย่างดี ที่ให้แขกสำคัญสามารถเข้าถึงภายในได้
ในขณะแขกทั่วไป ก็จะได้เข้าเฝ้า Shokun ในอีกห้องนึง ที่ชั้นนอก
นี่ไม่รวมถึงพวกประตูลับ ที่จะให้บรรดาองครักษ์ซ่อนตัวนะครับ
และสิ่งที่เป็น Highlight ของ Ninomaru Palace คือพื้นระเบียงทางเดิน
ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nightingale Floors หรือ "ระเบียงนกกระจิบ"
เพราะทางเดินได้รับการออกแบบมาให้ทุกย่างก้าว จะมีเสียงร้องดังนกร้องตลอดเวลา
นั่นก็เพื่อป้องกันการโจมตี หรือบรรดานินจา ที่จะเข้ามาลอบสังหารครับ
ผมลองเดินเบาที่สุด เท่าที่จะเบาได้ ก็ยังได้ยินเสียงนกทุกครั้งที่ลงเท้าเลยครับ
น่าทึ่งมากทีเดียว




ส่วนที่น่าชมของ Honmaru Palace ก็คือ สวนดอกไม้ครับ
เพราะพระราชวังจะรายล้อมไปด้วยต้น Sakura และ Ume ((ดอกบ๊วย)) ครับ
((โรยไปหมดแล้วครับ น่าเศร้าใจจริงๆ อดชมเลย))
โดยรอบของ Honmaru Palace จะเป็นคูน้ำ มีปลาคาร์ฟตัวโตๆ แหวกว่าย
และมีกำแพงหินสูงชันอีกชั้นหนึ่งครับ
ส่วนรูปต้นสนนั้นไม่มีอะไรครับ ผมแค่ชอบ Texture บนผิวไม้เท่านั้นเอง
ประตูไม้เล็กๆ แบบญี่ปุ่นในสวนนี่สวยดีนะครับ
น่าเอามาทำบ้าง เสียดาย ที่บ้านมีที่เท่าหนูดิ้นตาย


พอเราเดินย้อนกลับมาด้านหน้า
ก็เงยหน้าไปเห็นลวดลายประดับประดา
ของบริเวณประตู Ninomaru Palace อีกทีครับ
ที่มองเห็นเป็นแผ่นเงินๆ นั่น
เป็นลวดลายนกกระเรียนที่ละเอียดสวยงามมากๆ
สิ่งเหล่านี้ถูกทำขึ้นมา
ด้วยวัตถุประสงค์ของการแสดงอำนาจและความมั่งคั่งของ Shokun
การตกแต่งประดับประดาแบบนี้ มีให้เห็นทั่วไปในพระราชวังครับ


จาก Nijo Castle เราขึ้นรถเมล์อีกสาย
เพื่อไปยัง Heian Shrine หรือที่ชาว Kyoto รู้จักในนามของ Heian Jingu
ศาลเจ้า Heian เป็น ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 1,100 ปี เมือง Kyoto ครับ
ประตู Torii สีแดงอันใหญ่ในฝั่งตรงข้ามถนน
เป็นสัญลักษณ์บอกเขตแดนวัด หรือศาลเจ้า Shinto ครับ
ดังนั้นเมื่อเราผ่าน Torii เข้ามาแล้ว
นั่นก็คือเราเข้าสู่เขตแดนของศาลเจ้าแล้วครับ


อันนี้เป็นถังสาเกครับ

ส่วนนี่คุณนายแม่ก็กำลังจะชำระล้าง ก่อนเข้าสู่บริเวณของศาลเจ้าครับ
ที่นี่ผมไม่มีเรื่องเล่ามากครับ
ได้แต่กด Shutter อย่างเมามัน เพราะอากาศดีมาก
สีแดงของอาคาร ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า ได้สีสวยงามมากๆ ครับ
พื้นที่ของศาลเจ้า Heian นั้นกว้างขวางมากครับ
เหมาะสมกับงานพิธีการต่างๆ เลยทีเดียว
ช่วงที่เราไปถึงนั้น ที่ศาลเจ้ากำลังมีพิธีศพด้วยครับ
เพราะเห็นมีคล้ายๆ พระ Shinto กำลังทำพิธี และมีคนแต่งดำด้วย


ซองสีชมพูนี้บรรจุดอก Sakura ครับ
Packaging ของญี่ปุ่นนี่เป็นสิ่งที่น่านับถือมากครับ
ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อย และก็สวยงามมากๆ ครับ






ไม่เล่าครับ อวดรูปอย่างเดียวโลด
ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าแดดใสๆ แบบที่เห็น จะมีพายุฝนตามมา
โชคดีที่เราเดินทางกลับมาถึงสถานีรถไฟก่อนฝนตกครับ
ผมได้โอกาศแวะไปซื้อสแตมป์มาแปะ Postcard ส่งกลับมาไทยด้วย
ก็ไปเจอกับสแตมป์ที่ระลึก "รถด่วนขบวน 999" ด้วยครับ
เดี๋ยวจะไปสแกนมาอวดครับ


จาก Kyoto เรากำลังเดินทางไป Nara แล้วครับ
วันนี้เราจะเข้าไปเยี่ยมชม Nijo Castle กันครับ
เราออกจากโรงแรม ที่ย่าน Omiya ก็นั่งรถเมล์ไปเรื่อยๆ
ไปไม่ไกลครับ เพียง 2 Block ก็ถึงแล้ว
แต่เราไปถึงเร็วเกินไป ทางพระราชวังยังไม่เปิดให้เข้าชม
เราเลยฝากกระเป๋าเข้าตู้ไว้ก่อน แล้วก็เดินไปเดินมา ถ่ายรูปเล่น รอเวลาครับ
สักพักก็มีคณะเด็กๆ ที่จะมาทัศนศึกษา มาเข้าคิวรอเช่นกัน
แต่งชุดนักเรียนกันมาเรียบร้อยเลยครับ เด็กๆ เขาเป็นระเบียบกันดีจัง
จากการเดินสำรวจฆ่าเวลา กำแพงของพระราชวังเป็นหินก้อนขนาดมหึมา
วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ดูแข็งแรงมากทีเดียวครับ
ภายใน Nijo Castle แบ่งออกเป็น 2 ชั้นครับ
ชั้นนอกจะเป็นส่วนของ Ninomaru Palace
ในขณะที่ชั้นในจะเป็นส่วนของ Honmaru Palace และสวนแบบญี่ปุ่นครับ
จากส่วนด้านหน้า ที่เป็นส่วนยามรักษาการณ์
เราจะต้องเดินผ่านประตูเข้าไปสู่ส่วนพระราชวัง
ประตูทางเข้า มีลักษณะลวดลายที่สวยงามมากๆ ครับ



สงสัยเราจะมาเช้าไปจริงๆ แหละครับ
เพราะ Ninomaru Palace นั้นยังไม่เปิดให้เข้าชม
เราก็เลยเดินวนชมส่วนบริเวณสวนของพระราชวังก่อนครับ
มองขึ้นไปด้านบนหน้าจั่วของพระราชวัง เราก็จะเห็นสัญลักษณ์ดอกเบญจมาศ
สัญลักษณ์ประจำตระกูล ของ Ieyasu ครับ


การเข้าชม Ninomaru Palace ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพด้านในได้ครับ
และการตกแต่งภายในนั้นก็น่าทึ่งทีเดียว ทั้งภาพเขียนบนบานประตูที่เก่าแก่
เครื่องตกแต่งบริเวณเสา และระเบียง รวมไปถึงรูปแกะสลักครับ
การออกแบบของพระราชวังแห่งนี้ก็น่าทึ่งเช่นกัน
มีการจัดแบ่งโซนไว้อย่างดี ที่ให้แขกสำคัญสามารถเข้าถึงภายในได้
ในขณะแขกทั่วไป ก็จะได้เข้าเฝ้า Shokun ในอีกห้องนึง ที่ชั้นนอก
นี่ไม่รวมถึงพวกประตูลับ ที่จะให้บรรดาองครักษ์ซ่อนตัวนะครับ
และสิ่งที่เป็น Highlight ของ Ninomaru Palace คือพื้นระเบียงทางเดิน
ที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Nightingale Floors หรือ "ระเบียงนกกระจิบ"
เพราะทางเดินได้รับการออกแบบมาให้ทุกย่างก้าว จะมีเสียงร้องดังนกร้องตลอดเวลา
นั่นก็เพื่อป้องกันการโจมตี หรือบรรดานินจา ที่จะเข้ามาลอบสังหารครับ
ผมลองเดินเบาที่สุด เท่าที่จะเบาได้ ก็ยังได้ยินเสียงนกทุกครั้งที่ลงเท้าเลยครับ
น่าทึ่งมากทีเดียว




ส่วนที่น่าชมของ Honmaru Palace ก็คือ สวนดอกไม้ครับ
เพราะพระราชวังจะรายล้อมไปด้วยต้น Sakura และ Ume ((ดอกบ๊วย)) ครับ
((โรยไปหมดแล้วครับ น่าเศร้าใจจริงๆ อดชมเลย))
โดยรอบของ Honmaru Palace จะเป็นคูน้ำ มีปลาคาร์ฟตัวโตๆ แหวกว่าย
และมีกำแพงหินสูงชันอีกชั้นหนึ่งครับ
ส่วนรูปต้นสนนั้นไม่มีอะไรครับ ผมแค่ชอบ Texture บนผิวไม้เท่านั้นเอง
ประตูไม้เล็กๆ แบบญี่ปุ่นในสวนนี่สวยดีนะครับ
น่าเอามาทำบ้าง เสียดาย ที่บ้านมีที่เท่าหนูดิ้นตาย


พอเราเดินย้อนกลับมาด้านหน้า
ก็เงยหน้าไปเห็นลวดลายประดับประดา
ของบริเวณประตู Ninomaru Palace อีกทีครับ
ที่มองเห็นเป็นแผ่นเงินๆ นั่น
เป็นลวดลายนกกระเรียนที่ละเอียดสวยงามมากๆ
สิ่งเหล่านี้ถูกทำขึ้นมา
ด้วยวัตถุประสงค์ของการแสดงอำนาจและความมั่งคั่งของ Shokun
การตกแต่งประดับประดาแบบนี้ มีให้เห็นทั่วไปในพระราชวังครับ


จาก Nijo Castle เราขึ้นรถเมล์อีกสาย
เพื่อไปยัง Heian Shrine หรือที่ชาว Kyoto รู้จักในนามของ Heian Jingu
ศาลเจ้า Heian เป็น ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 1,100 ปี เมือง Kyoto ครับ
ประตู Torii สีแดงอันใหญ่ในฝั่งตรงข้ามถนน
เป็นสัญลักษณ์บอกเขตแดนวัด หรือศาลเจ้า Shinto ครับ
ดังนั้นเมื่อเราผ่าน Torii เข้ามาแล้ว
นั่นก็คือเราเข้าสู่เขตแดนของศาลเจ้าแล้วครับ


อันนี้เป็นถังสาเกครับ

ส่วนนี่คุณนายแม่ก็กำลังจะชำระล้าง ก่อนเข้าสู่บริเวณของศาลเจ้าครับ
ที่นี่ผมไม่มีเรื่องเล่ามากครับ
ได้แต่กด Shutter อย่างเมามัน เพราะอากาศดีมาก
สีแดงของอาคาร ตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า ได้สีสวยงามมากๆ ครับ
พื้นที่ของศาลเจ้า Heian นั้นกว้างขวางมากครับ
เหมาะสมกับงานพิธีการต่างๆ เลยทีเดียว
ช่วงที่เราไปถึงนั้น ที่ศาลเจ้ากำลังมีพิธีศพด้วยครับ
เพราะเห็นมีคล้ายๆ พระ Shinto กำลังทำพิธี และมีคนแต่งดำด้วย


ซองสีชมพูนี้บรรจุดอก Sakura ครับ
Packaging ของญี่ปุ่นนี่เป็นสิ่งที่น่านับถือมากครับ
ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อย และก็สวยงามมากๆ ครับ






ไม่เล่าครับ อวดรูปอย่างเดียวโลด
ไม่น่าเชื่อเลยนะครับว่าแดดใสๆ แบบที่เห็น จะมีพายุฝนตามมา
โชคดีที่เราเดินทางกลับมาถึงสถานีรถไฟก่อนฝนตกครับ
ผมได้โอกาศแวะไปซื้อสแตมป์มาแปะ Postcard ส่งกลับมาไทยด้วย
ก็ไปเจอกับสแตมป์ที่ระลึก "รถด่วนขบวน 999" ด้วยครับ
เดี๋ยวจะไปสแกนมาอวดครับ


จาก Kyoto เรากำลังเดินทางไป Nara แล้วครับ
Tags: heian jingu, japan, kyoto, nijo castle, trip7 Comments







ง่า......
.
.
.
อยากดูก็อยากดู
.
.
.
อิจฉาก็อิจฉา
.
.
.เง้อออออ แยกไปญี่ปุ่นนนนนน
#1 By ArchmaniaC on 2007-05-28 11:45