Japan Journey Interlude I - Sento at Imaicho
posted on 04 Jun 2007 13:56 by aqui94 in Voyage
หลังจากอิ่มอร่อย Okonomiyaki ที่ Nara กันแล้ว
ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยัง Imaicho ที่พักของเราในค่ำคืนนี้ครับ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที โดยรถไฟ JR อีกเช่นกัน
ด้วยเราเดินทางไปในช่วงกลางคืน
กว่าจะขนกระเป๋า กว่าจะนั่งรถไปถึง ก็เหนื่อยกันมากมาย
ถึงที่พักก็มืดแล้ว เลยไม่ได้ทำอะไรมากครับ
ดังนั้น Entry นี้ ผมจะมาเล่าเรื่องคั่นเวลาครับ

ที่พักของเรา ไม่ใช่ Ryokan ดังที่พี่หัวหน้า Trip เขาบอกไว้
แต่เป็นบ้านพักแบบ Homestay ครับ นอนแบบญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว
นึกถึงที่นอนของโนบิตะที่เป็นฟูกๆ อย่างในการ์ตูนอ่ะครับ
นอนกันอย่างนั้นเลย ตอนแรกนึกว่าจะนอนลำบาก เพราะแข็ง
แต่ที่ไหนได้ นิ่มและอุ่นมากๆ ครับ
เข้าเรื่องดีกว่า เรื่องคั่นเวลาคราวนี้ก็คือ
ที่ผมได้ไปอาบน้ำโรงอาบน้ำสาธารณะครับ ((ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Sento ครับ))
เพราะบ้านพักของเรามีห้องน้ำเพียงห้องเดียว
การจะรองรับ จำนวนคนกว่า 10 คนเช่นนี้ อาจจะอาบน้ำกันยันเที่ยงคืนได้
ผมเลยถือโอกาสเลี่ยงไปอาบน้ำที่โรงอาบน้ำสาธารณะครับ
((ต่อให้ห้องน้ำพอ ผมก็จะไปอาบครับ แหม่ โอกาสแบบนี้ ไม่ขอพลาดแน่ๆ))

หลังจากสอบถามกันแล้ว มีชาวประชาหน้าหนารวม 5 คนที่จะไปอาบ
ชาย 2 หญิง 3 รวมคุณอาเจ้าของบ้านพัก ก็เป็น 6 คนครับ
การเตรียมตัว ผมก็เอาไปแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก 1 ผืน
สบู่ ยาสระผม โฟมล้างหน้า แค่นี้แหละครับ
พร้อมแล้ว เราก็ออกเดินทางกันได้

Title: Sento Layout, available from wikipedia
เดี๋ยวขออธิบายแผนผังก่อนนะครับ
แน่นอนว่าเขาจะต้องแบ่งเป็นห้องอาบน้ำ ชาย-หญิง
เข้าไปก็จะเจอกับ Bandai ที่จะมีเจ้าของร้านนั่งอยู่คอยเก็บเงิน
ค่าอาบก็คนละ 150 Yen ครับ ((แค่ 50 บาทเองครับ))
เราก็เก็บรองเท้าไว้ด้านหน้า แก้ผ้าผ่อนเก็บเข้า Locker
แล้วก็เดินโทงๆ พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ เข้าไปด้านในได้แล้วครับ
((ลืมความอายไปได้เลยครับ เพราะก็ไม่เห็นใครเขาจะอายสักคน))
อ่อ
ตรงนี้ คนเก็บเงินจะเป็นผู้หญิงนะครับ แล้วก็ไม่ต้องไปเขินคุณป้าแกหรอก
แกเห็นโทงๆ มาทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ มานานแล้ว
ป้าแกไม่สนหรอกคับ อิอิ

ขั้นตอนการอาบน้ำ ก็จะมีเป็น Pattern เลยครับ
เอาอุปกรณ์อาบน้ำ ไปวางไว้ตรงฝักบัวก่อน
แล้วก็เดินไปตรงบ่อน้ำร้อน เพื่อตักน้ำมาราดตัว
น้ำไม่ร้อนมากครับ แค่ 44 - 46 องศาเท่านั้นเอง ((ราดไปตัวแดงเลยครับ))
ชำระล้างร่างกายและจุดสำคัญเรียบร้อยแล้ว
เราก็ลงไปแช่ได้ แช่พอเป็นพิธีครับ สักพักก็ขึ้นมาได้
((ค่อยๆ ก้าวลงไปนะครับ อย่ากระโดดลงไป เสียมารยาทครับ))
ขึ้นมาก็ไปอาบน้ำครับ ตรงฝักบัวก็จะมีทั้งน้ำร้อน น้ำเย็น
ให้เราเปิดผสมกันจนได้อุณหภูมิที่พอใจ
อาบจนพอใจครับ ขั้นตอนนี้ ที่คนญี่ปุ่นเขานิยม
ก็คือจะใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ นี่แหละ ขัดตัว ขัดหลังครับ
ถ้าจะสนิทๆ กันหน่อย เขาก็จะถูหลังให้กันและกันด้วยนะครับ
อาบจนสะอาดแล้ว เราก็จะไปแช่น้ำร้อนกันอีกครั้งครับ
วิธีการแช่น้ำร้อนที่เหมาะสม
ก็คือไม่ควรแช่นานเกินไปครับ ((แน่หล่ะคับ เดี๋ยวไข่สุก))
ค่อยๆ นั่งลงไป ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ เดี๋ยวจะเป็นลมคาบ่อ
พอได้ที่ ((เอาแค่ไข่ต้มยางมะตูม)) เราก็ออกมาจากบ่อครับ
จะนั่งพัก หรือจะไปราดน้ำลดอุณหภูมิก็แล้วแต่
ทำเช่นนี้สลับกันไปครับ พอใจก็มาล้างเนื้อล้างตัวลดอุณหภูมิอีกที
แล้วก็ออกมาแต่งตัวได้ครับ
ก่อนที่จะออกมา ก็ต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อนนะครับ
เพราะส่วนบริเวณด้าน Locker นี้เป็นส่วนแห้งครับ

บริเวณส่วนแต่งตัวนี้ ก็จะมีอุปกรณ์มาให้บริการครับ
ไดร์เป่าผม เก้าอี้นวด และตาชั่งครับ
ผมก็เลยทำตัวเป็นนักมวย ชั่งน้ำหนักสักหน่อยครับ
ได้ความว่า 3 วันในญี่ปุ่น น้ำหนักขึ้นไป 2 กิโลกว่าๆ
= =" มันพุ่งพรวดดีจังครับ

โรงอาบน้ำสาธารณะแบบนี้ ผมก็สงสัยนะครับ ว่าเป็นวัฒนธรรมแบบไหน
เพราะจะว่าไป ทุกบ้านก็ควรที่จะมีห้องน้ำอยู่แล้ว
แล้วจะมาอาบน้ำข้างนอกทำไมให้ลำบาก
แต่จากที่ได้ไปเรียนรู้ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่พบปะกันของเพื่อนบ้านครับ
นั่งอาบน้ำกันไป คุยกันไป จะเรื่องไหนก็ได้
ให้ความรู้สึกเหมือนร้านกาแฟบ้านเราไงครับ
คล้ายๆ เหมือนว่า "เสื้อผ้า" เป็นตัวบดบังตัวตนและความรู้สึก
ทำให้โดยทั่วไป คนญี่ปุ่นจะดูเหมือนเย็นชา และไม่ค่อยเป็นมิตร
แต่พอมาได้แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังกัน
ได้เปิดอก คุยกันในทุกเรื่องครับ
คุณโตมร ได้เขียนเรื่องราวการอาบน้ำ Sento ไว้อย่างน่าสนใจ
ในหนังสือเล่มไหม่ "ลม ฟ้า อาหาร" ลองหามาอ่านนะครับ
จะว่าไป ก็เป็นดังนั้นครับ ผมได้ผูกมิตรกับคุณลุงท่านหนึ่งในห้องน้ำ
คุยกันด้วยภาษาใบ้นี่แหละ รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง สนุกดี
ออกมาแล้วคุณลุงเขาเลี้ยงนมผมด้วยนะครับ
นมกาแฟเย็นๆ หลังอาบน้ำอุ่นๆ ออกมา อา....อร่อยครับ
อาบน้ำแล้ว ผมรู้สึกอุ่นแล้วก็สบายมากๆ ครับ
ตอนเดินมาอาบ ก็ต้องแต่งตัวกันรัดกุมเพราะอากาศเย็น
แต่พออาบมาแล้ว เดินกันไปสบายๆ ครับ ชอบนักแล
มีโอกาส ก็อยากให้ลองนะครับ
ไม่ต้องไปเขิน ไม่ต้องไปอายหรอกครับ
ได้ลอง ได้เรียนรู้อะไรแบบนี้ ผมว่าเป็นกำไรชีวิตครับ
ก็ได้เวลาออกเดินทางไปยัง Imaicho ที่พักของเราในค่ำคืนนี้ครับ
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที โดยรถไฟ JR อีกเช่นกัน
ด้วยเราเดินทางไปในช่วงกลางคืน
กว่าจะขนกระเป๋า กว่าจะนั่งรถไปถึง ก็เหนื่อยกันมากมาย
ถึงที่พักก็มืดแล้ว เลยไม่ได้ทำอะไรมากครับ
ดังนั้น Entry นี้ ผมจะมาเล่าเรื่องคั่นเวลาครับ

ที่พักของเรา ไม่ใช่ Ryokan ดังที่พี่หัวหน้า Trip เขาบอกไว้
แต่เป็นบ้านพักแบบ Homestay ครับ นอนแบบญี่ปุ่นกันเลยทีเดียว
นึกถึงที่นอนของโนบิตะที่เป็นฟูกๆ อย่างในการ์ตูนอ่ะครับ
นอนกันอย่างนั้นเลย ตอนแรกนึกว่าจะนอนลำบาก เพราะแข็ง
แต่ที่ไหนได้ นิ่มและอุ่นมากๆ ครับ
เข้าเรื่องดีกว่า เรื่องคั่นเวลาคราวนี้ก็คือ
ที่ผมได้ไปอาบน้ำโรงอาบน้ำสาธารณะครับ ((ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Sento ครับ))
เพราะบ้านพักของเรามีห้องน้ำเพียงห้องเดียว
การจะรองรับ จำนวนคนกว่า 10 คนเช่นนี้ อาจจะอาบน้ำกันยันเที่ยงคืนได้
ผมเลยถือโอกาสเลี่ยงไปอาบน้ำที่โรงอาบน้ำสาธารณะครับ
((ต่อให้ห้องน้ำพอ ผมก็จะไปอาบครับ แหม่ โอกาสแบบนี้ ไม่ขอพลาดแน่ๆ))

หลังจากสอบถามกันแล้ว มีชาวประชาหน้าหนารวม 5 คนที่จะไปอาบ
ชาย 2 หญิง 3 รวมคุณอาเจ้าของบ้านพัก ก็เป็น 6 คนครับ
การเตรียมตัว ผมก็เอาไปแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก 1 ผืน
สบู่ ยาสระผม โฟมล้างหน้า แค่นี้แหละครับ
พร้อมแล้ว เราก็ออกเดินทางกันได้

Title: Sento Layout, available from wikipedia
เดี๋ยวขออธิบายแผนผังก่อนนะครับ
แน่นอนว่าเขาจะต้องแบ่งเป็นห้องอาบน้ำ ชาย-หญิง
เข้าไปก็จะเจอกับ Bandai ที่จะมีเจ้าของร้านนั่งอยู่คอยเก็บเงิน
ค่าอาบก็คนละ 150 Yen ครับ ((แค่ 50 บาทเองครับ))
เราก็เก็บรองเท้าไว้ด้านหน้า แก้ผ้าผ่อนเก็บเข้า Locker
แล้วก็เดินโทงๆ พร้อมอุปกรณ์อาบน้ำ เข้าไปด้านในได้แล้วครับ
((ลืมความอายไปได้เลยครับ เพราะก็ไม่เห็นใครเขาจะอายสักคน))
อ่อ
ตรงนี้ คนเก็บเงินจะเป็นผู้หญิงนะครับ แล้วก็ไม่ต้องไปเขินคุณป้าแกหรอก
แกเห็นโทงๆ มาทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ มานานแล้ว
ป้าแกไม่สนหรอกคับ อิอิ

ขั้นตอนการอาบน้ำ ก็จะมีเป็น Pattern เลยครับ
เอาอุปกรณ์อาบน้ำ ไปวางไว้ตรงฝักบัวก่อน
แล้วก็เดินไปตรงบ่อน้ำร้อน เพื่อตักน้ำมาราดตัว
น้ำไม่ร้อนมากครับ แค่ 44 - 46 องศาเท่านั้นเอง ((ราดไปตัวแดงเลยครับ))
ชำระล้างร่างกายและจุดสำคัญเรียบร้อยแล้ว
เราก็ลงไปแช่ได้ แช่พอเป็นพิธีครับ สักพักก็ขึ้นมาได้
((ค่อยๆ ก้าวลงไปนะครับ อย่ากระโดดลงไป เสียมารยาทครับ))
ขึ้นมาก็ไปอาบน้ำครับ ตรงฝักบัวก็จะมีทั้งน้ำร้อน น้ำเย็น
ให้เราเปิดผสมกันจนได้อุณหภูมิที่พอใจ
อาบจนพอใจครับ ขั้นตอนนี้ ที่คนญี่ปุ่นเขานิยม
ก็คือจะใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ นี่แหละ ขัดตัว ขัดหลังครับ
ถ้าจะสนิทๆ กันหน่อย เขาก็จะถูหลังให้กันและกันด้วยนะครับ
อาบจนสะอาดแล้ว เราก็จะไปแช่น้ำร้อนกันอีกครั้งครับ
วิธีการแช่น้ำร้อนที่เหมาะสม
ก็คือไม่ควรแช่นานเกินไปครับ ((แน่หล่ะคับ เดี๋ยวไข่สุก))
ค่อยๆ นั่งลงไป ไม่ต้องรีบร้อนนะครับ เดี๋ยวจะเป็นลมคาบ่อ
พอได้ที่ ((เอาแค่ไข่ต้มยางมะตูม)) เราก็ออกมาจากบ่อครับ
จะนั่งพัก หรือจะไปราดน้ำลดอุณหภูมิก็แล้วแต่
ทำเช่นนี้สลับกันไปครับ พอใจก็มาล้างเนื้อล้างตัวลดอุณหภูมิอีกที
แล้วก็ออกมาแต่งตัวได้ครับ
ก่อนที่จะออกมา ก็ต้องเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้หมาดๆ ก่อนนะครับ
เพราะส่วนบริเวณด้าน Locker นี้เป็นส่วนแห้งครับ

บริเวณส่วนแต่งตัวนี้ ก็จะมีอุปกรณ์มาให้บริการครับ
ไดร์เป่าผม เก้าอี้นวด และตาชั่งครับ
ผมก็เลยทำตัวเป็นนักมวย ชั่งน้ำหนักสักหน่อยครับ
ได้ความว่า 3 วันในญี่ปุ่น น้ำหนักขึ้นไป 2 กิโลกว่าๆ
= =" มันพุ่งพรวดดีจังครับ

โรงอาบน้ำสาธารณะแบบนี้ ผมก็สงสัยนะครับ ว่าเป็นวัฒนธรรมแบบไหน
เพราะจะว่าไป ทุกบ้านก็ควรที่จะมีห้องน้ำอยู่แล้ว
แล้วจะมาอาบน้ำข้างนอกทำไมให้ลำบาก
แต่จากที่ได้ไปเรียนรู้ ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่พบปะกันของเพื่อนบ้านครับ
นั่งอาบน้ำกันไป คุยกันไป จะเรื่องไหนก็ได้
ให้ความรู้สึกเหมือนร้านกาแฟบ้านเราไงครับ
คล้ายๆ เหมือนว่า "เสื้อผ้า" เป็นตัวบดบังตัวตนและความรู้สึก
ทำให้โดยทั่วไป คนญี่ปุ่นจะดูเหมือนเย็นชา และไม่ค่อยเป็นมิตร
แต่พอมาได้แก้ผ้าอาบน้ำด้วยกัน ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบังกัน
ได้เปิดอก คุยกันในทุกเรื่องครับ
คุณโตมร ได้เขียนเรื่องราวการอาบน้ำ Sento ไว้อย่างน่าสนใจ
ในหนังสือเล่มไหม่ "ลม ฟ้า อาหาร" ลองหามาอ่านนะครับ
จะว่าไป ก็เป็นดังนั้นครับ ผมได้ผูกมิตรกับคุณลุงท่านหนึ่งในห้องน้ำ
คุยกันด้วยภาษาใบ้นี่แหละ รู้เรื่องมั่ง ไม่รู้เรื่องมั่ง สนุกดี
ออกมาแล้วคุณลุงเขาเลี้ยงนมผมด้วยนะครับ
นมกาแฟเย็นๆ หลังอาบน้ำอุ่นๆ ออกมา อา....อร่อยครับ
อาบน้ำแล้ว ผมรู้สึกอุ่นแล้วก็สบายมากๆ ครับ
ตอนเดินมาอาบ ก็ต้องแต่งตัวกันรัดกุมเพราะอากาศเย็น
แต่พออาบมาแล้ว เดินกันไปสบายๆ ครับ ชอบนักแล
มีโอกาส ก็อยากให้ลองนะครับ
ไม่ต้องไปเขิน ไม่ต้องไปอายหรอกครับ
ได้ลอง ได้เรียนรู้อะไรแบบนี้ ผมว่าเป็นกำไรชีวิตครับ







แต่ไม่อยากที่จะขอลองเหมือนอย่างน้องดินสอเค้านะคะ แหะๆ หงส์คงจะไม่กล้าอย่างแน่นอน
ว่า Imaicho มีความสำคัญอย่างไรในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
#1 By AkE on 2007-06-04 13:57