Japan Journey Part VIII - Horyuji and Port of Kobe
posted on 11 Jun 2007 15:04 by aqui94 in Voyage
เราเดินชมเมือง Imaicho กันไปนานพอดูครับ
เผลอนิดเดียวก็ใกล้เที่ยงแล้ว และเราก็ยังมีแผนการเดินทางต่ออีกยาวไกล
ผมเลยบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ คุ้ม หรือไม่คุ้มกันแน่
เพราะความคุ้มอยู่ที่เราได้แวะเที่ยวจุดท่องเที่ยวมากมาย
แต่ความไม่คุ้มก็อยู่ที่ว่าเราเที่ยวได้ไม่จุใจ
แม่บอกว่าก็ถือว่ามาเก็บประสบการณ์เดินทาง
ศึกษาวิธีการเดินทางทั้งหลายให้เข้าใจ
เพื่อที่จะได้เดินทางมาเองในภายหลังครับ

เราเดินทางจาก Imaicho ด้วยการรถไฟ JR อีกเช่นเคย
คราวนี้เป็น Urban Train ครับ เพราะเราจะเดินทางกันสั้นๆ
จาก Imaicho ไปยัง Horyuji ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก
คราวนี้ผมมีโอกาสได้ไปยืนเกาะกระจกดูคนขับด้วยครับผม
ทำตัวเป็นเด็กๆ อยากขับรถไฟเล็กน้อย
คนขับรถไฟที่ญี่ปุ่นแต่งตัวเรียบร้อยนะครับ แต่งเต็มยศเลย
ดูแต่ละคนก็ยังเด็กๆ กันอยู่ทั้งนั้น อายุไม่น่าจะเกินผมไปได้
เวลาขับรถไฟ ผมสังเกตว่าเขาจะใช้นิ้วชี้ป้ายตลอดครับ
พอเห็นป้ายสัญญาณใดๆ ก็ตาม เขาก็จะต้องยกมือขวามาชี้
เป็นเหมือนกับการเตือนตัวเองว่านั่นคือสัญญาณนะ ระมัดระวังด้วย
ทำให้น่าเชื่อถือในความปลอดภัยมากๆ ครับ เขาไม่ได้ชี้คนเดียวนะครับ
อย่างขบวนที่ผมเดินทางเนี่ย มีคนขับคนอื่นอีก 2 คนติดรถไปด้วย
เหมือน Dead Head เพื่อไปลงปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีอื่นๆ ครับ
เขาอยู่กัน 3 คน ก็ชี้กันทั้ง 3 คนเลยนะครับ เป็นระเบียบดีจัง


จุดหมายยามบ่ายของเราคือ Horyuji ครับ
วัด Horyuji นี้เป็นวัดพุทธครับ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกัน
วัดนี้มีเจดีย์ไม้ที่อายุเก่าแก่ที่สุดในโลกครับ ตัวอาคารของวัดนั้นก็เก่าแก่
แต่ก็ยังคงความขลังและสวยงามไม่เสื่อมคลายครับ


การเดินทางไปยังวัด Hotyuji นี้ก็ไม่ยุ่งยากนะครับ
ที่สถานีรถไฟก็มี Counter บริการนักท่องเที่ยวอยู่
เราสามารถเลือกที่จะเดินไปยังวัดก็ได้ ใช้เวลา 20 นาที
หรือนั่งรถเมล์ก็สะดวกนะครับ
มีรถ Shuttle Bus รอบริการอยู่หน้าสถานีรถไฟเลย
บริเวณวัดมีพื้นที่กว้างขวางครับ แต่ด้วยเวลาอันจำกัด ((อีกแล้ว))
ทำให้เราไม่ได้เดินเที่ยวมากมายครับ
เข้าไปไหว้พระ แล้วก็ออกมาเลย
เพราะเราจะต้องเดินทางกันอีกไกล เพื่อไปยัง Kobe ครับ
ตามแผนเราจะต้องแวะเที่ยว Osaka ก่อนนะครับ แต่เวลามันพลาดไป
เราก็เลยต้องจำจใจเลยไป Kobe เลย เพราะที่พักรอเราอยู่ที่ Kobe ครับ



ด้วยที่ว่าช่วงที่เราเดินทางนี้ เข้าสู่ช่วง Golden Week ของญี่ปุ่น
ที่มีวันหยุดติดต่อกันมากมาย ((ประมาณสงกรานต์บ้านเราอ่ะครับ))
ทำให้การเดินทางวันนี้แออัด เบียดเสียดมากๆ
ไหนจะกระเป๋าเดินทาง ไหนจะต้องมองทาง ไหนจะต้องหลบหลีกคน
และก็ต้องฝ่าฝูงชนเพื่อขึ้นรถไฟ สะบักสะบอมกันพอดูครับ
แต่ในที่สุด เราก็มาถึง Kobe จนได้ เราเข้าพักกันที่ย่าน Sannomiya ครับ
ซึ่งเป็นย่าน Shopping ใจกลางเมือง Kobe เลย
พอเอาของเข้าโรงแรม นั่งพักให้หายเหนื่อย เราก็ออกตะลุยเมืองครับ
จริงๆ ผมอยากไป Meriken Park นะครับ เพราะที่นั่นคือพื้นที่อนุรักษ์
ที่รักษาสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 1995 ไว้
เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้เห็นภาพความเสียหายที่แท้จริง
แต่ด้วยว่าสถานที่ปิด 6 โมงเย็น ซึ่งแน่นอนว่าผมไปไม่ทัน เสียดายมากๆ
ผมเลยเปลี่ยนแผนไปหาอะไรกินรองท้อง ที่ร้องจ๊อกๆ มาตั้งแต่บ่าย
แล้วก็เดินทางไป Harbor Land ครับ
((ไปคนเดียวด้วย เพราะคนอื่นไป Shopping กันหมด))



บริเวณ Harbor Land ก็เป็นย่าน Shopping และ Dinning ครับ
มีสวนสนุก MOSAIC ที่มีชิงช้าสวรรค์อันใหญ่เบ้งสีสันสวยงาม
ตั้งอยู่ริมน้ำเลยครับผม น่าสนใจมากๆ ผมก็เลยว่าจะไปต่อคิว
แต่ที่ไหนได้ มีแต่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นยืนกันเป็นคู่ๆ ต่อคิวกันอยู่
ไอ้หนุ่มกะเหรี่ยงหัวเดียวกระเทียมลีบเลยเปลี่ยนไจ
ไปเดินถ่ายรูปดีกว่า

มองข้ามน้ำไปยัง Port of Kobe นะครับ
ฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นอาคารเด่นสีสันสวยงาม
สีแดงก็คือ Port Tower ที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดได้นะครับ
ส่วนอาคารสีเขียวๆ นั้นคือ Kobe Maritime Museum
เป็นพิพิทธภัณฑ์ทางด้านการขนส่งของ Kobe
และด้านหลังก็เป็น Meriken Park ครับ

เดินเที่ยวคนเดียวในย่าน Shopping ที่มีแต่คู่รักนี่มันเปลี่ยวๆ แฮะครับ
ผมก็เลยเดินกลับมา Shopping ที่ Sannomiya ดีกว่า
ต้องไปตามหาการ์ตูนที่เพื่อนฝากซื้อ กับ CD เพลงที่ตัวเองอยากได้

ที่เที่ยวอื่นๆ ของ Kobe ก็จะเป็นพวกบ้านแบบยุโรปครับ
แต่เนื่องจากเราไม่สนใจอะไรพวกนี้
ดังนั้นพรุ่งนี้เราจะไป Hiroshima กันแต่เช้าครับ
เผลอนิดเดียวก็ใกล้เที่ยงแล้ว และเราก็ยังมีแผนการเดินทางต่ออีกยาวไกล
ผมเลยบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้ คุ้ม หรือไม่คุ้มกันแน่
เพราะความคุ้มอยู่ที่เราได้แวะเที่ยวจุดท่องเที่ยวมากมาย
แต่ความไม่คุ้มก็อยู่ที่ว่าเราเที่ยวได้ไม่จุใจ
แม่บอกว่าก็ถือว่ามาเก็บประสบการณ์เดินทาง
ศึกษาวิธีการเดินทางทั้งหลายให้เข้าใจ
เพื่อที่จะได้เดินทางมาเองในภายหลังครับ

เราเดินทางจาก Imaicho ด้วยการรถไฟ JR อีกเช่นเคย
คราวนี้เป็น Urban Train ครับ เพราะเราจะเดินทางกันสั้นๆ
จาก Imaicho ไปยัง Horyuji ซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก
คราวนี้ผมมีโอกาสได้ไปยืนเกาะกระจกดูคนขับด้วยครับผม
ทำตัวเป็นเด็กๆ อยากขับรถไฟเล็กน้อย
คนขับรถไฟที่ญี่ปุ่นแต่งตัวเรียบร้อยนะครับ แต่งเต็มยศเลย
ดูแต่ละคนก็ยังเด็กๆ กันอยู่ทั้งนั้น อายุไม่น่าจะเกินผมไปได้
เวลาขับรถไฟ ผมสังเกตว่าเขาจะใช้นิ้วชี้ป้ายตลอดครับ
พอเห็นป้ายสัญญาณใดๆ ก็ตาม เขาก็จะต้องยกมือขวามาชี้
เป็นเหมือนกับการเตือนตัวเองว่านั่นคือสัญญาณนะ ระมัดระวังด้วย
ทำให้น่าเชื่อถือในความปลอดภัยมากๆ ครับ เขาไม่ได้ชี้คนเดียวนะครับ
อย่างขบวนที่ผมเดินทางเนี่ย มีคนขับคนอื่นอีก 2 คนติดรถไปด้วย
เหมือน Dead Head เพื่อไปลงปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีอื่นๆ ครับ
เขาอยู่กัน 3 คน ก็ชี้กันทั้ง 3 คนเลยนะครับ เป็นระเบียบดีจัง


จุดหมายยามบ่ายของเราคือ Horyuji ครับ
วัด Horyuji นี้เป็นวัดพุทธครับ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเช่นกัน
วัดนี้มีเจดีย์ไม้ที่อายุเก่าแก่ที่สุดในโลกครับ ตัวอาคารของวัดนั้นก็เก่าแก่
แต่ก็ยังคงความขลังและสวยงามไม่เสื่อมคลายครับ


การเดินทางไปยังวัด Hotyuji นี้ก็ไม่ยุ่งยากนะครับ
ที่สถานีรถไฟก็มี Counter บริการนักท่องเที่ยวอยู่
เราสามารถเลือกที่จะเดินไปยังวัดก็ได้ ใช้เวลา 20 นาที
หรือนั่งรถเมล์ก็สะดวกนะครับ
มีรถ Shuttle Bus รอบริการอยู่หน้าสถานีรถไฟเลย
บริเวณวัดมีพื้นที่กว้างขวางครับ แต่ด้วยเวลาอันจำกัด ((อีกแล้ว))
ทำให้เราไม่ได้เดินเที่ยวมากมายครับ
เข้าไปไหว้พระ แล้วก็ออกมาเลย
เพราะเราจะต้องเดินทางกันอีกไกล เพื่อไปยัง Kobe ครับ
ตามแผนเราจะต้องแวะเที่ยว Osaka ก่อนนะครับ แต่เวลามันพลาดไป
เราก็เลยต้องจำจใจเลยไป Kobe เลย เพราะที่พักรอเราอยู่ที่ Kobe ครับ



ด้วยที่ว่าช่วงที่เราเดินทางนี้ เข้าสู่ช่วง Golden Week ของญี่ปุ่น
ที่มีวันหยุดติดต่อกันมากมาย ((ประมาณสงกรานต์บ้านเราอ่ะครับ))
ทำให้การเดินทางวันนี้แออัด เบียดเสียดมากๆ
ไหนจะกระเป๋าเดินทาง ไหนจะต้องมองทาง ไหนจะต้องหลบหลีกคน
และก็ต้องฝ่าฝูงชนเพื่อขึ้นรถไฟ สะบักสะบอมกันพอดูครับ
แต่ในที่สุด เราก็มาถึง Kobe จนได้ เราเข้าพักกันที่ย่าน Sannomiya ครับ
ซึ่งเป็นย่าน Shopping ใจกลางเมือง Kobe เลย
พอเอาของเข้าโรงแรม นั่งพักให้หายเหนื่อย เราก็ออกตะลุยเมืองครับ
จริงๆ ผมอยากไป Meriken Park นะครับ เพราะที่นั่นคือพื้นที่อนุรักษ์
ที่รักษาสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 1995 ไว้
เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้เห็นภาพความเสียหายที่แท้จริง
แต่ด้วยว่าสถานที่ปิด 6 โมงเย็น ซึ่งแน่นอนว่าผมไปไม่ทัน เสียดายมากๆ
ผมเลยเปลี่ยนแผนไปหาอะไรกินรองท้อง ที่ร้องจ๊อกๆ มาตั้งแต่บ่าย
แล้วก็เดินทางไป Harbor Land ครับ
((ไปคนเดียวด้วย เพราะคนอื่นไป Shopping กันหมด))



บริเวณ Harbor Land ก็เป็นย่าน Shopping และ Dinning ครับ
มีสวนสนุก MOSAIC ที่มีชิงช้าสวรรค์อันใหญ่เบ้งสีสันสวยงาม
ตั้งอยู่ริมน้ำเลยครับผม น่าสนใจมากๆ ผมก็เลยว่าจะไปต่อคิว
แต่ที่ไหนได้ มีแต่หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นยืนกันเป็นคู่ๆ ต่อคิวกันอยู่
ไอ้หนุ่มกะเหรี่ยงหัวเดียวกระเทียมลีบเลยเปลี่ยนไจ
ไปเดินถ่ายรูปดีกว่า

มองข้ามน้ำไปยัง Port of Kobe นะครับ
ฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นอาคารเด่นสีสันสวยงาม
สีแดงก็คือ Port Tower ที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวบนยอดได้นะครับ
ส่วนอาคารสีเขียวๆ นั้นคือ Kobe Maritime Museum
เป็นพิพิทธภัณฑ์ทางด้านการขนส่งของ Kobe
และด้านหลังก็เป็น Meriken Park ครับ

เดินเที่ยวคนเดียวในย่าน Shopping ที่มีแต่คู่รักนี่มันเปลี่ยวๆ แฮะครับ
ผมก็เลยเดินกลับมา Shopping ที่ Sannomiya ดีกว่า
ต้องไปตามหาการ์ตูนที่เพื่อนฝากซื้อ กับ CD เพลงที่ตัวเองอยากได้

ที่เที่ยวอื่นๆ ของ Kobe ก็จะเป็นพวกบ้านแบบยุโรปครับ
แต่เนื่องจากเราไม่สนใจอะไรพวกนี้
ดังนั้นพรุ่งนี้เราจะไป Hiroshima กันแต่เช้าครับ
Tags: horyuji, japan, kobe, trip4 Comments









ชิงช้าสวรรค์นี่ ใหญ่โตแบบเดียวกับที่เคยอยู่ที่สวนลุมป่าวครับนั่น
#1 By ~ M@shiiro ~ on 2007-06-11 15:33