Photobucket


ผมออกจากปายตั้งแต่ตอนบ่ายๆ ครับ คราวนี้นั่งรถบัสปรับอากาศ เพราะเป็นเที่ยวที่เวลาพอดี และมีที่นั่งให้ การเดินทางก็ใช้เวลาพอๆ กับขาไป โดยเพียงแค่ 4 ชั่วโมงกว่าๆ ผมก็มาเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวๆ ประตูท่าแพแล้ว พอจัดการเรื่องที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็เดินหาร้านเช่ารถเป็นอันดับแรกครับ ((ขี่รถมอเตอร์ไซค์ในเชียงใหม่นี่อันตรายเหมือนกันแฮะครับ)) ก่อนจะพุ่งตรงไปหาอะไรกินรองท้อง และเดินเล่นยามเย็นๆ ย่านถนนนิมมานเหมินทร์ครับ


Photobucket


Photobucket


Photobucket


แถวนี้เป็นย่านการค้าที่อยู่ในรูปแบบไฮโซวหรูหราหน่อยๆ ครับ หลายๆ ร้านขายงานอาร์ทที่ดูแล้วก็ให้ถูกใจมากมายหลายๆ ร้าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีแต่ของแพงๆ นะครับ ราคาสินค้าก็สมกับลักษณะสินค้าแหละครับ เริ่มต้นก็อาจจะลุยกันที่ซอย 1 ที่เป็นแหล่งแกลเลอรี่ และร้านขายของตกแต่งประดับประดามากมาย เห็นชัดๆ สุดๆ ก็ร้าน "สุริยันจันทรา" ที่อยู่เกือบสุดซอยครับ ร้านนี้สีสันฉูดฉาดมากมาย แต่เป็นการตกแต่งที่ลงตัวนะครับ ไม่มีอะไรโดดออกมาจากการตกแต่งเลย สินค้าที่น่าสนใจ ก็คงจะไม่พ้นตุ๊กตาดินเผาขนาดเล็ก ที่ไว้ใช้สำหรับน้ำมันหอมระเหยครับ ส่วนอีกร้านถัดมาอีกหน่อย ก็คือ "แมวใจดี" ร้านเทียนหอมมากมายหลากหลาย ทั้งสี กลิ่น คุณลักษณะ และดีไซน์ครับ เดินในร้านนานๆ บางคนก็อาจจะมึนไปกับกลิ่นเทียนไปบ้าง แต่ผมบอกได้เลยครับว่าเป็นร้านของฝากที่น่าสนใจมากๆ ร้านหนึ่งครับ ที่เล่าให้ฟังนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งนะครับ แต่สำหรับคนที่ชอบของแต่งบ้าน อาจจะหมดตัวไปมากกว่าผมก็ได้ ((ร้านเล่า ก็ตั้งอยู่เยื้องๆ กับซอย 1 นี่แหละครับ))


Photobucket


Photobucket


แต่สำหรับเมืองเชียงใหม่แล้ว วันอาทิตย์นั้นไม่มีอะไรที่น่าสนใจไปกว่าถนนคนเดินหรอกครับ เริ่มต้นตั้งแต่ประตูท่าแพตามถนนราชดำเนิน ไปจนถึงวัดพระสิงห์วรวิหาร และถนนพระปกเกล้าด้วยเช่นเดียวกันครับ สินค้าที่เราจะพบ ก็มีตั้งแต่ของพื้นเมือง และของดีไซน์ตกแต่งจากคนรุ่นใหม่มากมาย อยากมาเดิน ผมก็ขอแนะนำว่าให้มาเร็วๆ นะครับ ยิ่งมืด คนยิ่งเยอะ แน่นจนเดินลำบากเกินไปครับ และที่สำคัญ ควบคุมจิตใจให้ดีๆ ไม่งั้นหมดตัวแน่ๆ ครับ


Photobucket


Photobucket


เช้าวันสุดท้ายของการเดินทาง ผมออกไปไหว้พระที่วัดพระสิงห์วรวิหารเป็นอันดับแรกครับ จากข้อมูลการท่องเที่ยว พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ 5 ในราชวงศ์มังรายโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนี้ขึ้น ในปี พ.ศ. 1888 ครับ พร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 ศอกองค์หนึ่ง เพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู พระราชบิดา วัดพระสิงห์มีพระพุทธรูปที่สำคัญอยู่องค์หนึ่งคือพระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร ตามประวัติเล่าว่าเจ้ามหาพรหมได้เชิญพระสิงห์มาจากเมืองกำแพงเพชรเพื่อถวายแด่พระเจ้าแสนเมืองมา แต่พอราชรถมาถึงวัดมีเหตุให้ต้องอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่นี่ โดยในปัจจุบัน เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน ในวิหารลายคำซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสุพรรณหงส์ และสังข์ทองซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียวด้วยครับ ตามความเชื่อแล้วนั้น องค์พระธาตุวัดพระสิงห์คือพระธาตุประจำปีเกิดของปีมะโรงครับ ((ปีเกิดผมเองคร้าบ)) แต่บ้างก็ว่าองค์พระสิงห์เองนั่นแหละคือพระธาตุประจำปีเกิดครับ


Photobucket


Photobucket


จากวัดพระสิงห์ ผมก็ออกเดินทางต่อมายัง วัดเจดีย์หลวงวรวิหารครับ วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี ประดิษฐานเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชกาลพระเจ้าแสนเมืองมากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย (พ.ศ.1913-1954) ต่อมาพระยาติโลกราชโปรดให้ช่างขยายเจดีย์ให้สูงและกว้างกว่าเดิม แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2024 และอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานระหว่าง พ.ศ.2011-2091 นานถึง 80 ปี ต่อมาในสมัยพระนางจิระประภา ได้เกิดแผ่นดินไหวเมื่อปี พ.ศ. 2088 ทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลง ปัจจุบันเจดีย์มีความสูงคงเหลือ 40.8 เมตร ฐานกว้างด้านละ 60 เมตร ครับ ในส่วนวิหารหลวงของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์ (สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2471 หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ และในวัดเจีย์หลวงนี้ยังมี เสาอินทขิล หรือ เสาหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อครั้งพ่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 1839 ประดิษฐานอยู่ในวิหารจตุรมุขทรงไทยหลังเล็กๆ เสาอินทขิลนี้สร้างด้วยไม้ซุงต้นใหญ่ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกปีในวันแรม 12 ค่ำเดือน 8 (เหนือ) หรือประมาณเดือนพฤษภาคมจะมีงานเรียกว่า เข้าอินทขิล เป็นการฉลองหลักเมืองครับ


Photobucket


Photobucket


ในลำดับที่ 3 ผมไปไหว้พระที่วัดสวนดอกครับ วัดสวนดอกหรืออีกชื่อว่าวัดบุปผารามนี้นั้น พญากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในล้านนา วัดนี้แต่เดิมเป็นพระราชอุทยานของกษัตริย์ล้านนาไทยสมัยแรกเริ่ม มีสถาปัตยกรรมสำคัญ คือ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงกลม กู่บรรจุอัฐิเจ้าตระกูล ณ เชียงใหม่ และวิหารโถง นอกจากนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งพญาเมืองแก้วโปรดให้หล่อขึ้น เป็นพระพุทธรูปสำริดขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนาผสมกับศิลปะสุโขทัย โดยกู่ที่เราจะเห็นเด่นชัดและสวยงาม คือกู่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครับ


Photobucket


ออกจากวัดกันบ้างเหอะครับ ไปสวนสัตว์เชียงใหม่กันดีกว่า


Photobucket


Photobucket


Photobucket


ช่วง ช่วง และ หลินฮุ่ย ต่างเป็นพระเอกนางเอกของที่นี่ครับ ยืนมองได้ไม่รู้เบื่อจริงๆ ที่สังเกตเห็น วิธีการกินใบไผ่ของหลินฮุ่ย คุณเธอจะกัดใบไผ่ออกจากก้านนะครับ ทีละใบ ทีละใบ แต่จะใช้อุ้งมือจับไว้ จนได้มัดใบไผ่ขนาดเหมาะมือ ถึงค่อยกัดกินครับ และจากนั้น ผมก็ลุยขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพครับ ไปตามถนนห้วยแก้วหน้าสวนสัตว์ ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ไปตามทางขึ้นเขา ระหว่างทางเราจะมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ข้างล่างครับ ระยะทางจากเชิงดอยถึงวัดประมาณ 11 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงครับ วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นปูชนียสถานคู่เมืองเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุกันทุกคนครับ


Photobucket


Photobucket
เจอคุณหนูแก้มแดงคนนี้บนวัดพระธาตุ อดไม่ได้ต้องขอถ่ายรูปมาเก็บไว้สักหน่อยครับ


จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ ผมก็ออกเดินทางต่อไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ครับ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมโดยรอบตำหนักและบริเวณซึ่งมีแปลงกุหลาบ สวนเฟิร์น และไม้นานาพรรณได้ครับ แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มิได้เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับนะครับ และถ้าขึ้นไปต่อ ก็จะเป็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้งดอยปุยครับ แต่ผมไม่ได้ไปหรอกครับ เหนื่อยแล้ว แต่สำหรับพระตำหนักแล้วนั้น ควรจะเดินขึ้นไปให้ถึงบริเวณอ่างเก็บน้ำ และพระตำหนักสิริส่องภูพิงค์นะครับ เพราะใหล้ๆ กันนั้นจะมีร้านค้าสวัสดิการของข้าราชบริพาร ที่มี Waffle อร่อยมากๆ ครับ


Photobucket
อ่างเก็บน้ำและพระตำหนักสิริส่องภูพิงค์


Photobucket


Photobucket
พลับพลาผาหมอนและสวนเฟิร์นครับ


Photobucket

หมดแล้วกับตะลอนพายัพ ยืดเยื้อมาพอดูแฮะครับ


Related Links

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

รูปสวยครับ เขียนสนุกดีด้วย big smile

ถามนิดนึงครับว่า รูปที่ทำเป็นหลายๆรูปรวมกัน แบบรูปดอกกุหลาบนั้นใช้Photoshop ทำหรือว่าโปรแกรมอะไรจัดเรียงภาพครับ สวยดีนะ big smile

#1 By Beluga on 2008-02-17 23:14

รูปสวยเหมือนเคย... มีหมาแพนดี้ด้วยยยยยยย
.
.
รูปแรกที่เป็นลูกๆ สานๆ คืออะไรอ่ะคะ? เป็นพวกของตกแต่งเหมือนกันเหรอembarrassed

#2 By ArchmaniaC on 2008-02-18 08:46

คราวหน้า

ชวนด้วยนะ

อยากไปด้วยอ่ะ

ได้ป่าวเนี่ย

เชียงใหม่สวยมากครับ

#3 By แฟนคลับ (202.57.129.99) on 2008-02-18 10:10

เห็นรูปเชียงใหม่แล้วอยากไปเที่ยวมากๆๆๆ ครับ อยากไปดูแพนด้า กินข้าวซอย เที่ยวดอยสุเทพ ดอยอินทนนท์

#4 By เที่ยวเชียงใหม่ (118.173.2.36) on 2008-05-22 12:53