ดรีมทีม - กล้วยทอดแล้วววววว
posted on 07 Apr 2008 14:31 by aqui94 in Film
ผมออก Field Trip ไป 1 อาทิตย์ครับ
เลยได้ดูปิดเทอมใหญ่ฯ ที่เชียงใหม่
แอบได้ยินคู่ข้างๆ ในโรงหนัง ว่าจะไปถีบเรือที่สวนสัตว์กันมั่ง
((ชิ.....ผมดูหนังอยู่คนเดียว แอบเซ็งเล็กน้อย))
แต่ไม่ครับ ผมไม่ได้กำลังจะเขียนถึงปิดเทอมใหญ่ฯ
เพราะผมคิดว่าปิดเทอมใหญ่ฯ สนุกน้อยไปหน่อย
แนวว่าถ้าไม่มีพาร์ทของน้องโฟกัสแล้ว ผมว่าหนังจะเบาโหวงไปเลยทีเดียว
ดังนั้น Entry นี้ ผมจึงจะชวนไปดูหนังเรื่องนี้ครับ

"ดรีมทีม" บอกเล่าเรื่องราวของเด็กอนุบาลวัยใส กับเรื่องราวของเด็กๆ
ที่อยากจะไปแข่งขันกีฬาชักเย่อ ในการแข่งขันกีฬาอนุบาลแห่งชาติ
คุณครูหนูเล็ก จึงไปคว้าตัวโค้ชฟุตบอล โค้ชเบิร์ด ศิษย์เก่าโรงเรียนอนุบาลนี่แหละมาช่วยซ้อมเด็กๆ
ลำพังแค่จัดการเด็กๆ ให้อยู่กับร่องกับรอย ก็ทำได้ยากเย็นอยู่แล้ว
นี่คุณโค้ชต้องมารับมือกับคุณพ่อ คุณแม่ จอมวุ่นวาย ที่ทำไปเพราะรักลูก
และอยากให้ทีมของลูกๆ ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน
จนลืมกันไปในชั่วขณะว่า นี่มันการแข่งขันระดับอนุบาลนะว้อย!

หลังจากเมล์นรก หมวยยกล้อ ในปีก่อนประสพความสำเร็จดีทีเดียว
((แม้ว่าหนังจะด่ากันไป ด่ากันมาทั้งเรื่องจนเอียนคำหยาบไปหน่อย))
ปีนี้คุณเรียวกิติกร ก็เข็นหนังใหม่น่ารักๆ ออกมาอีกเรื่องครับ
จะบอกว่าเป็นหนังน่ารักใสๆ ดูเพลินๆ ขำๆ กันทั้งครอบครัวก็ได้
แต่ก็อดไม่ได้ ผมว่าคุณเรียวสอดแทรกเรื่องวิพากย์สังคมในตัวหนังอีกเช่นเคย
และคราวนี้ก็คือเรื่องราวของ "เกมกีฬาและการแข่งขัน" ครับ

ผมคิดว่าคาแรกเตอร์ของน้องๆ ชัดเจนครับ ((จริงๆ เข้าขั้นหลานๆ แล้วเนอะครับ))
การแสดงอาจมีแข็งๆ ไม่เนียนอยู่บ้าง แต่ความใสนี่กลบข้อด้อยมิดไปเลย
ยิ่งเพราะเราเห็นว่าเป็นเด็กด้วยมั้งครับ เลยคิดได้เลยว่าปล่อยๆ ไปเหอะ
จะเอาอะไรมากกับเด็ก 5 ขวบ เล่นได้ตามบทแบบนี้ ก็ฮาจะแย่อยู่แล้ว
"น้องคาร์บิว" ที่เล่นเป็นน้องหัวแก้วนี่น่ารักกินขาดครับ
ดูแล้วเห็นแววมากมาย แค่รอยยิ้มก็ได้ใจไปแล้ว
แต่ที่แสบสุดๆ ขโมยซีนสุดๆ ต้องยกให้ "เซน1" ครับ
เป็นเด็กที่หน้าตาเกือบจะไร้อารมณ์ แต่เล่นมุขออกมาแต่ละที
โอย ฮามากมาย ยิ่งมาจับคู่กับคุณแม่ "เจ๊จิ๊ก - เนาวรัตน์"
ความฮาเลยมาเป็น 2 เท่าครับ
"กล้วยทอดแล้วววววววววววววววววววว" 55555

ดูแล้วก็คิดนะครับ แน่นอนหล่ะเด็กอนุบาล เรื่องแพ้ชนะเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะการได้เป็นผู้ชนะ คือความสุขแบบเด็กๆ
เราถึงได้เห็นการแย่งนั่งเก้าอี้สีแดงของเด็กผู้ชายยังไงเล่าครับ
แต่คนรอบข้างนี่แหละครับ ที่ทำให้การแข่งขันมันวุ่นวาย
ความคาดหวังย่อมไปกดดันเด็กๆ เป็นธรรมดา
คิดๆ ก็ยิ่งนึกถึงวงการกีฬาบ้านเรามากขึ้นครับ
ดารา superstar สิ่งยั่วเย้ามันมากขึ้นไปเรื่อยๆ
จนนักกีฬาหลายคน ลืมไปว่าเริ่มเล่นกีฬาเพราะอะไร
จริงอยู่ที่นักกีฬาหลายคนต้องเล่นกีฬาเพื่อปากท้อง
แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าใจไม่รัก ก็ไปไม่รอด
เอ๊ะ....รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเริ่มเขียน Entry ออกทะเลกู่ไม่กลับ
เอาเป็นว่า หนังเรื่องนี้ น่ารักได้ใจ
และมีอะไร มากกว่าความน่ารักด้วยแหละครับ

Related Links
เลยได้ดูปิดเทอมใหญ่ฯ ที่เชียงใหม่
แอบได้ยินคู่ข้างๆ ในโรงหนัง ว่าจะไปถีบเรือที่สวนสัตว์กันมั่ง
((ชิ.....ผมดูหนังอยู่คนเดียว แอบเซ็งเล็กน้อย))
แต่ไม่ครับ ผมไม่ได้กำลังจะเขียนถึงปิดเทอมใหญ่ฯ
เพราะผมคิดว่าปิดเทอมใหญ่ฯ สนุกน้อยไปหน่อย
แนวว่าถ้าไม่มีพาร์ทของน้องโฟกัสแล้ว ผมว่าหนังจะเบาโหวงไปเลยทีเดียว
ดังนั้น Entry นี้ ผมจึงจะชวนไปดูหนังเรื่องนี้ครับ

"ดรีมทีม" บอกเล่าเรื่องราวของเด็กอนุบาลวัยใส กับเรื่องราวของเด็กๆ
ที่อยากจะไปแข่งขันกีฬาชักเย่อ ในการแข่งขันกีฬาอนุบาลแห่งชาติ
คุณครูหนูเล็ก จึงไปคว้าตัวโค้ชฟุตบอล โค้ชเบิร์ด ศิษย์เก่าโรงเรียนอนุบาลนี่แหละมาช่วยซ้อมเด็กๆ
ลำพังแค่จัดการเด็กๆ ให้อยู่กับร่องกับรอย ก็ทำได้ยากเย็นอยู่แล้ว
นี่คุณโค้ชต้องมารับมือกับคุณพ่อ คุณแม่ จอมวุ่นวาย ที่ทำไปเพราะรักลูก
และอยากให้ทีมของลูกๆ ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน
จนลืมกันไปในชั่วขณะว่า นี่มันการแข่งขันระดับอนุบาลนะว้อย!

หลังจากเมล์นรก หมวยยกล้อ ในปีก่อนประสพความสำเร็จดีทีเดียว
((แม้ว่าหนังจะด่ากันไป ด่ากันมาทั้งเรื่องจนเอียนคำหยาบไปหน่อย))
ปีนี้คุณเรียวกิติกร ก็เข็นหนังใหม่น่ารักๆ ออกมาอีกเรื่องครับ
จะบอกว่าเป็นหนังน่ารักใสๆ ดูเพลินๆ ขำๆ กันทั้งครอบครัวก็ได้
แต่ก็อดไม่ได้ ผมว่าคุณเรียวสอดแทรกเรื่องวิพากย์สังคมในตัวหนังอีกเช่นเคย
และคราวนี้ก็คือเรื่องราวของ "เกมกีฬาและการแข่งขัน" ครับ

ผมคิดว่าคาแรกเตอร์ของน้องๆ ชัดเจนครับ ((จริงๆ เข้าขั้นหลานๆ แล้วเนอะครับ))
การแสดงอาจมีแข็งๆ ไม่เนียนอยู่บ้าง แต่ความใสนี่กลบข้อด้อยมิดไปเลย
ยิ่งเพราะเราเห็นว่าเป็นเด็กด้วยมั้งครับ เลยคิดได้เลยว่าปล่อยๆ ไปเหอะ
จะเอาอะไรมากกับเด็ก 5 ขวบ เล่นได้ตามบทแบบนี้ ก็ฮาจะแย่อยู่แล้ว
"น้องคาร์บิว" ที่เล่นเป็นน้องหัวแก้วนี่น่ารักกินขาดครับ
ดูแล้วเห็นแววมากมาย แค่รอยยิ้มก็ได้ใจไปแล้ว
แต่ที่แสบสุดๆ ขโมยซีนสุดๆ ต้องยกให้ "เซน1" ครับ
เป็นเด็กที่หน้าตาเกือบจะไร้อารมณ์ แต่เล่นมุขออกมาแต่ละที
โอย ฮามากมาย ยิ่งมาจับคู่กับคุณแม่ "เจ๊จิ๊ก - เนาวรัตน์"
ความฮาเลยมาเป็น 2 เท่าครับ
"กล้วยทอดแล้วววววววววววววววววววว" 55555

ดูแล้วก็คิดนะครับ แน่นอนหล่ะเด็กอนุบาล เรื่องแพ้ชนะเป็นเรื่องสำคัญ
เพราะการได้เป็นผู้ชนะ คือความสุขแบบเด็กๆ
เราถึงได้เห็นการแย่งนั่งเก้าอี้สีแดงของเด็กผู้ชายยังไงเล่าครับ
แต่คนรอบข้างนี่แหละครับ ที่ทำให้การแข่งขันมันวุ่นวาย
ความคาดหวังย่อมไปกดดันเด็กๆ เป็นธรรมดา
คิดๆ ก็ยิ่งนึกถึงวงการกีฬาบ้านเรามากขึ้นครับ
ดารา superstar สิ่งยั่วเย้ามันมากขึ้นไปเรื่อยๆ
จนนักกีฬาหลายคน ลืมไปว่าเริ่มเล่นกีฬาเพราะอะไร
จริงอยู่ที่นักกีฬาหลายคนต้องเล่นกีฬาเพื่อปากท้อง
แต่ก็นั่นแหละครับ ถ้าใจไม่รัก ก็ไปไม่รอด
เอ๊ะ....รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเริ่มเขียน Entry ออกทะเลกู่ไม่กลับ
เอาเป็นว่า หนังเรื่องนี้ น่ารักได้ใจ
และมีอะไร มากกว่าความน่ารักด้วยแหละครับ

Related Links
- ดรีมทีม Official Website
- ดรีมทีม : ฮีโร่ฟันน้ำนม ข้อมูลจาก deknang
Tags: dream team, film, movie, review, ดรีมทีม, หนัง8 Comments







#1 By MY YB* on 2008-04-07 14:49