วันที่ 4 เมษายน 2551

ราคาข้าว (ราคาไม่รวมกระสอบ)
  • ข้าวหอมมะลิ 100% เกรด 1 เก่า 33.00-33.10 บาท/ก.ก
  • ข้าวหอมมะลิ 100% เกรด 1 ใหม่ 33.00-33.20 บาท/ก.ก
  • ข้าวหอมมะลิ 100% เกรด 2 เก่า 32.20-32.70 บาท/ก.ก
  • ข้าวหอมมะลิ 100% เกรด 2 ใหม่ 32.20-32.70 บาท/ก.ก
ราคาเนื้อสัตว์
  • เนื้อแดง 98.00-120.00 บาท/ก.ก
  • เนื้อสามชั้น 110.00-115.00 บาท/ก.ก
ราคาผัก
  • คะน้า 10.00-14.00 บาท/ก.ก
  • กะหล่ำปลี 18.00-20.00 บาท/ก.ก
  • แตงกวา 18.00-20.00 บาท/ก.ก
  • มะเขือเทศผลใหญ่ 15.00-18.00 บาท/ก.ก
  • ผักชี 4.00-5.00 บาท/ขีด
  • ต้นหอม 3.00-4.00 บาท/ขีด
  • มะนาว (เบอร์ 1-2) 3.50-4.00 บาท/ผล
  • พริกขี้หนู (จินดา) 4.00-5.00 บาท/ขีด
ที่มา: หมวดเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



ผมไม่ได้ติดตามข่าวสารราคาสินค้าเกษตรตลอดเวลาหรอกครับ
และราคาปรับเปลี่ยน ขึ้นลงมากขนาดไหน ผมก็ไม่ทราบเช่นกัน
เพราะชีวิตแทบทุกวันผูกขาดกับร้านอาหารตามสั่งเสียมากกว่า
ลักษณะการใช้ชีวิตของคนเมืองครับ กว่าจะถึงบ้านก็มืดค่ำ
จะให้มานั่งทำอาหารกิน กว่าจะเตรียม กว่าจะทำ กว่าจะล้าง กว่าจะเสร็จ
สิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกว่าราคาอาหารตามสั่ง ไม่ได้แพงไปมากมาย
เมื่อคิดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องทำ เรียกว่าซื้อความสะดวกสินะครับ
ไม่ใช่ไม่ทราบนะครับ
การทำอาหารเอง เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้มากๆ ในแง่คุณภาพและสุขภาพ
ชนิดและประเภทของเนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องปรุง
เราก็เลือกของคุณภาพดีมาใช้งาน มากกว่าของปานกลางถึงคุณภาพต่ำ
การล้าง การเตรียม ก็สะอาด ((เท่าที่เราคิดว่าสะอาด))
ทำให้อาหารมื้อนั้นๆ เรามั่นใจได้ในความสะอาดและความอร่อย
แต่ผมต้องยอมรับสภาพครับ
ซื้อกิน ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะ
แถมว่าถ้ามานั่งกินอะไรตอนดึกๆ ก็เสี่ยงกับโรคอ้วนเข้าไปอีก


จนเมื่อวานนี้แหละครับ
ที่เห็นป้ายว่าร้านค้าจะขอปรับราคาอาหาร หลังจากช่วงสงกรานต์
ด้วยสาเหตุของภาวะต้นทุน ที่กระทบกันเป็นลูกโซ่
ตั้งแต่ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าปุ๋ย ค่าแรง ค่า.......................................
ดังนั้นป้าต้องขอขึ้นราคาอีกจานละ 5 บาทนะ!!!!!!




คำถามบังเกิดครับ
ทำไมต้อง 5 บาท? 3 บาท 7 บาท ไม่ได้หรือ?
ป้าเอาอะไรมาคิดว่าต้องเป็น 5 บาท ป้าถึงจะอยู่ได้
แล้วถ้าราคาน้ำมันขึ้นไปอีก ป้าจะอยู่ได้ไหม
ป้าจะขอขึ้นอีก 5 บาทหรือเปล่า?
ป้ารู้ไหมว่าการเพิ่มค่าอาหารอีก 5 บาท
ไม่ได้มีผลแค่เงินเก็บในกระเป๋าผมจะน้อยลง
แต่จะมีผลไปถึงว่า ค่าของเหรียญบาท เหรียญ 2 บาท น้อยลงไปอีก

คำถามคั่นเวลา:
คุณจำได้ไหมครับ ว่าใช้เหรียญ 25 สตางค์ 50 สตางค์ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่



ผมมักจะได้เหรียญ 25 สตางค์และ 50 สตางค์ มาจากร้านสะดวกซื้อ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมก็จะเก้บรวบรวมให้ได้ 6 บาท 50 สตางค์
เอาไว้จ่ายค่ารถเมล์เล็ก ((ที่มักตาลุกวาว เพราะจะได้มีเงินทอน))
แต่เดี๋ยวนี้เหรอครับ พอราคาปรับเป็น 7 บาท ((พูดถึงแล้วอารมณ์เสีย))
เหรียญสตางค์ไม่รับนะพี่ เก็บลำบาก!
ผมไม่ได้บอกว่าเป็นทุกคันนะครับ บางคันก็ดีอยู่
ดังนั้นผมจึงทำได้แค่เก็บรวบรวมไว้
เอาไปคืนให้ร้านสะดวกซื้อ ตอนต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ นี่แหละครับ
เพิ่งรู้ว่าพอมีหนี้ก้อนโตให้รับผิดชอบเนี่ย
การใช้เงินของผมดูเป็นผู้เป็นคน ขึ้นมามากมาย @><@
กลับมาที่เรื่องราคาอาหารดีกว่าครับ
ผมมองว่าการที่ป้าขึ้นราคา 5 บาท
มีพื้นฐานมาจากที่ว่า
1) การทอนเศษ 2 บาท 3 บาท มันยุ่งยาก
2) ก่อนจะขึ้นราคา ป้าก็ได้กำไรน้อยนะ เพราะของมันขึ้นเรื่อยๆ ขอป้ากำไรหน่อยเหอะ
แต่ป้าครับ 5 บาทมันมีผลมากๆ กับหลายๆ คนนะครับ
ในฐานะที่ไม่ได้จบมาทางด้านการตลาดและการบริหารการเงิน
ใครพอจะให้ข้อมูลผมได้ไหมครับ
ว่าสมมติฐานที่ผมคิดเนี่ย มันเป็นจริงใช่ไหมครับ?
ทั้งเรื่องค่าของเหรียญบาท และวิธีการขึ้นราคา





ทำไมไม่มี Mini Size?
ทำไมมีแต่ธรรมดา และ พิเศษ?
ผมยอมรับกับตัวเองว่าเป็นคนที่ "อยู่เพื่อกิน"
และยอมรับว่าหลัก "กินเพื่ออยู่" ก็ยังสำคัญ
เพราะผมต้อง "กิน เพื่อ อยู่ จะได้ อยู่ เพื่อ กิน ได้"
ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมร้านอาหารทั้งหลายจึงมีแต่ธรรมดา และพิเศษ
แบบมินิ กิน 5 คำหมดเนี่ย ทำไม่ได้ใช่ไหม
ทำออกมาเหอะ พวกจานละ 10 บาท หน่ะ มีคนซื้อกินแน่นอน
กินโน่นนิด กินนี่หน่อย 3 - 4 จาน ก็ราคาเท่ากินจานพิเศษ 1 จานแล้ว
แถมลูกค้ายังได้กินอาหารหลากหลายตามใจอยากด้วย
((เอ็งลืมไปหรือเปล่า ไอ้เอก ทำทีละนิดเนี่ย มันยุ่งยากนะว้อย))





ถ้าทำอาหารทีละนิด มันยุ่งยากนักหล่ะก็
แล้วทำไมถึงต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก หลากหลาย?
ผมนึกไปถึงร้านอาหารบางร้านที่เคยพบ
ไม่นะ ฉันขายแค่นี้แหละ อย่างเดียว 2 อย่าง พอ
อยากกินอย่างอื่น ก็ไปร้านอื่น ร้านนี้ไม่มีขาย
ดังนั้นถ้าป้าลดปริมาณความหลากหลายของอาหารลง
ป้าก็น่าจะทำอาหารได้สบายๆ
เพราะยังไง ก็ต้องทำอยู่แล้ว ทำเผื่อขายคนอื่นไปด้วยเลย ไม่ยากหรอก
((เอ๊ะ หรือว่ายาก ผมเริ่มไม่แน่ใจ))





แล้วเพื่อน Blog หล่ะครับ คิดเห็นกันอย่างไร
รบกวนนักการเงิน ช่วยไขความกระจ่างด้วยนะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

sad smile
วันนี้มีสาระแฮะตรู

#1 By AkE on 2008-04-08 13:11

เห็นด้วยๆ ทีเงินเดือนเงินค่าจ้างขึ้นยากเย็นsad smile

#2 By wesong on 2008-04-08 13:29

เหอๆๆๆๆ อ่ะงง

แต่เคยได้ยินข่าวมา ถ้าใช้เหรียญใหญ่ หมายถึง เหรียญราคามากอ่ะ จะทำให้ของราคาแพงขึ้น

ถึงยังต้องมี 25 กะ 50 สตางค์อยู่แต่คนไม่ใช้

ไม่ใช่ว่าไม่ใช้หรอก แต่มันไม่มีที่ให้ใช้ตะหาก

งงกะรัฐบาลยันกระทรวงการคลัง(รึป่าว)
ยันพวกทำเงินอะแหละ โรงกษาปณ์ด้วย

#3 By 재눈 on 2008-04-08 13:39

เคยคิดเหมือนกันค่ะ น่าจะทำแบบก๋วยเตี๋ยวเรือแถวอนุสาวรีย์ชามละ 8 บาท สองคำหมดชาม open-mounthed smile
ส่วนเืรื่องเหรียญสตางค์ ยังใช้อยู่นะคะ ตอนลงเรือกับนั่งรถคันใหญ่ 8.50
Hot!

#4 By Pukpik : Nameless Monster on 2008-04-08 13:39

sad smile
..... ป้าไม่เข้าใจหนู

#5 By ArchmaniaC on 2008-04-08 13:46

หวัดดีค่ะ คุณ Ake
ไม่รู้คุณนกฮูกมาตอบหรือยัง ขออนุญาตตอบอีกถ้าตอบแล้ว ร้านนกฮูกที่ถนนคนเดินตอนนี้ลี้ภัยชั่วคราวนะคะ
เพราะว่าการเมืองท้องถิ่นค่ะ 555

้ถ้ายังไงแวะไปหาได้ที่ร้านนะคะ หาไม่เจอโทรหาได้ 086-1956677 ค่ะ

ป.ล. สั่งอาหารตามสั่งเพิ่มไข่ดาว ราคา 8 บาทแล้วล่ะค่ะ

#6 By nyanta on 2008-04-08 13:54

ผมเพิ่งมาสังเกตุ ตอนคุณพูด
ว่าทำไมต้อง 5 บาท
จานละ 5 บาทนี่ไม่น้อยนะครับ 2 บาทก็ได้
แต่ทอนยากจริงๆ

ผมขึ้นรถเมล์ ใช้เรียน 2 บาท กระเป๋ารถเมล์ด่าผม ไม่เอาเว้ยย
เอ๊ะ นี่ผมเป็นขอทานเหรอ มาขอขึ้นรถฟรีเหรอ ทำไมต้องตะโกนด่าแบบนั้น

สรุปคือคนไทย "ขี้เกียจ" ทอนเงิน ไม่ชอบอะไรยุ่งยาก

ตอนนี้ที่สังเกตุ ร้านน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ เติบโตขึ้นมาก มีทุกหัวมุมถนน
เพราะมันกินอิ่ม และราคาถูก ตรงกับ trend
ดังนั้นสิ่งที่คุณพูดก้ถูก ของราคา 10 บาท ถ้าขาย ถึงแม้จะจานเล็ก คนก็ซื้อ

#7 By มนุษย์กล่อง on 2008-04-08 14:13

ที่บ้านผมก็ขายข้าว
จะขึ้นราคาต้องคิดแล้วคิดอีก ถ้าร้านแถวนั้นยังขายถูก ๆ จานละ10-20 ก็ไม่กล้าจะขึ้นราคาเดี๋ยวเสียลูกค้า
พนักงานบริษัทกับพนักงานออฟฟิศคงไม่ค่อยได้รับผลกระทบจาก 5 บาทเท่าไหร่
แต่เผอิญว่าลูกค้าหลักเป็นสาวโรงงานที่ต้องเก็บหอมรอมริบนี่สิ

#8 By nighty on 2008-04-08 14:21

ชอบไอเดียจานเล็ก 10 บาทจังค่ะ บ้านพายก็ชอบซื้อข้าวข้างนอกเข้ามากิน ถ้าทำแม่ก็ทำเฉพาะที่อยากกิน ^^ ถ้ามีกับข้าวถุงละ 10 บาท ให้ซื้อได้อย่างละนิดอย่างละหน่อยคงจะดีเหมือนกันนะ

ไม่ได้จบการเงินนะคะ หัวข้อนึงตอนเรียน Pricing Strategy อธิบายไว้ว่า การตั้งราคาให้ลงท้ายด้วยเลข 5 จะทำให้ลูกค้าจำราคาได้ง่าย และอาจทำให้รู้สึกว่าสินค้าราคาถูก(กว่าลงท้ายด้วยเลข 3 หรือ 7) จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่าย จ่ายได้เลยอะไรประมาณนั้นด้วย

แต่เคสของป้านี่ไม่รู้ว่าเกี่ยวรึเปล่า แหะๆ sad smile

เรื่องค่าของเงิน..มันคงจะเป็นวงจรไปแบบนี้ล่ะมั้งคะ ตอนแก่ๆ คงได้เห็นแบงค์ 3000 5000 กันแน่ๆ

พายเคยอ่านเจอว่า..เศรษฐกิจช่วงหลังสงครามไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ก็เป็นธรรมดาที่จะฝืดเคือง ข้าวยากหมากแพง และตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงหลังสงครามเย็น!
.
.
ตอบจากบล็อก..
อย่างพายนี่ไม่เรียกขยันหรอกค่ะพี่เอก เรียกว่าว่างมากเกิ๊น~ confused smile

#9 By p-i-e on 2008-04-08 17:38

ผู้รู้เขาว่า มันเป็นสิทธิ์ของคนขายครับ เขาจะตั้งราคาเท่าไหร่ก็เท่านั้น

ถ้าไม่พอใจก็อย่าไปกิน ถ้าไม่กินถึงจุดนึง คนเขาก็จะลดราคามาเอง

หรือจะมองว่าการที่เราขึ้น 2 บาท มันเป็นช่องทางอย่างนึงในการสร้าง
ความแตกต่างก็ลองทำดูครับ

เขาว่ามาแบบนั้น

ส่วนตัวขึ้นแค่ไหนก็ค่าเท่ากัน สุดท้ายก็ต้องจ่าย ไปเถียงป้าแถวบ้านได้ตบดิ้นเท่านั้นเองsad smile
จะบอกว่าคนไทยขี้เกียจทอน็ได้ แต่ที่จริงน่าจะเป็นเพราะว่า
ไหนๆมีโอกาสขึ้นราคาแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็ขึ้นกันให้ตัวเองได้เยอะๆปเลย
ซึ่งไม่เข้าใจว่า ในเมื่อตัวเองก็อยากได้เงินทำไมไม่เป็นใจคนอื่นเค้าบ้าง
อย่างบางทีน้ำตาลขึ้นโลละสองบาท บะหมี่ขึ้นชามละห้า ไม่เข้าใจคะ
บะหมี่ชามนึงใช้น้ำตาลมากนาดนั้นรึก็ไม่ใช่ แต่เป็นการฉวยโอกาสของคนขายมากกว่า
เพราะว่าไม่ว่ายังไงถ้ามันมีให้กินอยู่แค่นั้นคนก็ยังต้องซื้ออยู่ดี
เป็นวงจรอุบาทว์ที่ท่าทางจะแก้ไม่ได้จริงๆกับประเทศนี้คะ

#11 By LonelyFairy on 2008-04-08 18:02

คิดเหมือน #11 ครับ
แต่ก็มองว่า คนขายเวลาเขาขึ้น อาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นเสมอไป
เพียงแต่ว่า เลขลงท้าย 0 กับ 5 หรือ 9 มันเป็นอะไรที่ใช่ มากกว่า
ง่ายเวลาทอนเงินด้วย

พูดถึงเรื่องเงินสลึง นี่ผมยังเก็บอยู่นะครับ
เพราะเวลาเก็บได้จำนวนหนึ่ง ผมจะเอาไปซื้อของเล็กๆน้อยๆที่เซเว่น
ประมาณสเลอปี้ นมเปรี้ยว เวลาจ่ายพนักงานเขาก็มองหน้านะ แต่เขาก็รับ
ส่วนผมก็เป็นปลื้มสุดๆ อารมณ์เหมือนได้เปล่า หรือเอาแสตมป์ไปแลก อะไรทำนองนั้นเลย wink

แต่ก็ไม่บ่อยหรอกครับ เดี๋ยวนี้เหรียญสลึงหายาก

ส่วนใครจะลองเอาวิธีข้างบนไปใช้ดูก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ ฮ่าๆๆ sad smile

#12 By บอมเบย์ on 2008-04-08 18:15

เหรียญ 25 สต. 50 สต. ส่วนมากได้ใช้กับร้านถ่ายเอกสารที่คณะค่ะ ถ่ายเอกสารหน้าละ 50 สต. แบบตามนั้น ไม่มีการเศษปัดขึ้นเป็น 1 บาท ถ้าจำนวนหน้าเป็นเลขคี่ก็ทอน 50 สต. จริงๆ

เรื่องอาหารจานมินินี่เห็นด้วยแฮะ แต่สาเหตุเพราะเป็นคนกินน้อย เจอร้านแบบขายแพงแล้วให้มาข้าวกองเป็นภูเขาแล้วจะเป็นลม อยากขอเปลี่ยนเป็นสั่งครึ่งจานแล้วขอครึ่งราคาแทนจริงๆ

เรื่องการขึ้นราคาของ บางทีก็เข้าใจ เพราะอาจไม่ใช่แค่ "ต้นทุน" ที่สูงขึ้น แต่ "ค่าครองชีพ" ก็สูงขึ้นด้วย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการดำรงชีพ เมื่อค่าใช้จ่ายพวกนี้สูงขึ้น แม่ค้าก็เลยต้องพยายามหาเงินให้ได้มากขึ้นด้วยแหละนะ

#13 By Liebestraum on 2008-04-08 18:26

คุณลุงข้าวเหนียวไก่แถวบ้าน ขายไก่กับข้าวเหนียวห่อละ 10 บาท
แกอยากขึ้นราคาเหมือนกัน แต่ขึ้นแล้วมันก็แพง แกเลยลดปริมาณเอา
แต่สุดท้ายแกก็ให้ปริมาณมากเท่าเดิมอยู่ดี...เพราะไม่อยากขึ้นราคานี่แหละ ฮี่ๆ

เหรียญบาทถึงบรรจบให้ครบ 10 แค่ 1 บาทก็มีค่าค่ะ แต่มันยุ่งยากเวลาทอนตังsad smile
เห็นด้วยกับการลดเมนูอาหารค่ะ

เมืองไทยเป็นประเทศที่มีรายการอาหารในเมนูเยอะมากจนเกินความจำเป็น ทำให้ราคาต้นทุนสูง
แล้วก็อีกอย่าง พูดตามตรงค่ะ ข้าพเจ้าเกลียดราเม็งในร้านอาหารตามสั่งมาก รสชาติมันผิดกับในร้านราเม็งโดนเฉพาะกับในร้านอาหารจีนมากถึงมากที่สุด อาหารที่จำเป็นต้องใช้ความชำนาญ ความทุ่มเทประมาณนี้ ยกให้เป็นเรื่องของร้านต้นตำรับเขาไม่ได้เหรอ?

#15 By ohohoh on 2008-04-08 19:21

ที่บ้านก็เป็นร้านอาหารตามสั่งค่ะแต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าทำไมต้อง5บาทเพราะที่้ร้านขึ้นราคาเป็นร้านสุดท้ายทุกทีค่ะ ทุกวันนี้ขายราคาเดิมแต่ลดปริมาณเอา ไม่ไหวค่ะราคาของแพงมากขายทุกวันนี้ก็ได้แค่ทุนมาขายต่อ แทบไม่เหลือกำไรเอาไว้ใช้จ่ายอย่างอื่นเลยค่ะ sad smile

#16 By QmumuQ on 2008-04-08 20:13

ปาท่องโก๋ที่ทำงานผม ตัวละ 3 บาทแล้วอ่ะครับ (แถมไซล์ก็ขนาดปกติด้วย)

แต่ไอเดียเข้าท่ามากเลยครับ
ปัญหาคือ พ่อค้าแม่ค้า คงไม่สามัคคีกันขนาดนั้น sad smile

#17 By Pop L'Arc on 2008-04-08 20:38

นั่นสิคะ ? 25 สตางค์ 50 สตางค์มันดูไร้ค่ามาก ...
ทั้ง ๆ ที่มันก็คือเงิน // เพราะคนไม่นิยม
พอใครได้มาก็เลยรู้สึกว่ามันไม่มีค่า ...

จริง ๆ แล้ว มีหลาย ๆ คนที่ไม่อยากได้เงินเศษ ๆ นะคะ
เพราะอะไรไม่รู้ // เราเฉย ๆ นะ เวลาได้ เอาไว้โทรศัพท์เวลาฉุกเฉิน confused smile

#18 By {CODE;4079} on 2008-04-08 20:42

เพิ่งใช้เหรียญสลึงกะห้าสิบตังค์เมื่อวานที่เซ็นทรัล กะ รถเมล์ big smile

ป้าขึ้นตั้ง 5 บาท/ของทุกอย่างพาเหรดกันขึ้น แต่เงินเดือนตุ้มเป๊ะไม่ได้ขึ้น

open-mounthed smile จะบอกว่าไปลองกินอาหารที่เทสโก้มา 2 ครั้งแล้ว...ข้าวไข่เจียวอร่อยดี แถมถูกมาก 10 บาทเอง ข้าวก็อย่างดี ไข่เจียวก็อร่อย confused smile

วันนี้ซื้อแก้วมังกร...3ลูก 97 บาท wink cry แต่ดีนะที่หวาน

#19 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-04-08 20:43

ขึ้นราคากันทีบะ 5 บ่ท-10บาท แบบนี้
ทำให้ทุกวันนี้รู้สึกว่าเงิน 1 บาท ไม่มีค่าเลย

#20 By Warbandit on 2008-04-08 21:41

ถึงราคาของจะขึ้น แต่ขึ้น 5 บาทนี่เยอะมากเลยนะเนี่ย
ที่บ้านขายอาหารตามสั่งนะ ไม่ขึ้นราคา แต่ลดปริมาณลงนิดหน่อย
โอย... มะนาวแพงอีกแล้วsad smile
.
.
mini size นี่ ถ้าเป็นข้าวแกง หรือร้านของที่ทำง่ายๆอย่างก๊วยเตี๋ยวคงไม่น่ามีปัญหานะ แต่ถ้าเป็นตามสั่งมันเสียเวลา เสียแก๊ส เสียน้ำมัน เสียพลังงาน confused smile

#21 By ปูน on 2008-04-08 21:42

ขึ้น 5 บาทเหมือนกัน แต่หมูโลนึงข้าวโลนึงนี่ทำได้กี่จานหนอ แต่ป้าขึ้นห้าบาทต่อจานsad smile sad smile

#22 By (^_^)/nana on 2008-04-08 21:57

ดีนะที่ข้าวเหนียวหมูปิ้งแถว ม.พายัพ ยังเท่าเดิม

แต่พวกอาหารตามสั่งนี่ขึ้นกันเป็นแถบ..(ป่อย - -")

ถึงกระนั้นก็บ่ยั่นเราดอก...กั๊กๆ...

ร้านไหนที่ยังขาย ยี่สิบ ก็ไปกินร้านนั้นก็แ้ล้วกัน...

เหลืออดนักก็คงจะต้องไปพึ่งใบบุญขนมจีน สิบบาทแล้วล่ะ...ฮ่าๆ...confused smile

#23 By robocon on 2008-04-08 23:59

เจ๊ขึ้นอีก 5 บาท แล้วแบบนี้ชีวิตนักศึกษาตาดำ ๆ จะต้องทำยังไง
.

#24 By renkung on 2008-04-09 00:36

ราคาข้าวแกงบ้านเราขึ้นทีละ 5 ประจำล่ะครับ
เป็นผมจะแอบขึ้นทีละบาทสองบาท ไม่ให้เอิกเริก

ซึ่งจริงๆ น่าจะทำได้ครับ ร้านพวกนี้จ่ายสดทันที
ขึ้นง่ายกว่าพวกขายลูกค้าเครดิตเยอะ

#25 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-09 00:59

เมื่อก่อน เคยกินอาหารตามสั่ง
พวกข้าวผัดเนี่ยแค่ 12 บาทเองอะพี่
แล้วก็ปรับมาเป็น 15 จนปัจจุบันปัดเป็นเลขแบบถ้วนๆ เลย
ก็ยอมรับว่าจำง่ายดีนะพี่ .......
อ้อ พี่เอก ถ้าพูดเรื่องนี้ ก็ต้องพูดอีกเรื่องนึง
คือ เรื่องแท็กซี่ด้วยนะพี่ เดี๋ยวนี้ ก็ปัดขึ้นกันเพลิดเพลินเลยพี่
...........

#26 By POP on 2008-04-09 08:03

ถ้าคนไทยหันมาใช้เหรียญยิบย่อย เวลาราคาของขึ้นก็คงไม่พุ่งพรวดแบบนี้หรอกครับ

ผมก็คิดเหมือนกันนะเนี่ย...Hot!

#27 By © vane on 2008-04-09 09:53

ค่าอาหารแบบนี้ขึ้นที 5 บาท 10 บาท เน้นเป็นตัวเลขกลมๆ
เป็นศูนย์ หรือ เป็นห้าไว้ ด้วยความสะดวกคิด สะดวกจ่าย
และทอนเงินเป็นหลักนะคะ เราว่า เดาเอา แต่พอคิดเป็น %
แสนแพงเลยล่ะ ..
เราแทบจะไม่ได้ใช้เหรียญ 25, 50 สตางค์เลย เวลากลับบ้าน
จะเอาไปหยอดกระปุกอันนึงที่เก็บแต่ลูกสตางค์ จวนจะเต็ม
กระปุกแล้วเหมือนกัน .. เคยได้รับเงินทอนที่ต้องเป็นเศษสตางค์
ด้วยฮอลล์ด้วยนะคะ รู้สึกว่าจะจาก 7-11 หรือร้านสะดวกซื้อ
ร้านนึงนี่หละ จำไม่แม่นแล้ว เค้าต้องทอนแล้วมีเศษ 50 สตางค์
เค้าทอนมาเป็นลูกอมหนึ่งเม็ดแทน (. . " ) อืมมมม งั้นหรอ แต่มัน
ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว หรือเคยเจอร้านเดียวด้วยสิ เกือบจะกลายเป็น
ที่รู้กัน ...

ปล. อัตราเงินเดือน ของบริษัทเรา เค้าขึ้นเป็น % เศษๆ ยังไม่เห็น
ปัดขึ้นเลยอ่ะ ... โชคดีนะ ที่ไม่ปัดลง question

#28 By moodee on 2008-04-09 10:32

-ทำไมต้อง 5 บาท? 3 บาท 7 บาท ไม่ได้หรือ?
sad smile อาถรรพ์ เลข5ครับ ครึ่งหนึ่งคนส่วนใหญ่ ขี้เกียจ ได้ตังทอนเป็นเหรียญ ย่อยเยอะๆ
sad smile ป้าแก่เลย จัด ที่มันหาร5ลงตัวให้ เช่น 20 25 30
sad smile เวลาหยิบจากกระเป๋าก็ง่าย คิดตังง่าย ทอนสบาย

-ป้าจะขอขึ้นอีก 5 บาทหรือเปล่า?
question ถึงเวลานั้นป้าเขาไม่ถามก่อนขึ้น ป้าขึ้นก่อน แล้วค่อยถาม ชัวร์

-ทำไมไม่มี Mini Size?
-ทำไมมีแต่ธรรมดา และ พิเศษ?
sad smile ป้าแกจะบอกว่า กินแค่นี้จะอิ่มหรอลูก
ทำแค่นี้ได้ตังแค่นี้ ป้าขี้เกียจทำให้เมื่อตุ้มหลายเอ้ย

-ถ้าทำอาหารทีละนิด มันยุ่งยากนักหล่ะก็
แล้วทำไมถึงต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก หลากหลาย?
(อันนี้ก็เห็นได้ทั่วไปตามร้านขาวราดแกงนี่ครับ
กับข้าว ไม่กี่อย่าง อยากได้อันไหนชี้เอา)
sad smile แต่ป้าแกก็คงจะบอก ลูกเอ้ย ถ้าป้าทำแค่ 2-3 ลูกค้าก็เบื่อไปกินร้านอื่นหมดซิลูก
embarrassed แล้วยิ่งถ้าลูกไม่ชอบกินคั่วกลิ้งหอยขมของป้า ลูกก็หนีป้าไปร้านอื่นนะซิ

ปล. อันนี้ผมลองคิดแทนป้าขายข้าวดูนะ ไม่ได้มีเจตนากวนติง คุณแต่ประการใด
แต่ว่า ข้าว ของ ทุกวันนี้ มันแพงจริงๆ ขนาด มาม่ายังขึ้นราคา
จริงคับ สงสัยเหมือนกัน ทำไมไม่มี มินิไซส์

แล้วก็จริงอีกอย่างที่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะได้เอาเหรียญสองบาทออกมาใช้ซักเท่าไหร่เลยคับ

#30 By xxxadtrapperxxx on 2008-04-11 11:22

มองในมุมมองคนขายนะ

- ทำไมต้อง 5 บาท? 3 บาท 7 บาท ไม่ได้หรือ?
5 บาททอนง่าย ขึ้นเป็นเศษๆต้องเสียเวลาหาเงินทอนนาน
หาเงินทอนไม่ได้
ใจดีลดให้ก็ขาดทุน
ใจร้ายขอเป็นแทน 5 บาท หมาที่ไหนมันจะยอมให้ งกกันทั้งน้าน


- ทำไมไม่มี Mini Size?
- ทำไมมีแต่ธรรมดา และ พิเศษ?
เสียเวลาทำ 1 ครั้ง ทำเยอะๆประหยัดเวลาประหยัดแก๊สกว่า
ยิ่งถ้าสั่งเหมือนกันหลายๆคนยิ่งดี ประหยัดทั้งเวลาทั้งค่าแก๊ส

สังเกตได้ว่าร้านอาหารจานเล็กทั้งหลายที่หน่วยละ 10-15 บาท จะเป็นก๊วยเตี๋ยวทั้งนั้น เพราะก๊วยเตี๋ยวไม่มีการทำเป็นครั้งๆ เหมือนกับข้าว แต่เค้าตั้งเตาตลอดเวลา

อาหารที่ทำเป็นครั้งๆ ไม่สามารถทำจานเล็กได้ครับ ยกเว้นจะเป็นร้านเฉพาะทาง ซึ่งราคาจะสูงมาก จนกลบรายจ่ายต่อครั้งไปแบบไม่ต้องคิด


- ถ้าทำอาหารทีละนิด มันยุ่งยากนักหล่ะก็ แล้วทำไมถึงต้องทำอะไรให้มันยุ่งยาก หลากหลาย?
ทำงั้นไม่ใช่้ร้านข้าวแกงข้างทางแล้ว วู้ววววววว
แบบนั้นมันร้านแพง ร้านราคาสูงเกินคนเดินถนนเค้าจะซื้อได้
ลดความหลากหลายก็ลดลูกค้าสิคร้าบบบบ
จะให้ตั้งร้านขายเฉพาะข้าวผัดกระเพรามันเป็นไปไม่ได้ คนกินมันหลากหลาย

#31 By LiTTLe on 2008-04-11 16:37

ช่าย ทำไมต้องขึ้นครั้งละ 5 บาท มันเกินไปมั้ย ข้าวของแพงทุกอย่าง ตอนนี้ข้าวหอมใหม่ถังละ 600 (15 กิโลกรัม) เห็นแล้วจะเป็นลม

ทุกวันนี้ใช้เหรียญ 25 กับ 50 สต. จ่ายค่ารถเมล์ค่ะ ได้ข่าวแว่วๆ ว่าจะขึ้นอีกแล้ว - - เครียด

#32 By General เบ๊ on 2008-04-20 01:12