Photobucket


ชื่อหนังสือ : ที่เกิดเหตุ: บันทึก 1 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้เขียน : วรพจน์ พันธุ์พงศ์
จัดพิมพ์โดย : openbooks

จากวันปล้นปืน 4 มกราคม 2547 จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2550
ไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาเพียง 3 ปี จะมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้วทั้งสิ้น 2,030 ศพ
ทั้งที่เสียงสวดยังกึกก้องทั่วทุกมัสยิด
ทั้งที่ท้องทะเลยังเปล่งประกายสีเขียวมรกต
ทว่าทุกเช้า ข่าวความตายรายวันถูกรายงานอย่างต่อเนื่อง
และไม่มีทีท่าว่าจะถูกเยียวยา
ป้ายใบปลิว 'แผ่นดินนี้ของกู' ลอยร่วงลงปักกลางใจใครหลายคน
กระแสการแบ่งแยกดินแดนรุนแรงขึ้นตลอดเวลา
สงครามศาสนาก่อตัวอย่างเป็นรูปธรรม
ไทยพุทธเริ่มละทิ้งบ้าน เพราะทนอยู่ไม่ได้
ไทยมุสลิมแห่ศพประท้วงรัฐ คัดค้านว่า 'ตำรวจฆ่ามั่ว'
แพะในร่างคนเพิ่มปริมาณประชากรรวดเร็วกว่าแพะจริงๆ
บางคืน คมมีดคุกคามเข้าไปฟันคอพระถึงในวัด
บางวัน กระสุนปืนพุ่งเข้าตัดขั้วหัวใจโต๊ะอิหม่าม
ทั้งที่เสียงสวดจากสองศาสนายังสอดประสาน
ทั้งที่เสื้อผ้า ชุดคลุมกายบุรุษสตรีงดงาม สงบ
มาลัยดอกมะลิในมือผู้เฒ่ามุสลิมหอมจรรโลงใจ
โรตีและข้าวยำยังน่ากิน ใบหน้าเด็กหญิงชายคงความน่ารัก
ทว่าโรงเรียนนับร้อยแห่งประกาศปิดการเรียนการสอนกลางเทอม
ปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ครูกลายเป็นเป้าคนสำคัญ
ทหารถูกลอบวางระเบิด
ชาวบ้านถูกจ่อยิง เผา ตัดคอ ฯลฯ
ประชาชนคนธรรมดาถูกพิพากษาว่าเป็นโจรใต้
ต้นยางและพื้นที่สีเขียวชุ่มชื่นหัวใจกลับกลายเป็นสีแดง
ทั้งสิ้นทั้งปวง เราคิดเอาเองได้จริงหรือว่าอะไรคือรากเหง้าปัญหา
ทั้งสิ้นทั้งปวง เราคิดเอาเองได้จริงหรือว่าจะแก้ไขจัดการอย่างไร
ถ้าไม่ได้ลงไปศึกษาเรียนรู้ ณ ที่เกิดเหตุ
available from http://www.onopen.com/


ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ช้าไป 1 ปี ครับ
แต่ผมไม่คิดว่าช้าเกินไป ที่ผมจะอ่าน และเขียนถึง
เพราะในห้วงขณะที่ผมกำลังอ่านหนังสือเล่มนี้นั้น
เป็นช่วงเวลาที่ตอกย้ำตัวผมได้เป็นอย่างดี
ว่าผมเองกำลังทำตัว "ชิน" กับข่าวสาร กับสิ่งที่เกิดขึ้น
และกำลังมองว่าเป็น "เรื่องธรรมดา" ไปทุกชั่วขณะ
ทั้งๆ ที่เรื่องที่เกิดขึ้น "ไม่ใช่เรื่องธรรมดา" และการส่งกำลังใจนั้นยัง "ไม่เพียงพอ"
เพราะใน "หมายเหตุ" คุณวรพจน์ได้ เขียนไว้ว่า
"ระยะทางพันกว่ากิโลเมตร แต่คนของเราแตกต่างห่างไกลกันเหลือเกิน"


ใน "ที่เกิดเหตุ" คุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ (ผู้เขียน) และคุณธวัชชัย พัฒนาภรณ์ (ช่างภาพ)
ได้บอกเล่าเรื่องราวที่เขาทั้ง 2 ได้ประสบพบพาน
ระหว่างที่เดินทางไปในหลายพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งในตัวอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
ที่โรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
หรือที่วัดพรหมประสิทธิ์ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี
และอำเภอเบตง จังหวัดยะลา
เพื่อให้ได้ทราบที่มาที่ไป "เท่าที่จะทราบได้" ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตลอดช่วงปี 2549
เป็นเรื่องเล่าผ่านตัวอักษรที่กลั่นออกมาจากสิ่งที่ได้เห็น คำพูดของผู้คน
และความรู้สึกที่ได้รับ จากการอยู่ในพื้นที่นั้นๆ
คงเพราะเสียงปืนหรือเสียงระเบิดไม่ดังมาถึงในเมืองหลวง
เราก็เลยยังคิดอยู่แค่เพียงว่า ไม่มีอะไรมาก และน่าจะแก้ไขได้
ทั้งๆ ที่คนในพื้นที่ ยังมืดแปดด้าน และสับสนอยู่เนืองๆ
ว่าสิ่งที่เห็นและเป็นไปนั้น เกิดขึ้น "เพราะอะไร"
แต่ที่ทราบแน่ๆ คือความระแวงและไม่ไว้ใจได้เกิดขึ้นไปทั่ว
ทั้งๆ ที่เราทุกคน ต่างก็เป็นเพื่อนร่วมโลก "ที่ควรเป็นมิตรกันมิใช่หรือ"


แล้วหนังสือเล่มนี้ให้อะไร
แน่นอนว่าได้เห็นภาพถ่ายขาวดำที่ทรงพลังของคุณธวัชชัย พัฒนาภรณ์
ได้รับทราบเรื่องราวจาก "ที่เกิดเหตุ"
และได้สำรวจไปในหัวใจของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
ว่าเรายังรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ส่งผ่านออกมาจากตัวหนังสือได้หรือไม่
เพราะผมคิดว่านั่นคือการพิสูจน์ที่ดี
ว่าเรายังมีชีวิต มีลมหายใจ มีความรู้สึก
และก็พร้อมที่จะทำอะไรสักอย่าง เพื่อบ้านเมือง
แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ผมเองก็ยังมืดแปดด้านว่าควรทำอะไร
และสับสนว่าตัวเองทำอะไรได้เพื่อเรื่องนี้ ได้มากกว่านี้
มากกว่าการเขียน Blog และปล่อยให้หายไปจากความทรงจำ


Related Links

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มันเกิดบ่อยซะจน เหมือนจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาจริงๆ น่ากลัวมากเลยครับเรื่องนี้ ไม่เห็นจะมีใครแก้ปัญหาได้เลย หรือผู้มีอำนาจ ไม่คิดที่จะแก้ปัญหาก็ไม่รู้.....
ปล. เรื่องงานT shirt fest เค้ายังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาเลยครับ แต่ถ้าให้เดา คงจะรู้ผล ต้นเดือนหน้า หรือไม่ก็สิ้นเดือนนี้ละครับ รู้อย่างเดียวว่า หมดกำหนดส่งแบบ วันที่21 เดือนนี้ครับ ลุ้นๆๆbig smile

#1 By berserkrabbit on 2008-04-19 21:34

วันนี้เพิ่งกลับมาจากกินข้าวมื้อเย็นกับเพื่อนสนิทที่เป็นหมอที่โรงพยาบาลปัตตานี
เพื่อนอยากกินอาหารญี่ปุ่นมากกก
แม้ว่าเพื่อนคนอื่นๆที่ไปด้วยกันจะเบื่อแล้วหรือไม่อยากไป
พวกเราก็ปฎิเสธเธอไม่ได้

"ฟูจิเพื่อชาติ
เดี๋ยวมันไม่ได้กินจะพาลลาออกเอา"

เพื่อนบอกว่าถ้าอยู่ในโรงพยาบาลก็ไม่ค่อยมีอะไร
อดีนาลีนหลั่งดี การเป็นหมอดมยานี่มันไม่ค่อยรู้หรอกว่าเคสฉุกเฉินจะมาเมื่อไหร่
ปัญหาของเธอคือชอบกินปลาไหลย่างและปลาดิบมากๆ
ตกดึกคืนเปลี่ยว ดิฉันอยู่ถึงกรุงเทพก็จะมีเสียงหมอสาวกระเซ่ามาทางโทรศัพท์ตอนตีสองว่า

"ปลาไหล ปลาไหลย่าง"

เรื่องนี้อ่านแล้วค่ะ ชอบวิธีเขียนของกนกพงศ์ ชอบมุมมองแบบที่ไม่เข้าใครออกใครของเขา
อืม มันเป็นสารคดีที่มีความรู้สึก รู้สึกกั้บหนังสือแบบนั้น

แป่ว พิมพ์ชื่อนักเขียนผิด

วรพจน์ พันธุ์พงศ์
วรพจน์ พันธุ์พงศ์
วรพจน์ พันธุ์พงส์

เมื่อคืนรื้อหนังสือกนกพงส์มาอ่าน ติดซะงั้น
เป็นหนังสือน่าอ่าน โดยเฉพาะชื่อคนเขียน คนนี้ เขียนอะไร ก็แหลมคม

แต่นวลเนียนไปหมด

#4 By tiew@fine on 2008-04-19 22:47

น่ากลัวจริง ๆ
ไม่ใช่เรื่องเหตุการณ์สี่จังหวัด แต่น่ากลัวว่าเราจะชินกับมันจนเมินเฉย

เป็นหนังสืออีกเล่มที่วางค้างชั้นมาเป็นปี
เคยอ่านบางส่วนตอนลงเป็นตอนในนิตยสาร
คุณวรพจน์ถ่ายทอดได้กินใจเหมือนเคย

#5 By ระหว่างทาง on 2008-04-20 10:04

มนุษย์ทุกหมู่เหล่าล้วนแต่รักชีวิต..
น่าอ่าน ปกก็สวยHot!

#7 By pangtode on 2008-04-20 11:48

ท่าทางน่าอ่านมากเลยครับ
ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทั้งๆที่คนไทยก็ต่างรักกัน

#8 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-20 18:33

อ่านจบนานแล้ว

อ่านจบ แล้วอยากให้ใครได้อ่าน
อยากให้คนทั้งประเทศได้อ่าน

พยายามส่งต่อ ให้หยิบยืม แค่คนคุ้นเคย
พยายามบอกต่อ ต่อคนไกล ให้หามาอ่าน

ยิ่งเคยอยู่แถวนั้นมา ยิ่งอยากให้ใคร ๆ ได้เข้าใจ

sad smile

พิมพ์ผิดค่ะ แค่คนคุ้นเคย

เป็น แก่คนคุ้นเคย