เคยอ่านต้นไม้ใต้โลกกันไหมครับ
ในตอน "หนังสือนอกห้องสมุด"
คุณทรงกลดได้กล่าวถึงชุมชนคนรักหนังสือ
ที่มีความเห็นว่าหนังสือดีๆ ไม่ควรจะอยู่บนชั้นหนังสือ
แต่มันควรจะได้ส่งผ่านมือไปยังคนอื่นๆ ให้ได้อ่าน
เพราะคุณค่าของหนังสือจะเกิดขึ้น
ก็ต่อเมื่อมีผู้ได้อ่านหนังสือเล่มนั้น
นี่คือเหตุและผลที่ทำให้คนทั่วโลกแลกเปลี่ยนหนังสือกัน
ด้วยวิธีการที่สุดแสนจะห้าวหาญ
นั่นคือการวางทิ้งไว้ ให้คนอื่นเก็บไปอ่าน!



Picture available from http://www.moleskinecity.com/


ที่ www.bookcrossing.com เมื่อคุณเข้าไป Register แล้ว
ก็สามารถเริ่มดำเนินการส่งต่อหนังสือได้ง่ายๆ ครับ
ด้วยการ register หนังสือ และคัดลอก url กับเลขทะเบียนหนังสือ
มาเขียนไว้ที่หนังสือ จากนั้นก็ส่งหนังสือออกไปได้แล้ว
ผมแค่แอบคิดครับ ว่าหนังสือเล่มนั้นๆ จะไปถึงมือใคร
เพราะถ้าส่งผ่านไปในเมืองไทย
ประเทศที่มีคนอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ 8 บรรทัด
ไม่แคล้วได้ถูกชั่งขาย ไป Recycle เป็นแน่แท้


แต่ไม่ว่าผลลัพท์จะเป็นอย่างไร
ผมก็จะเริ่มลงมือทำแล้วครับ
กับหนังสือเล่มนี้
หนังสือที่ผมอยากให้คนไทยทุกคนได้อ่านกัน
ที่เกิดเหตุ - วรพจน์ พันธุ์พงศ์





มีใครอยากอ่านไหมครับ
ผมจะได้จัดส่งให้ก่อนเลย
แต่มีข้อแม้แค่ว่า
ต้องส่งต่อให้กับคนอื่นๆ ได้อ่านครับ
ขอบคุณครับ
ปล. ติดตามเรื่องราวต่อเนื่องของต้นไม้ใต้โลกได้ที่เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงาครับ






Song: Pass the love forward
Artist: BOYd
Album: Songs From Different Scenes #3

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นความคิดที่ดีมากค่ะ...
คนไทยอ่านหนังสือปีละแปดบรรทัด..
ส้มเคยคิดเล่นๆว่า ส้มจะต้องอ่านหนังสือมากขึ้น เพื่อจะช่วยใหค่าเฉลี่ยสูงขึ้น...แต่นึกๆไปแล้ว มันก็แค่ค่าเฉลี่ย..ในขณะที่ส้มอ่านวันละมากกว่า 1 เล่ม ค่าเฉลี่ยยังออกมาแค่คนละแปดบรรทัด...แสดงว่ามีคนอีกมายมายที่ไม่อ่านหนังสือเลย เป็นปี...
จะติดตามเรื่องต้นไม้ใต้โลกต่อไปนะจ๊ะcry

#1 By นภธารา on 2008-04-27 19:36

รักหนังสือ แต่ยังไม่รักคนอื่นเท่าคุณเอกค่ะ
.
.
ต้องรับไม่ได้แน่ๆ ที่หนังสือที่สุดจะถนอมต้องถูกชั่งกิโลขาย....แม้ว่าอยากให้คนอื่นได้อ่านของดีๆ เหมือนที่เราอ่าน
.
.
ขอเลือกแบ่งปันด้วยวิธีอื่น คือ บริจาคให้ห้องสมุดโรงเรียนที่อยู่ไกล ไม่มีงบแล้วกันค่ะ.... อย่างน้อยที่นั่นก็คงมีคนที่ต้องการมันจริงๆ และคงจะใช้มันได้คุ้มกับที่มันเกิดมาเป็นหนังสือค่ะbig smile
.
.
วิทยาทาน ให้แล้วได้บุญอักโขค่ะ....อนุโมทนาบุญโต่ยเน้อ

#2 By ArchmaniaC on 2008-04-27 20:43

เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นหนังสือที่ร้านเช่ามี ก็จะเช่าเอาค่ะ
เล่มนึงอ่านได้หลายๆ คนเหมือนกัน
big smile

โครงการดีจังค่ะ
พายขอเอาหนังสือมาแลกกันอ่าน+ส่งต่อด้วยได้มั้ยคะ
เล่มนี้ค่ะ http://p-i-e.exteen.com/images/08Apr/mybook01.jpg

http://p-i-e.exteen.com/images/08Apr/mybook02.jpg

(ไม่รู้คุณเอกเคยอ่านรึยังbig smile)
อ่านจบจัดส่งให้ใครต่อ พายจะมาลงไว้ในบล็อกค่ะ
^^/ <--ยกนิ้วก้อยสัญญา

#3 By p-i-e on 2008-04-27 20:43

^
^
^
หนังสือน่าสนใจมากๆ ครับคุณพาย
ส่วนหนังสือ" ที่เกิดเหตุ" จะส่งไปให้ในเร็ววันครับ

#4 By AkE on 2008-04-27 23:33

เป็นโครงการที่น่าสนใจมากเลยครับ แต่สำหรับเมืองไทย ไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า ตอนแรกนึกว่า ให้วางทิ้งไว้ที่ไหนก็ได้เฉยๆ เอิ้กๆ ถ้าเป็นแบบนั้น....รับรองว่า กลายเป็นขยะแน่นอน หุหุ แต่ถ้าส่งต่อๆ ไปเฉพาะกลุ่มคนสนใจ ก็ถือว่า โอเคเลยครับconfused smile

#5 By berserkrabbit on 2008-04-27 23:38

ดีจังค่ะ

มีโครงการดี ๆ แบบนี้ด้วย

big smile
ไอเดียดีครับ... แล้วจะเข้าไปดูรายละเอียดครับ

(เห็นแล้วอนาถ... คนไทยอ่านหนังสือกันปีละ ๘ บรรทัด... พวกเราคงต้องอ่านเพิ่มอีกไม่น้อยเลยนะเนี่ย กว่าจะช่วยดึง mean ให้มันสูงขึ้นกว่านี้ได้)wink

#7 By cosmoguy on 2008-04-28 08:43

เพิ่งเคยได้ยินไอเดียดีๆ แบบนี้ครับ
น่าสนเหมือนกันนะครับเนี่ย big smile

#8 By ~ M@shiiro ~ on 2008-04-28 12:48

ถ้ามีโลโก้ที่ได้รับการประชาสัมพันธ์ทางทีวี
คงจะช่วยให้เกิดโครงการนี้ในไทยได้ง่ายขึ้นเยอะเลยนะครับ
แบบว่าติดสติกเกอร์รูปนี้เอาไว้บนหนังสือ
คนที่มาเจอ ก็จะรู้ว่า หยิบอ่านได้ แต่ต้องส่งต่อ
กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่รู้กัน

แต่อย่างว่าง... คนไทย... คงยากครับ...

#9 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-04-29 22:12

อ่านต้นไม้ใต้โลกมาเหมือนกันครับ
แต่ละไอเดียช่างสุดยอด!!cry

#10 By greateve2b on 2008-05-06 18:12