[Tag] เรียน...วิศวะเคมี...อย่างคนมีกึ๋น
posted on 03 Oct 2008 08:34 by aqui94 in Stuffอยากจะเขียนเพื่อแชร์ประสบการณ์
แต่ก็ไปเจอกับ Blog คุณวลาดิมีร์ ปูทัน เขียนไว้แล้ว
เขียนไว้ได้ครบถ้วนครับ
ดังนั้นขออนุญาตแปะ Link ไว้ ณ ที่นี้เลย
[Tag] เรียนวิศวะ(เคมี)อย่างคนมีกึ๋น
Entry นี้ ผมจึงอยากมาแชร์ประสบการณ์มากกว่า
ว่าการเรียนวิศวะเคมีคืออะไร
และจบมาแล้ว ผมทำอะไร ได้เอาความรู้ตรงไหนมาใช้งาน
ข้อแตกต่างระหว่าง วิทยาเคมี กับ วิศวะเคมี
วิทยาเคมีคือ Pure Science ครับ
ในขณะที่วิศวะเคมีเป็น Applied Science
ดังนั้นการทำงานจึงเป็นการทำงานร่วมกัน
มากกว่าการแย่งงานกันทำ เพราะความรู้มากันคนละด้านครับ
อธิบายเป็นรูปธรรม ก็จะได้ประมาณว่า โรงงานต้องการผลิตยาสระผม
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ วิทยาเคมี ก็จะทำการวิจัยว่าจะต้องใช้สารอะไร ผสมกับสารอะไร
ทำปฏิกิริยากันที่ความดันเท่าไหร่ อุณหภูมิเท่าไหร่
ใช้สารอะไรเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เกิดปฏิกิริยากี่รูปแบบ
เป็นปฏิกิริยาคายความร้อน หรือดูดความร้อน
และได้ผลผลิตเป็นอะไร ได้ผลผลิตข้างเคียง (By-Product) อื่นๆ หรือไม่
จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของวิศวะเคมีครับ ที่จะต้องมาออกแบบกระบวนการ
ว่าถ้าต้องการกำลังการผลิต (สมมุติ) 1,000,000 ตันต่อปี
จะต้องใช้เตา (Reactor) ขนาดเท่าไหร่ ให้ความร้อนอย่างไร
หรือจะระบายความร้อนอย่างไร ควบคุมความดันอย่างไร
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจะส่งไปบรรจุอย่างไร
By-Product เอาไปทำอะไรได้บ้าง เอากลับไปใช้ใหม่ได้ไหม
ความร้อนที่เกิดขึ้นเอาไปทำอะไรได้
จนได้เป็นกระบวนการผลิตที่เหมาะสมครับ
เห็นข้อแตกต่างไหมครับ
วิชาเคมีจะเป็นพื้นฐานของวิศวะเคมีเช่นเดียวกัน
เพียงแค่เพื่อให้เราสามารถทำความเข้าใจกระบวนการผลิตได้อย่างถ่องแท้ครับ
จบมาแล้วทำงานอะไร
โฮ่.....ความฝันสูงสุดของผมคือการได้ไปทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมันครับ
เพราะเหตุนี้เลยตัดสินใจเรียนวิศวะเคมี ทั้งๆ ที่ไปเรียนด้านปิโตรเลียมก็ได้
คงเพราะตอนนั้นฝันถึงชุดครุยสีแดงๆ ของ ชาวพระจอมฯ ด้วยแหละครับ
จบมาก็ได้ทำงานหลากหลาย และใช้ความรู้จริงๆ
จาก Process Engineer ที่ทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการผลิต
มาเป็น Sale Executive ที่ขายเม็ดพลาสติกให้กับโรงงาน
เป็น Design Engineer ของบริษัททำความสะอาดระบบการผลิต
จนปัจจุบันเป็น Consultant ครับ งาน Consultant เป็นงานที่สนุกสำหรับผม
เพราะเราจะได้ใช้ความรู้มากมายที่เรียนมา และความรู้อื่นๆ ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
เอามาศึกษา คิดและวิเคราะห์กระบวนการผลิตของลูกค้า
ว่าเราจะทำอย่างไร ปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้กระบวนการผลิตดีขึ้น
แก้ไขปัญหาการผลิต ได้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น ลดต้นทุนการผลิตลง
ลดของเสียจากกระบวนการผลิตลง ลดมลภาวะที่จะเกิดขึ้น
รวมไปถึงงานนโยบาย งานวางแผนให้กับส่วนราชการ
ได้คิดจนหัวแตก อ่านหนังสือจนหัวระเบิดแน่ๆ ครับ
อย่าเรียนตามเพื่อน คิดเองบ้าง มั่นใจในตัวเองบ้าง
วิชาในมหาวิทยาลัยเป็น One-Way Ticket ครับ
แปลว่าเราย้อนกลับมาเริ่มต้นใหม่ไม่ได้
ยกเว้นว่าเราจะยอมตัดใจในเวลาที่ผ่านไป
แล้วเริ่มกับอะไรที่เรารัก เราชอบจริงๆ
ดังนั้นแล้ว ถ้าเราเริ่มในสิ่งที่รัก
เรียนในสิ่งที่ชอบจริงๆ เราก็จะมีเวลากับสิ่งนั้นๆ นานกว่า ไม่ใช่เหรอครับ
การเรียนมหาวิทยาลัย ไม่เหมือนการเรียนมัธยมครับ
แน่นอนเราต้องตั้งใจเรียนเพื่อเกรด เพื่อจบ
แต่กิจกรรม ผองเพื่อน ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
เพราะสิ่งเหล่านี้ คือการหลอมรวมให้เราพร้อมกับการทำงาน
และเติบโตไปข้างหน้า คุณเรียนเก่ง คุณเรียนจบ
แต่คุณไม่เอาใครเลย ไม่สนิทกับใครเลย
คุณขาด Connection ในการทำงานแน่ๆ ครับ
เพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวในโลกใบนี้นะครับ
สู้ๆ ครับผม
Tags: admission, chemical, engineer, engineering, วิศวกรรม, เคมี8 Comments








ฟังดูแล้วยากมากเลยนะคะเนี่ย

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-10-03 09:21