Mailbox - โตมร ศุขปรีชา
posted on 05 Apr 2006 09:21 by aqui94 in Bookผมไม่เคยอ่าน Openมาก่อนครับ
ด้วยความที่เดินดูหน้าปกแล้ว
ก็คิดว่าหน้าจะเป็น Magazine ที่ "หนัก" ไม่ต่างไปจาก "a day weekly"
เพราะเมื่อได้อ่านไปแล้ว ผมต้องมานั่งพักสมองอยู่ครู่ใหญ่ๆ
ถึงจะสามารถทำงานทำการ หรือทำอะไรต่อไปได้ครับ

แต่ด้วยเมื่อเดือน สองเดือนที่ผ่านมา
กระแสแห่ง "หุบเขาเร้นรัก - Brokeback Mountain"
ได้ทำให้ผม "ผู้ที่หนังจบคนไม่จบ" ต้องมานั่งไล่ตามอ่านกระทู้
เปิดดู เปิดอ่าน Blog ต่างๆ เพื่อหาแนวร่วม และแนวทางในการตอบตนเอง
กับหลายๆ คำถาม ที่ค้างคาอยู่ในใจ
จนผมได้มาเจอกับกระทู้ ที่พูดถึงสิ่งที่ คุณโตมร ศุขปรีชา
ได้เขียนไว้ใน Open กับคอลัมภ์ Mailbox "ถึง เอนนิส เดลมาร์"
ที่เมื่อผมได้อ่านแล้ว ก็ชอบใจมากๆ ครับ
เพราะจดหมายที่คุณโตมรเขียนขึ้นมานี้ ก็ได้พูดในสิ่งที่ผมอยากพูด
และตอบในสิ่งที่ผมสงสัยอยู่ในใจ
((คุณโตมรแปล Subtitle หนังที่ฉายด้วยนะครับ ไม่ใช่ Sub นรก อย่างที่เคยได้อ่านกัน))

จนเมื่องานหนังสือ ผมเดินไปเดินมา ก็ไปสะดุดตากับ Mailbox
ซึ่งเป็นบทความรวมจากที่ได้ตีพิมพ์ และ Online
ซึ่งผมก็ไม่รอช้าที่จะตะครุบหนังสือเล่มนี้ไว้ครับ
และเป็นหนังสือเล่มแรกที่หยิบมาอ่าน อย่างตั้งใจมากกว่าปกติครับ

title: Book Cover, available from http://www.onopenbooks.com/
ผมชอบที่คุณโตมรเขียนไว้ใน "คำนำ"
เขียนถึงข้อความที่ แฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ เขียนถึง วินสตัน เชอร์ชิล
และบอกว่า "It is fun to be in the same decade with you"
ซึ่งเป็นประโยค ที่บอกถึงความซนแบบเด็กๆ บอกถึงความสนุก ความตื่นเต้นของเขา
และบอกว่าคนเราทุกคน ไม่ว่าคนธรรมดาทั่วไป หรือ ฯพณฯ ท่าน
ต่างก็เป็น "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน" ((หนังสืออีกเล่มที่ผมชอบครับ))
ที่ล้วนต่างมีความน่าสนใจผสมปนไปกันกับความหน้าเบื่อหน่ายอยู่หลากหลายทั้งสิ้น

ด้วยหนังสือเล่มนี้ ความรู้สึกอยากเขียนจดหมายก็กลับมา
อาจจะไม่ใช่จดหมายถึงคนที่รู้จักกันด้วยก็เป็นได้
แต่ที่แน่ๆ ผมก็รู้ตัวเองว่า ถ้ามีเวลาว่างๆ
ผมคงได้นั่งลง แล้วก็เขียนจดหมายถึงคุณโตมร
เพื่อให้ได้บอกเขาว่า
"สนุกดีที่ได้มีชีวิตอยู่ร่วมทศวรรษกับคุณ"

ป.ล. หนังสือของคุณโตมรที่น่าสนใจมีอีกหลายเล่มครับ ไม่ว่าจะเป็น "กาแฟและชา หมาและแมว" หรือ "ผ้าปูโต๊ะกับลมหมอ" รวมไปถึงผลงานแปลที่ได้ใจผม "บอยกิ๊กบอย - Boy meets boy"
ป.ล.2 เอ้อ ใช่ พอเป้มา Comment เลยทำให้นึกขึ้นได้ -__-" ผมลืม Genderism ไปได้ยังไงหว่า นี่ก็เป็นอีกเล่มที่สะใจครับ






