Book

เรื่องส่วนตัว - Jimmy Liao

posted on 18 Apr 2006 08:16 by aqui94  in Book

เธอเป็นใคร?

เธอชอบสีอะไร?

เธอเคยไปที่ไหนมาบ้าง?
เธอมีความฝันอะไร?
เธออยากเป็นคนเช่นไร?
ตอนที่ดาวตก เธออธิษฐานอะไร . . .?

คำถามเหล่านี้ อาจจะเป็นคำถามธรรมดาสามัญ
เป็นคำถามต่อสิ่งที่ได้พบเจอในชีวิตประจำวัน
แต่คำตอบแว้บแรก . . . ที่ออกมาจากใจ
นั่นคือคำตอบที่เป็นจริงที่สุด
และแสดงออกถึงตัวตนของเราได้มากที่สุด อย่างไม่น่าเชื่อ
ผมพูดจริงๆ นะครับ
ถ้าไม่เชื่อ ลองไปเล่นสนุกกับคำถามที่ Blog Surveys ของ Bickboon สิครับ
ไม่แน่นะครับ
คุณอาจจะได้พบได้เจอกับตัวตนของตัวเอง
ที่เผลอลืมไปกับกาลเวลาก็ได้ ใครจะรู้

Photobucket - Video and Image Hosting
title: Book Cover, available from http://www.nanmeebooks.com/

ผมหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านในช่วงสงกรานต์ครับ
เรื่องส่วนตัว : The Private Me เป็นผลงานของ Jimmy Liao ครับ
ซึ่งหลายๆ คน อาจจะได้คุ้นเคยกับหนังสือภาพสุดน่ารัก
Turn Left, Turn Right มาบ้างแล้วก็ได้
ซึ่งเป็นหนังสือภาพ ที่ได้ใจผมไปเต็มๆ
และเป็นหนังสือภาพที่โด่งดัง
จนได้เอามาทำเป็นหนังใหญ่เลยนะครับ

กับ "เรื่องส่วนตัว"
Jimmy Liao เล่าเรื่องราวผ่านตัวอักษร
บอกเล่าถึงประวัติย่อๆ ของบุคคลหลากหลายอาชีพ
ที่มา และที่ไปของการมาทำอาชีพนี้
ความฝัน ความหวัง ความสุข ความเศร้า ความภูมิใจ และความผิดหวัง
ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการสื่อสารกับผู้อ่าน ก็อยู่ในข้อความประวัติย่อนี่แหละครับ
โดย Jimmy Liao ได้ให้นิยามของหนังสือเล่มนี้ไว้ว่า
"แม้ว่าชีวิตของคนจะยาวนาน
แต่ประวัติย่อๆ นั้นดีที่สุด"

แล้วหนังสือเล่มนี้ดีอย่างไรหล่ะ
ผมเองผู้ที่มีความสามารถในการสื่อสารน้อยนิด
ก็ไม่สามารถที่จะอธิบายออกมาเป็นตัวอักษรได้ว่า
หนังสือเล่มนี้น่าสนใจเพียงใด
เลยขอเอา "ประวัติย่อ" ที่น่าสนใจ
เอามาลงให้อ่านกันครับ


อาชีพ นักปรัชญาบนต้นไม้
ชื่อ-นามสกุลหูซือยวิ๋น
อายุ15 ปี
ราศี กรุ๊ปเลือดราศีกันย์ เลือดกรุ๊ปเอ

ทุกวันพอตะวันคล้อย เท้าของผมก็เริ่มมีอาการคัน ต้องไปปีนต้นไม้จึงจะหายคัน ตั้งแต่เด็ก ผมก็มือไม้คล่องแคล่วว่องไว สมดุลร่างกายก็ดีมาก คุณแม่บอกว่าผมต้องเป็นลิงกลับชาติมาเกิดแน่ ไม่ว่าพายุกระหน่ำหรือแผ่นดินไหวหนักแค่ไหน ผมก็สามารถปีนไปอยู่บนต้นไม้ได้อย่างปลอดภัย ขึ้นไปตามกิ่งไม้ใบไม้ที่เอนไหว มีความสุขที่สุดเลย ผมเคยช่วยชีวิตแมวแก่ที่ติดอยู่บนต้นไม้ ช่วยเด็กๆ เก็บลูกโป่งและว่าวที่ลอยไปติดอยู่บนยอดต้นไม้ แล้วก็เคยทำให้อดีตกวีตกอับที่มาเห็นผมปีนป่ายอยู่ข้างบนอย่างอันตราย นึกไปถึงความไร้สาระของชีวิต เอาไปเขียนเป็นบทกวีอันซาบซึ้ง ผมมักนั่งอยู่บนต้นไม้แล้วก้มลงมองผู้คนที่เร่งรีบ พลางคิดว่าคนเราเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่ ผมหาทิศทางที่ถูกต้องไม่เจอ คำตอบถูกแก้ไขทุกวัน แต่ผมเชื่อมั่นว่า ความสามารถที่ธรรมชาติสร้างมาให้ผมจะต้องมีประโยชน์

ความฝันสูงสุด สร้างบ้านอยู่บนต้นไม้ แล้วเลี้ยงลิงหนึ่งตัว
มีความสุขที่สุด ท่องเที่ยวไปในป่า
เสียใจที่สุดเห็นรัฐบาลโค่นต้นไม้ใหญ่เพื่อทำถนน
ชอบที่สุดดูการ์ตูน อ่านหนังสือการ์ตูน
เกลียดที่สุดท่องหนังสือและสอบ
ภูมิใจที่สุดในชีวิตเรื่องปีนต้นไม้ ผมเป็นที่หนึ่งเสมอ
ผิดหวังที่สุดในชีวิตคุณพ่อเห็นว่าผมไม่เอาไหน

หมายเหตุความรู้สึกเวลาปีนขึ้นไปบนที่สูง ช่างแตกต่างกับตอนที่อยู่บนพื้นล่าง มุมมอง เรื่องราวและความคิดในสมองก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ดีหรือเลวนั้น ยากที่จะตัดสิน แต่ถึงอย่างไร ผมก็ชอบที่จะยืนอยู่บนที่สูงมองโลกใบนี้มากกว่า


ผมชอบ Wisdom ที่ซ่อนอยู่ในตัวหนังสือของ Jimmy Liao
เขาไม่ได้ใช้คำพูดที่ยากเกินกว่าจะทำความเข้าใจ
แต่เขาก็ไม่ได้ใช้ภาษาแบบตรงๆ ถึงสิ่งที่ควรทำ
เขาแค่แนะให้กับผู้อ่าน
ให้ได้นึกคิดและบริหารรอยหยักในสมองเอาเอง
ว่าผู้อ่าน ได้อะไรจากประวัติย่อๆ เหล่านี้
ผมเองรอยหยักบนสมองก็มีน้อยครับ
สมองส่วนใหญ่บรรจุด้วยขี้เลื่อยบวมน้ำ
แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
ขี้เลื่อยคงเริ่มแห้งบ้างแล้วแหละครับ

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็คิดว่า
นี่ก็คงไม่ต่างจากการอ่าน Blog เท่าไหร่หรอกครับ
เพราะได้มุมมอง ได้แง่คิด ได้ความรู้ และได้ความสนุก
แล้วก็ไม่ต้องมานั่งปวดกบาลพาลจะลุกไปเตะเจ้าของ Blog อีกตะหาก
เพราะภาษาที่ใช้เขียนหนังสือนั้น
อย่างไรก็ตาม คงไม่ใช่ภาษาแบบ
"เทอก้อคิดเอาดิ่ ว่าด้ายอารายจากหนังสือ เด๋วมาฉะเหลยนะ หุหุหุ"
อย่างแน่นอนครับ

เวลาที่ผมกรอกประวัติส่วนตัว
ผมก็เริ่มเรียนรู้ที่จะพูดเท็จ
~ ~ Jimmy Liao ~ ~

ป.ล. ข้อความแนะนำตัวใน Profile ของผม ก็เอามาจาก Quote ด้านบนนี่แหละครับ